บันทึกวันที่ ๒๗ พ.ค. ๕๑
ย้อนหลังกลับไปนึกดูว่าตัวเองมีงานอะไรทำบ้างในวันที่ ๒๗ ใกล้จะเป็นโรคยอดฮิตเข้าไปทุกทีแล้ว จึงมีบทความน่ารู้มาให้อ่านเสริมนะ
ปัจจุบันพบว่าโรคอัลไซเมอร์มีส่วนที่เกิดจากโรคของหลอดเลือด และพบว่าผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมส่วนหนึ่งเกิดจากสาเหตุร่วมกันระหว่างโรคอัลไซเมอร์และโรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้นการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองนอกจากสามารถป้องกันภาวะสมองเสื่อมที่เกิดจากโรคหลอดเลือดสมองโดยตรงแล้วยังมีผลในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วย สำหรับปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองเสื่อม มีดังนี้
1. น้ำหนักตัวเกิน ดรรชนีมวลกาย (BMI: body mass index ได้มาจากการนำน้ำหนักตัวที่มีหน่วยเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงที่มีหน่วยเป็นเมตรสองครั้ง)ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการป้องกันการเกิดภาวะสมองเสื่อมในอนาคต คือ 20-22.5 โดยเฉพาะถ้ามากกว่า 25 ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามดรรชนีมวลกาย
2. การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เพิ่มอุบัติการณ์การเกิดโรคหลอดเลือดสมองถึง 2 เท่าและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อม 2.28 เท่า การงดสูบบุหรี่ตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปจะลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองลงได้เท่าคนที่ไม่เคยสูบบุหรี่คือลดลงร้อยละ 50
3. อัลกอฮอล์ การดื่มอัลกอฮอล์ขนาดน้อยๆในปริมาณไม่เกิน 3 แก้วต่อวัน สามารถลดโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ร้อยละ 42 และลดโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมองได้ร้อยละ 71 โดยไม่ขึ้นกับชนิดของอัลกอฮอล์ อย่างไรก็ตามบางการศึกษาของพบว่าชนิดของอัลกอฮอล์ที่สามารถลดโอกาสการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้คือไวน์เท่านั้น แต่การศึกษาในประเทศญี่ปุ่นพบว่าการดื่มอัลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดภาวะสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมองผลกระทบของอัลกอฮอล์ต่อร่างกายไม่ควรพิจารณาเฉพาะเรื่องภาวะสมองเสื่อมเท่านั้น เนื่องจากอัลกอฮอล์ยังมีผลต่อระบบต่างของร่างกายผู้ป่วยที่ดื่มอัลกอฮอล์ที่มีปัญหาเรื่องภาวะสมองเสื่อมยังอาจเกิดจากการขาดสารอาหาร อุบัติเหตุต่อสมอง และอื่นๆ ได้อีก
4. สารอาหาร การรับประทานวิตะมินซีและวิตะมินอีที่เพิ่มขึ้นจะมีอัตราการเกิดภาวะสมองเสื่อมลดลงโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่สูบบุหรี่จะยิ่งมีอัตราการลดสูงขึ้น สารอาหารที่สำคัญตัวอื่นได้แก่ กรดโฟลิกและวิตะมินบีสิบสอง สำหรับการขาดวิตะมินซีและวิตะมินบีสิบสอง มักไม่เป็นปัญหาสาธารณสุขในประเทศไทยเนื่องจากส่วนใหญ่มักได้รับเพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง หรือมีไขมันอิ่มตัวและโคเลสเตอรอลสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อม การรับประทานไขมันจากพืชและโอเมก้า6 (กรดไลโนเลอิก) ซึ่งพบมากในน้ำมันพืช เช่นน้ำมันจากดอกทานตะวัน ถั่วเมล็ดแห้ง เมล็ดฟักทอง ถั่วเหลือง เป็นต้นลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์การรับประทานปลาทะเลอาจช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ได้โดยลดความเสี่ยงลงเหลือ 0.4 และ 0.3 เท่าตามลำดับ
