จากการสังเกตผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมสัมมนาในหลายๆ ที่ พบว่ามีลักษณะที่คล้ายๆ กัน คือ ถ้าไม่เงียบ ก็มักจะ . . .
ถาม . . ถาม . . ถาม (รูปแบบที่ 1) หรือไม่ก็ . . .
คิด . . ถาม . . คิด . . ถาม (รูปแบบที่ 2) ไม่ค่อยได้พบกับรูปแบบที่ 3 ซึ่งก็คือ . . .
ฟัง . . ฟัง . . ไตร่ตรอง (คิด) . . ถาม . . บันทึก . . เท่าใดนัก
รูปแบบที่ 3 นี้ ก็คือสิ่งที่เรียกว่า “หัวใจนักปราชญ์” หรือ “สุ – จิ – ปุ – ลิ” นั่นเอง
ฅน หลากประเภท ในที่ ลปรรและประชุม
อ่านของอ.จิตเจริญ ไชยาคำ จากมข.ค่ะ
ประเภท ๑ ป้องกันตนเอง พัฒนาโดย ชี้นำให้เห็นแก่ส่วนรวม
ประเภท ๒ เกะกะระราน พัฒนาโดย ให้แสดงความคิดเห็นบ่อยๆ
ประเภท ๓ ทำทีไม่สน แต่แอบฟัง พัฒนาโดย ยิงคำถาม ให้แสดงความคิดเห็น
ประเภท ๔ ชอบเด่น ลากยาว พัฒนาโดย ให้พูดตรงประเด็น
ประเภท ๕ หลับในที พัฒนาโดย พาดพิง ยิงคำถาม
ประเภท ๖ หัวหมอ บ้าน้ำลาย พัฒนาโดย ตัดบท ให้ที่ประชุมพิจารณาความเห็น
ประเภท ๗ เอาไหน เอาด้วย พัฒนาโดย ให้เริ่มประเด็น
ประเภท ๘ นิ่งเสียตำลึงทอง พัฒนาโดย ระบุตัว เชิญออกความเห็น
ประเภท ๙ แซวสำราญ พัฒนาโดย ช่วยได้เมื่อเหตุการณ์ตึงเครียด
ประเภท ๑๐ นางอาย ไม่ขยายผล พัฒนาโดย ถามนำ ชื่นชม ให้กำลังใจ
ประเภท ๑๑ สงวนท่าที พัฒนาโดย ยกย่องความคิดเห็น
ขอบคุณ คุณแก้วตา
น่าจะนำไปใช้เป็นแนวทางบริหารผู้เข้าสัมมนาได้พอสมควรค่ะ
ชอบจังค่ะ คุณแก้วตา "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง"