เกษตรกรจะปลอดหนี้ เกษตรกรจะไร้สารพิษ แค่นี้พอแล้วหรือ?

เมื่อคืน (พุธที่ 28 พ.ค.2551) ดูทีวีช่องไทยพีบีเอส เป็นสารคดี ช่วงเวลา20.30 น แผ่นดินไท ตอน "เคลื่อนพลคนพอเพียง"  ดูหัวเรื่องแล้วใหญ่ครับ...ตามดูในทีวีก็ยิ่งใหญ่ครับ คนทำทีวีทำได้ยิ่งใหญ่ดีครับ  เหมือนจะเป็นการประชาสัมพันธุ์ มูลนิธิสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง ที่จ.ชลบุรี ว่าทำกิจกรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และพร้อมที่จะเคลื่อนพลเคลื่อนกิจกรรม แล้ว...  เริ่มต้นเป็นการมารวมตัวกันเพื่อจะรวมพลังกันทำกิจกรรม 5 ประการ(เหมือนกับประกาศเจตนารมณ์ครับ).....

ต่อมาก็สัมภาษณ์ปราชญ์ชาวบ้าน จากแต่ละที่ ทั่วประเทศ มาจนถึงเรื่องการอธิบายว่า เกษตรกรจน เป็นหนี้ เพราะปลูกพืชเชิงเดี่ยว และใช้สารเคมีอย่างรุนแรง ต้องเลิกใช้สารเคมี เพื่อความปลอดภัยของตัวเกษตรกรเอง...จนมีบริษัทนายทุน ที่สนับสนุนให้ปลูกอ้อย (บ.KLS )มานำเสนอเรื่องการทำธุรกิจที่อาศัยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทาง โดยการที่ไม่เน้นที่การปลูกอ้อยอย่างเดียว มีการโชว์ผังที่ดินแปลงหนึ่ง ว่า ต่อไปจะให้มุมนี้เป็นครอบครัวหนึ่ง ปลูกผัก แล้วดูแลอ้อย 10 ไร่ อีกครอบครัวทำนาเพราะเป็นที่ลุ่ม และดูแลอ้อย 8 ไร่ อีกครอบครัวหนึ่งเลี้ยงปลา แล้วดูแลอ้อยอีก 10 กว่าไร่ เป็นต้น เพื่ออธิบายว่า การปลูกอ้อยเพื่อพลังงานนี้ ดีอย่างไร การช่วยเหลือกันก็เกิด เพราะพึ่งพากัน คนมีข้าวเอาข้าวไปแลกปลา แลกผัก คนตัดอ้อยแปลงหนึ่งไปช่วยตัดอ้อยอีกแปลงหนึ่ง ไม่ต้องจ้างแรงงาน เมื่อเกษตรกรในแปลงทำอย่างนี้ได้ 2-3 ปี ถ้าอยากมีที่ดิน ทางบริษัทจะโอนสิทธิที่ดินให้แก่เกษตรกร โดยหักการชำระเป็นอ้อย ที่ปลูกในแปลงครับ(เหมือนภาพฝัน).........เกษตรกรหลายคนคงได้ฝันว่าจะมีที่ดิน มีอาชีพที่มั่นคง อีกแล้วครับ...

แนวทางเหมือนจะดีครับ บริษัทก็ใจดีมากครับที่ทำเรื่องนี้ ไปเรื่อย ๆ จนอ้อยก็โตแล้ว ป่านนี้โทรศัพท์คงล้นหลามแล้วครับ เพราะคงมีเกษตรกรติดต่อไปจนสายไม่ว่างครับ....ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรกรต่อไปต้องทำแบบนี้ ตามที่ท่านผู้จัดการ บริษัทท่านได้กล่าวว่า ต้องทำอย่างนี้ครับ ธุรกิจจึงจะอยู่รอด  ค้านกันหรือเปล่าครับ .....กับคุณธนินทร์  เรื่องต้องให้ เจริญโภคภัณฑ์ รับความเสี่ยงไว้คนเดียว..เรื่องยาฆ่าแมลง ก็ให้มาเอาที่ซีพี เรื่องปุ๋ยก็ให้มาเอาที่ซีพี ผลผลิตได้เท่าไหร่ ซีพีจะหักให้ไม่ต้องเสี่ยง แล้วเกษตรกรจะมีรายได้มากมายจะการผลิตเยอะ ๆ ทำเยอะ ๆ แล้วจะได้เงินเยอะ ๆ ชีวิตของเกษตรกรจะไม่จน ไม่ลำบากอีกต่อไป  

....แต่การทำแบบบริษัทKLS นั้น บริษัทจะต้องมีที่ของตนเอง แล้วให้เกษตรกรมาอยู่มาทำตามกำลังความสามารถของบริษัท สุดท้ายก็ขายที่ดินแปลงนั้นให้เกษตรกรไป แล้วหักจากผลผลิตของเกษตรกรในแต่ละปี.....

การทำอย่างนี้ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด คุณธนินทร์ เจียรวนนท์ ได้เคยคิดบ้างหรือเปล่าว่าต้องทำแบบนี้บ้างครับ......ไม่ใช่แต่ 2 สูงอย่างเดียวครับ...........