5. การขาดการออกกำลังกาย มีการศึกษาวิจัยพบว่าผู้ที่ออกกำลังกายอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ขึ้นไปในวัยกลางคนลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ร้อยละ 52 และ 62 ตามลำดับเมื่ออยู่ในวัยสูงอายุ
6. ความดันโลหิตสูงในแต่ละช่วงความดันซิสโตลิกที่เพิ่มขึ้นทุก 10 มิลลิเมตรปรอทความเสี่ยงของการเกิดปัญหาการลดลงของความสามารถของสมอง สูงขึ้นร้อยละ 7 การที่มีความดันโลหิตสูงในวัยกลางคนเพิ่มความเสี่ยงการเกิดภาวะสมองเสื่อมในวัยสูงอายุ โดยถ้าได้รับการรักษาโอกาสเสี่ยงนี้จะลดลงจาก 4.3 เท่าเป็น 1.9 เท่าเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่มีความดันโลหิตสูง โดยความดันโลหิตสูงมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการลดลงของความสามารถของสมอง ทางตรงคือ ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงจะมีการลดลงของปริมาตรสมอง น้ำหนักสมองและพบมีการเพิ่มขึ้นของรอยโรคชนิดที่พบในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ สำหรับผลทางอ้อมเกิดจากการที่เกิดหลอดเลือดตีบแข็งและเกิดโรคหลอดเลือดสมองจากการที่มีความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน
7. โรคเบาหวานและภาวะดื้อต่ออินซูลิน เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ และเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองพบว่าอุบัติการณ์ภาวะสมองเสื่อมสูงขึ้น 2 เท่าในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
8. ภาวะไขมันในเลือดสูง การที่มีระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูงมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหลอดเลือดสมองซึ่งนำไปสู่การเกิดภาวะสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมองมากขึ้น นอกจากนั้นการที่มีไขมันในเลือดสูงยังมีอาจทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย
9. โรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคหัวใจชนิดต่างๆมีโอกาสทำเกิดหลอดเลือดสมองอุดตันจากลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นในหัวใจ
10. ระดับโฮโมซีสเตอีนที่สูง (Hyperhomocysteinemia) ผลกระทบต่อสมองจากการที่มีระดับโฮโมซีสเตอีนเพิ่มขึ้นเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือจากการเกิดพิษต่อเซลล์สมองและจากการที่มีผลเสียต่อหลอดเลือดสมอง การเปลี่ยนแปลงของโฮโมซีสเตอีนในร่างกายเราเกิดขึ้น 2 วิธี โดยต้องอาศัยวิตะมินบีหกวิตะมินบีสิบสองและกรดโฟลิกเป็นตัวช่วย การขาดวิตะมินเหล่านี้จะทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของโฮโมซีสเตอีน
