...การตระหนักรู้พึงฝึกให้เท่าทัน...

ตื่นแต่เช้าที่ ๆ ที่เมื่อคืนก็นอนดึก หลายเดือนมาแล้วที่ไม่ได้ใช้อินเตอร์เน็ต เพราะพอร์ตสาย lan เสีย กว่าจะมีเวลาไปเดินกับหลานชายหาซื้อที่พันธ์ทิพย์ก็นานมาก

การเรียนรู้ในช่วง เดือนเมษายน ถึงต้นเดือนพฤษภาคม ที่งานยุ่งมาก การต้องเผชิญกับความกลัว หวั่นวิตกในสิ่งที่เราไม่รู้ ทำให้เห็นความผิดปกติในความคิด อาการแสดงที่พี่กิ่งพูดสะท้อนตามที่เราตกลงกันในงานว่า ถ้ามีอะไรเราจะพูดกันได้ทุกเรื่อง ว่า "ถ้าแดงพูดอย่างนี้ จะไม่คุยด้วยแล้ว รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังอาละวาดไปทั่ว"

ไม่นานต่อจากนั้นก็ได้ไปรับการอบรมการมองตนกับพระอาจารย์ดุษฎีเมธังกุโร เข้าใจความโลภในตัวที่อาจารย์บอกว่า การที่เราได้รับมอบหมายงานมากมายหลายอย่าง มันต้องมีอะไรในตัวเราที่ทำให้คนอื่นเห็น ก่อนหน้านี้คิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ว่าความอยากดี อยากเด่น มันเป็นยังไง

การนั่งสมาธิ พร้อมฟังธรรมที่พระอาจารย์อธิบาย และฟังพร้อมกับเปรียบเทียบทฤษฎี Existential ที่เรียนมา ก็เข้าใจชัดเจนขึ้นว่า สิ่งที่ปรากฏนั้นหมายความว่าอย่างไร Humanistic ที่อาจารย์เคยเล่าว่า คือพุทธศาสนา ก็กระจ่างขึ้น

เมื่อคืนดื่มชาเขียวที่เคยดื่มเวลาท้องอืด แล้วหลับสบาย กลายเป็นสารกระตุ้น บวกกับความตื่นตาตื่นใจในวันหยุดที่ได้ท่องเที่ยวอ่าน และรับรู้ว่าที่นี่เติบโตมากแค่ไหน ก่อนเข้านอน ความว่างที่เข้าใจกลับไม่ใช่ เพราะความคิดที่ฟุ้งขณะหลับตาทำสมาธิก่อนนอน รู้ว่าถ้านั่งต่อก็ไม่มีประโยชน์ ควรนอนได้แล้ว

เพียงแค่ล้มตัวลงตะแคงขวา รู้ตัวเพียงนั้น การควบคุมความคิด ลมหายใจก็ไม่ทัน รู้ตัวอีกครั้งก็เสียงนาฬิกาปลุก

...การตระหนักรู้พึงฝึกให้เท่าทัน...