เพลง "แว่วเสียงซึง" มีเสน่ห์อันลึกลับที่ชวนหลงใหล ... เหมือนเราฟังเพลง "มนต์เมืองเหนือ" หรือ "นิราศเวียงพิงค์" แล้วอยากมาเมืองเหนือ มาสัมผัสบรรยากาศประเพณีอันงดงาม ธรรมชาติอันรื่นรมย์

 

ฟังเพลง + อ่านเนื้อเพลง ก่อนนะครับ :)

 

ชื่อเพลง : แว่วเสียงซึง

ผู้ขับร้อง : อรวี สัจจานนท์

คลิกฟังเพลง : http://www.tlcthai.com/webboard/music_play.php?table_id=1&cate_id=135&post_id=20368 

เนื้อเพลง :

ใครหนอดีดซึง ให้ข้าเจ้าซึ้งซ่าน ทรวงเอ๋ย
ก่อนอ้ายพี่เคย ดีดซึงสอนข้า เจ้าฮัก
ต่างฮู้ ใจกัน ทุกวันประจักษ์
พะเยาป่าสัก สลักเสียงซึงยังตรึงอุรา

แว่วซึงคร่ำครวญ ให้ใจฮักป่วน จริงหนอ
ข้าเจ้าเฝ้ารอเฝ้าคอยฮักอ้ายกลับมา
บ่ฮู้ใจอ้าย ร้ายดังเขาว่า
เสียแรงคอยท่า ข้าเจ้าฮักจริงยิ่งกว่าสิ่งใด

อ้ายเอย บ่ห่อนเยือนฮักข้าเจ้า
อ้ายลืม พะเยาลำเนาพงไพร
ลืมซึง ยังหวานซ่านซึ้งทรวงใน
เสียงซึงแว่วมาครั้งใด ให้ข้าเจ้าหลั่งน้ำตา

อ้ายเอยบ่มีใจฮักข้าเจ้า แล้วหนอ
ลืมเหย้าลืมหอ เรือนฮักของอ้าย ห่อนมา
สิ้นฮักข้าเจ้า บ่เยือนเห็นหน้า
บ่ได้เห็นว่า อ้ายพี่นี้มาฮักร่วมดีดซึง

อ้ายเอย บ่ห่อนเยือนฮักข้าเจ้า
อ้ายลืม พะเยาลำเนาพงไพร
ลืมซึง ยังหวานซ่านซึ้งทรวงใน
เสียงซึงแว่วมาครั้งใด ให้ข้าเจ้าหลั่งน้ำตา

อ้ายเอยบ่มีใจฮักข้าเจ้า แล้วหนอ
ลืมเหย้าลืมหอ เรือนฮักของอ้าย ห่อนมา
สิ้นฮักข้าเจ้า บ่เยือนเห็นหน้า
บ่ได้เห็นว่า อ้ายพี่นี้มาฮักร่วมดีดซึง

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ความรู้เรื่อง "ซึง"

 

(ภาพจาก http://art-culture.chiangmai.ac.th/academic/natha/2548/01/25/)

 

"ซึง" เป็นเครื่องดนตรีประเภทดีด มี 4 สาย แต่แบ่งออกเป็น 2 เส้น เส้นละ 2 สาย มีลักษณะคล้าย [กระจับปี่] แต่มีขนาดเล็กกว่า ความยาวทั้งคันทวนและกะโหลกรวมกันประมาณ 81 ซม กะโหลกมีรูปร่างกลมวัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ประมาณ 21 ซม ทั้งกะโหลกและคันทวน ใช้ไม้เนื้อแข็งชิ้นเดียวคว้านตอนที่เป็นกะโหลกให้เป็นโพรง ตัดแผ่นไม้ให้กลม แล้วเจาะรูตรงกลางทำเป็นฝาปิดด้านหน้า เพื่ออุ้มเสียงให้กังวาน คันทวนเป็นเหลี่ยมแบนตอนหน้า เพื่อติดตะพานหรือนมรับนิ้ว จำนวน 9 อัน ตอนปลายคันทวนทำเป็นรูปโค้ง และขุดให้เป็นร่อง เจาะรูสอดลูกบิดข้างละ 2 อัน รวมเป็น 4 อันสอดเข้าไปในร่อง สำหรับขึ้นสาย 4 สาย สายของซึงใช้สายลวดขนาดเล็ก 2 สาย และ สายใหญ่ 2 สาย ซึงเป็นเครื่องดีดที่ชาวไทยทางภาคเหนือนิยมนำมาเล่นร่วมกับปี่ซอ หรือ ปี่จุ่มและ สะล้อ