11. ฮอร์โมนเพศหญิงทดแทน ในปัจจุบันพบว่าฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนทำให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองตีบการอุดตันหลอดเลือดดำ แม้ว่าจะมีผลดีกับเรื่องมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักและการเกิดกระดูกหัก นอกจากนั้นยังพบอุบัติการณ์โรคหลอดเลือดสมองสูงขึ้นและผู้ป่วยที่ได้ฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนชนิดรวมเกิดภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า
เป็นอย่างไรอ่านแล้วตัวเองมีบ้างไหม หันมาเข้างานกันเถอะตอนเช้า - พิมพ์เอกสารต่อที่ค้างไว้เมื่อวานคือสรุปอาชีพทั้งหมด ๓ ปี ว่ามีกี่คนที่เรียนในปีนั้นๆ - ประสานติดต่อกับปลัดตำบลเกาะลอย ปลัดโทรถามเรื่องการจัดสรรเงินรูปแบบคูปองการศึกษา เพราะว่ายังไม่ได้เปิดบัญชี ทางอบต.จะต้องทำเรื่องขอคำปรึกษาจาก สำนักงานปกครองส่วนท้องถิ่นก่อน ว่าจะให้เปิดบัญชีอื่นนอกเหนือจากที่มีอยู่ได้หรือไม่ หาเอกสารให้กับทางอบต.เพื่อยืนยันว่าเราต้องขอให้หน่วยงานเครือข่ายที่ร่วมจัดเปิดบัญชีใหม่ให้ และได้ขออนุญาตลงพื้นที่ไปติดต่อเพื่อทำความเข้าใจกับทางอบต.เกาะลอยอีกครั้ง พร้อมคณะได้เข้าไปคุยด้วย มี ดร.จรัสศรี หัวใจ อ.อาภรณ์ ศรีแสงทอง อ.ธนา เจริญสุข โดยติดต่อเรื่องการจัดกิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียง ตามโครงการชุมชนน่าอยู่ พืชสวนครัวน่ามอง ซึ่งจะดำเนินการในวันที่ ๔ มิ.ย. นี้กับท่านนายกวิชัย แก้วตาและระหว่างทางรถยนต์ราชการส่วนกลาง บย.๒๒๙๘ ชบ. มีเสียงดังตอนที่เหยียบคลาส - นำรถยนต์ราชการส่วนกลางไปให้ช่างที่อู่ใกล้ตรวจดูว่าเป็นอะไร ตอนที่ช่างทดสอบ กลับไม่ได้ยินเสียงดังอะไร แต่ช่างบอกว่าของมันใกล้ถึงเวลาจะหมดอายุการใช้งาน กลับมาก็มาล้างรถยนต์ที่มันเปรอะเลอะและบวกกับที่ไม่ได้ล้างรถยนต์นานมากแล้ว ก็เลยล้างซะหน่อย ช่วยกันกับพี่แจ๊ค และธนา แต่ก็เย็นมากแล้วนะกลับบ้านกันหมดแล้ว กลับบ้านตอนประมาณเกือบจะ ๑๙ นาฬิกาแต่มันยังไม่มืดเลยแต่ก่อนจะกลับไปนั้นได้ทำเวรไว้ก่อนแล้วเพราะวันพรุ่งนี้เป็นเวรของเรา - พอกลับไปบ้านทำภารกิจเสร็จเรียบร้อยก็เข้าเว็บไซด์เรียน E-Training อยู่พักหนึ่งชักง่วงก็เลยเล่นเกมส์ผ่อนคลาย เล่นที่บ้านไม่ผิดใช่ไหม
วันนี้มีแค่นี้นะ
เข้าเว็บบล็อกมานานแล้ว และติดตามอ่านบล็อกกของชลบุรีมาตลอด ขยันพิมพ์มากเลย อ่านแล้วเพลินดี แสดงว่าใช้รถหลวงกันเป็นประจำเลยใช่มั้ยคะ ถึงได้ล้างกันตั้งหลายคน น่าสนุกจังเลยคะ (น่าอิจฉาจังมีรถหลวงใช้ด้วย) ดิฉันไปไหนมาไหนเกี่ยวกับงานราชการยังต้องใช้รถส่วนตัวเลยคะ สนใจมากเลยเรื่องคูปองการศึกษาช่วยลงบล็อกลงรายละเอียดให้ทราบหน่อยซิคะ เพื่อนำมาบูรณาการใช้กับโรงเรียนในระบบได้บ้างขอบคุณล่วงหน้าคะ
ขอบคุณครูพลอยนะคะที่อ่านBlog ของชลบุรีอยู่ตลอด ที่กศน.พานทองมีรถยนต์ราชการส่วนกลางอยู่คันเดียวก้อต้องช่วยกันรักษานิดหนึ่ง เป็นเพียงแค่หน่วยงานเล็กมีเจ้าหน้าที่อยู่แค่ ๑๒ คนเท่านั้นเอง และเป็นความโชคดีของกศน.พานทองที่มีผอ.หรือผู้บริหารที่แสนจะใจดี ให้ลูกน้องใช้งานได้ตลอดเวลา ตลอดเวลาจริงๆ ไม่เชื้อลองถามผอ.พวงสุวรรณ์ ดูก้อได้ ส่วนที่คุณครูสนใจ เรื่องการจัดการศึกษารูปแบบคูปอง นั้น ลงให้แค่พอสังเขปก่อนนะคะแต่ถ้าสนใจจริงลองเข้าเว็บไซด์ ของสำนักดูก็ได้
ความเป็นมา
มติ ครม. 2 ธันวาคม 2546 เห็นชอบตามที่ ศธ.เสนอยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษา 5 ด้าน ด้านหนึ่งเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อส่งเสริมการ เรียนรู้ตลอดชีวิต โดยกำหนดยุทธศาสตร์ว่า
