2 สัปดาห์แล้ว ที่มาอยู่จังหวัดนครพนม อยากเล่าเรื่องราวบ้านใหม่ แต่ยังติดเงื่อนไข วัน เวลา เริ่มเล่าไม่ได้สักกะที วันนี้ยังไม่เปิดเทอม ยังไม่ต้องสอน ระหว่างเตรียมการสอน ก็เลยหยิบเรื่องราว สถานที่ที่สวยงาม และที่ที่ทุกคนที่มาจังหวัดนครพนม แล้วต้องมาที่นี้ .... พระธาตุพนม ..... เพื่อมาบอกเล่าเรื่องราว มหาวิทยาลัยนครพนม และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ต่างมีสัญญลักษณ์ของสถาบันเป็น พระธาตุพนม ทั้งคู่ นั่นย่อมหมายถึงความสำคัญของพระธาตุศักดิ์สิทะนี้ประจำภาคอีสาน พระธาตุพนม ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาตามลำดับ การบูรณะครั้งแรกและครั้งที่สอง ไม่ได้บันทึกปีที่บูรณะไว้ การบูรณะครั้งที่สามเมื่อปี พ.ศ. 2157 ครั้งที่สี่เมื่อปี พ.ศ. 2233 ครั้งที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2349 ครั้งที่ 6 เมื่อปี พ.ศ. 2444 เป็นการบูรณะครั้งใหญ่ และต่อจากนั้นมาก็มีการบูรณะทั่วไป เช่น บริเวณโดยรอบพระธาตุ ได้มีพิธียกฉัตรทองคำขึ้นประดิษฐานไว้ที่ยอดองค์พระธาตุ และนำฉัตรเก่ามาเก็บไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2497 มีพุทธศาสนิกชนจากดินแดนสองริมฝั่งโขงทั้ง ไทยและลาว หลั่งไหลมาร่วมมงคลสันนิบาต และนมัสการองค์พระธาตุเป็นเวลาถึงหนึ่งเดือน ข้อมูลส่วนนี้ หามาเพิ่มเติมค่ะ พระธาตุพนม ประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระธาตุพนมวรวิหาร ริมฝั่งแม่น้ำโขง ตำบล และอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม สถานที่ประดิษฐานองค์พระธาตุ อยู่บนภูกำพร้า หรือดอยกำพร้า ภาษาบาลีว่า กปณบรรพตหรือ กปณคีรี ริมฝั่งแม่น้ำขลนที อันเป็นเขตแขวงนครศรีโคตบูรโบราณ ตามตำนานพระธาตุพนม ในอุรังคนิทานกล่าวว่า สมัยหนึ่งในปัจฉิมโพธิกาล พระพุทธเจ้า พร้อมทั้งพระอานนท์ ได้เสด็จมาทางทิศตะวันออก โดยทางอากาศ ได้มาลงที่ดอนกอนเนา แล้วเสด็จไปหนองคันแทเสื้อน้ำ (เวียงจันทน์) ได้พยากรณ์ไว้ว่า ในอนาคตจะเกิดบ้านเมืองใหญ่ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนา จากนั้นได้เสด็จไปตามลำดับ ได้ทรงประทานรอยพระพุทธบาทไว้ที่ โพนฉัน (พระบาทโพนฉัน) อยู่ตรงข้ามอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย แล้วเสด็จมาที่ พระบาทเวินปลา ซึ่งอยู่เหนือเมืองนครพนมปัจจุบัน ได้ทรงพยากรณ์ที่ตั้งเมืองมรุกขนคร (นครพนม) และได้ประทับพักแรมที่ภูกำพร้าหนึ่งคืน วันรุ่งขึ้นเสด็จข้ามแม่น้ำโขง ไปบิณฑบาตที่เมืองศรีโคตบูร พักอยู่ที่ร่มต้นรังต้นหนึ่ง (พระธาตุอิงฮังเมืองสุวรรณเขต) แล้วกลับมาทำภัตกิจ (ฉันอาหาร) ที่ภูกำพร้าโดยทางอากาศ เมื่อปี พ.