 

(ภาพจาก http://art-culture.chiangmai.ac.th/academic/natha/2548/01/25/)

 

แบ่งตามลักษณะได้ 3 ประเภท คือ ซึงเล็ก ซึ่งกลาง และซึงหลวง (ซึงที่มีขนาดใหญ่)

แบ่งตามประเภทได้ 2 ชนิด คือ ซึงลูก 3 และซึงลูก 4 (แตกต่างกันที่เสียง ลูก 3 เสียงซอลจะอยู่ด้านล่าง ส่วนซึงลูก4 เสียงซอลจะอยู่ด้านบน)

 

อธิบายคำว่า สะล้อ ซอ ซึง ที่มักจะพูดกันติดปากว่า เป็นเครื่องดนตรีของชาวล้านนา แต่ที่จริงแล้ว มีแค่ ซึง และ สะล้อ เท่านั้นที่เป็นเครื่องดนตรีของชาวล้านนา ส่วนคำว่า ซอ ในที่นี้ หมายถึง การขับซอ ซึ่งเป็นการร้อง,การบรรยาย พรรณณาเป็นเรื่องราว ประกอบกับวงปี่จุ่ม

 

(ภาพจาก http://art-culture.chiangmai.ac.th/academic/natha/2548/01/25/)

 

บทบาทและลีลาของซึง   ซึง ในฐานะเป็นเครื่องดนตรีสำหรับประเทืองอารมณ์ สามารถนำมาบรรเลงได้ทุกโอกาส ซึ่งอาจบรรเลงเดี่ยว ๆ หรือนำไปบรรเลงร่วมกับเครื่องดนตรีชนิดอื่น เฉพาะการบรรเลงเดี่ยวนั้นค่อนข้างจะมีอิสระ เพราะเสียงเพลงที่ออกมา จะเป็นไปตามความนึกคิดของผู้บรรเลงเอง แต่คราใดที่ต้องบรรเลงร่วม หรือผสมวงกับเครื่องดนตรีชนิดอื่น จำต้องกำหนดบทบาทและลีลา เพื่อมิให้ทางเพลงไปซ้อนทับกันมากจนเกินไป ดังนั้นคีตกรชั้นครูจึงพยายามแยกแยะ และกำหนดทางเพลงให้ ซึงแต่ละขนาดบรรเลงในลีลาที่แตกต่างกัน ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะวงดนตรีที่นิยมใช้ ซึงบรรเลงประกอบ ซึ่งได้แก่ วงสะล้อ – ซึง วงปี่ชุม (อ่าน – ปี่จุม) และวงซอน่าน ดังนี้ วงสะล้อ-ซึง- ซึงใหญ่ มีบทบาทคล้ายผู้สูงอายุ เสียงทุ้มต่ำ ลีลาในการบรรเลงจึงมักสอดรับกับซึงตัวอื่นๆ เสียส่วนใหญ่ หน้าที่ของซึงใหญ่จึงคล้ายกีตาร์เบสของดนตรีสากล

 

 

แหล่งอ้างอิง

 

 

อันลำนำเพลง "แว่วเสียงซึง" ฟังกี่ครั้ง ๆ ก็ไม่เบื่อ คนเหนือเค้าว่า ใครลอดอุโมงค์ขุนตาลมาแล้ว จะไม่ได้กลับบ้านอีก หมายถึง จะได้มาลงรากปักฐานที่เมืองเหนือ ... ผมล่ะ คนหนึ่งที่เป็นเช่นนั้น

 

ดังนั้น ใครฟังเพลง "แว่วเสียงซึง" แล้วอย่าลืม "ทำตาซึ้ง ๆ ใส่กัน" นะครับ ถ้ายังไม่มีคู่ ก็ทำตาซึ้งกับสัตว์เลี้ยงแสนรักก็ได้ครับ ... ความอบอุ่นจะเกิดขึ้นอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวทีเดียว

 

ขอบคุณที่ทุกท่านที่แวะมาฟังเพลงนี้ด้วยกัน

 

ป.ล. บันทึกนี้ไม่ได้นำเสียงเพลงขึ้นพร้อมกับบันทึก เพราะไม่อยากให้เพลงหน่วงพลังการทำงานของเครื่องแม่ข่าย และ ผู้ที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตช้า ครับ :)