Øการจัดสรรงบประมาณที่มุ่งกระจายอำนาจให้กลุ่มเป้าหมายโดยตรง
Øการจัดระบบคูปองฯ/บัตรเครดิตส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นรายบุคคล
กรอบความคิดคูปองส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
คูปอง คือ บัตรที่ใช้แทนเงินงบประมาณที่รัฐสนับสนุนเป็นค่าใช้จ่ายให้ผู้เรียน นำไปแสดงต่อสถานศึกษา หน่วยจัดการศึกษา เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน/ฝึกอบรม ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ 2544 ตามหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการศึกษานอกโรงเรียน และหลักสูตรระยะสั้น
หลักการ
- เปลี่ยนระบบการสนับสนุนงบประมาณจากการจัดสรรให้สถานศึกษามาเป็นการจัดสรรผ่านผู้จัด(Supply Side)ด้วยการสนับสนุนในรูปคูปองไปยังผู้เรียนโดยตรง(Demand Side)
- เพื่อให้ผู้เรียนมีทางเลือกในการรับบริการจากภาครัฐ/เอกชนมากขึ้น
- ให้มีการระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนของสังคมมาร่วมจัดการศึกษามากขึ้น
- ทำให้ผู้เรียนได้รับสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียมกันในการรับบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพ
- ทำให้ขยายเครือข่ายการเรียนรู้มากขึ้น
วัตถุประสงค์
- เพื่อให้ผู้เรียนมีทางเลือกในการศึกษาตามความต้องการของตนเองได้มากขึ้น
- เพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้ารับบริการ
- เพื่อระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนของสังคมมาร่วมจัดการศึกษามากขึ้น
- เพื่อขยายจำนวนกลุ่มเป้าหมายและเครือข่ายการเรียนให้มากขึ้น
ผู้มีสิทธิ์รับคูปอง
- ประชาชนที่พลาดหรือด้อยหรือขาดโอกาส ทางการศึกษาที่รัฐจัดให้ที่พ้นเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี บริบูรณ์
- เป็นผู้มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
หลักสูตรที่ใช้จัดโดยวิธีคูปองฯ
1. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. หลักสูตรระยะสั้น
รูปแบบการจัดการศึกษารูปแบบคูปองฯ
- หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(1) ภาคีเครือข่ายจัดเองทั้งหมด
(2) ภาคีเครือข่ายร่วมจัด
- หลักสูตรการศึกษาระยะสั้น
ภาคีเครือข่ายจัดเองทั้งหมด
เงื่อนไขในการใช้คูปองฯ
1. คูปองฯที่ได้รับการจัดสรร ให้ถือเป็นสิทธิ์เฉพาะตัวของผู้ที่ได้รับการจัดสรร ซึ่งไม่สามารถขึ้นเป็นเงินสดหรือโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้
2. คูปองฯที่ได้รับการจัดสรร มีการกำหนดจำนวนเครดิตหรือมูลค่าไว้ ซึ่งผู้ได้รับคูปองฯมีสิทธิ์ที่จะใช้คูปองฯได้ตามจำนวนเครดิตหรือมูลค่าที่กำหนดไว้เท่านั้น ในกรณีที่มีการใช้คูปองฯเกินสิทธิ์ดังกล่าว ผู้ใช้คูปองฯต้องเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายค่าส่วนต่างเอง
3. คูปองฯที่ได้รับการจัดสรร มีการกำหนดอายุการใช้งานของคูปองฯไว้ให้ผู้ได้รับคูปองฯใช้คูปองฯนั้นตามอายุของคูปองฯที่กำหนดไว้
ª 1 ภาคเรียน (หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน)
ª ไม่เกิน 1 ปี (หลักสูตรระยะสั้น)