วานนี้จากการสุนทรียะสนทนากับท่านสมคบ

สิ่งหนึ่งที่ท่านกล่าวคือ  ความปรารถนาที่จะให้ชุมชน  องค์กน  และสังคมในองค์กรที่เรา

  อาศัยอยู่นี้เป็นสังฆะปฏิบัติ  เป็นชุมชนที่ผู้คนในองค์กรอยู่ร่วมกันได้..

               อย่างมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน

              อย่างมีการสื่อสารที่ทรงประสิทธิภาพ  การสื่อสารที่ทุกผู้คนอยู่ในระดับ 3

              อย่างสัมผัสกันด้วยความดีงามภายใน  ในจิตใจ

              เรียนรู้ตนเองและผู้อื่นผ่านการสื่อสารและสนทนาที่เรียบง่าย

             อย่างมีความรู้สึกที่ปลอดภัยและไว่ใจกัน

            

  เป็นองค์กรที่ผมฟังและจินตนาการตามแล้วรู้สึกถึงภาพดีๆ  ถึงพลังแห่งความดีที่จะเกิดขึ้น

  เป็นองค์กรที่ผู้คนทำงานด้วยความสุข  ความเข้าใจ  ความสามัคคี...

  เป็นองค์กรที่พร้อมให้เมล็ดพันธุ์ที่ดีงาม  ที่มีอยู่ในตัวทุกผู้คน  ได้บ่มเพาะและเติบโต..

  จินตนาการไปแล้วก็เคลิ้มและมีความสุขดีกับความฝันนะครับ....

 

  กับวิถีทางปัจจุบัน...แม้อาจจะไม่แน่ใจเต็มที่นักว่า  มันจะเป็นวิถีทางที่นำพาองค์กร  เราทุกคนไปสู่การเป็นองค์กรที่ไฝ่ฝันหรือไม่..องค์กรที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความดี  ความเมตตา...

   การเริ่มต้นที่ตนเอง  ภายใน....

  การปฏิบัติต่อผู้อื่น...ทั้งกาย  วาจา  ใจ  ด้วยความสุจริต

  การเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจกันและกัน  เข้าใจความต้องการ  และยกระดับความดีร่วมกัน

  การเผยแพร่  การกระจายวิถีความดีไปสู่ผู้คนรอบข้างด้วยความอดทน

 การสร้างเมล็ดพันธุ์แห่งความดีในองค์กรนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง  และอาจจะต้องใช้เวลา

 และที่สำคัญนั้นต้องเริ่มจากตนเองให้ได้ก่อน....

 แล้วท่านละครับ  มีรูปแบบใดบ้างในการสร้างเมล็ดพันธุ์แห่งความดีในองค์กร  ให้เติบโต  ยั่งยืน จนผ่านพายุแห่งกาลเวลา  ผ่านพายุแห่งอัตตาลงไปได้....

   น่าแปลกใจ  และน่าคิดเหมือนกันว่า   ผู้คนที่อยู่ในองค์กรมานานนับสิบปีนั้น...

   เขาน่าจะรู้และเข้าถึงความจริงว่า  ทำไมมันถึงยังไม่เกิดขึ้นได้

   สิ่งที่เราๆ  หลายๆคนกำลังคิด  กำลังฝันอาจจะกำลังถูกยิ้มๆ  จากท่านผู้ผ่านร้อนหนาวมามากมาย

   ท่านอาจจะกำลังตั้งคำถามกับเราว่า...มันจะเป็นฝันลมๆแล้งๆ  ของเด็กน้อยผู้เริ่มต้นหรือเปล่านะ