ศ. 2518 องค์พระธาตุพนมชำรุดล้มลง ทางราชการได้ดำเนินการก่อสร้างขึ้นใหม่ ให้คงสภาพเดิม ภายในปีเดียวกัน และได้ยืนยงคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ งานนมัสการพระธาตุพนมประจำปี เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 12 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 คำนมัสการพระธาตุพนมมีดังนี้ "กปณคิริสฺมิ ปพฺพเต มหากสฺสเปน ฐาปิตํ พุทฺธอุรงฺคธาตุ สิรสา นมามิ" แปลว่า "ข้าพเจ้าขอนมัสการ พระบรมอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระมหากัสสปเถระเจ้า นำมาฐาปนาไว้ ณ ภูกำพร้า ด้วยเศียรเกล้า" เมื่อพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานแล้ว มัลลกษัตริย์ทั้งหลายได้ถวายพระเพลิงพระสรีระ แต่ไม่สำเร็จ จนเมื่อพระมหากัสสปะมาถึงได้อธิษฐานว่า พระธาตุองค์ใดที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่ภูกำพร้า ขอพระธาตุองค์นั้นเสด็จมาอยู่บนฝ่ามือ ดังนี้แล้ว พระอุรังคธาตุ ก็เสด็จมาอยู่บนฝ่ามือขวาของพระมหากัสสปะ ขณะนั้นไฟธาตุก็ลุกขึ้นโชติช่วง เผาพระสรีระได้เองเป็นอัศจรรย์ เมื่อถวายพระเพลิงและแจกพระบรมสารีริกธาตุเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระมหากัสสปะพร้อมด้วยพระอรหันต์ 500 องค์ ก็ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุ มาทางอากาศ แล้วมาลงที่ดอยแท่น (ภูเพ็กในปัจจุบัน) จากนั้นได้ไปบิณฑบาตที่เมืองหนองหารหลวง เพื่อบอกกล่าวแก่พญาสุวรรณพิงคาระ ตำนานตอนนี้ตรงกับตำนานพระธาตุเชิงชุม และพระธาตุนารายณ์เจงเวง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่แล้ว เมื่อพญาทั้ง 5 ซึ่งอยู่ ณ เมืองต่าง ๆ อันได้แก่ พญานันทเสน แห่งเมืองศรีโคตบูร พญาจุลณีพรหมทัต พญาอินทปัตถนคร พญาคำแดง แห่งเมืองหนองหารน้อย และพญาสุวรรณพิงคาระ แห่งเมืองหนองหารหลวง ได้พากันปั้นดินดิบก่อแล้วเผาไฟ ตามคำแนะนำของพระมหากัสสปะ แบบพิมพ์ดินกว้างยาวเท่ากับฝ่ามือพระมหากัสสปะ ครั้นปั้นดินเสร็จแล้วก็พากันขุดหลุมกว้าง 2 วา ลึก 2 ศอก เท่ากันทั้ง 4 ด้าน เมื่อก่อดินขึ้นเป็นรูปเตา 4 เหลี่ยม สูง 1 วา โดยพญาทั้ง 4 แล้ว พญาสุวรรณภิงคาระก็ได้ก่อส่วนบน โดยรวมยอดเข้าเป็นรูปฝาปารมีสูง 1 วา รวมความสูงทั้งสิ้น 2 วา แล้วทำประตูเตาไฟทั้ง 4 ด้าน เอาไม้จวง จันทน์ กฤษณา กระลำพัก คันธรส ชมพู นิโครธ และไม้รัง มาเป็นพื้น ทำการเผาอยู่ 3 วัน 3 คืน เมื่อสุกแล้วจึงเอาหินหมากคอยกลางโคก มาถมหลุม เมื่อสร้างอุโมงค์ดังกล่าวเสร็จแล้ว พญาทั้ง 5 ก็ได้บริจาคของมีค่าบรรจุไว้ในอุโมงค์เป็นพุทธบูชา จากนั้น พระมหากัสสปะ ก็ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุ เข้าบรรจุภายในที่อันสมควร แล้วให้ปิดประตูอุโมงค์ไว้ทั้ง 4 ด้าน โดยสร้างประตูด้วยไม้ประดู่ ใส่ดาลปิดไว้ทั้ง 4 ด้าน แล้วให้คนไปนำเอาเสาศิลาจากเมืองกุสินารา 1 ต้น มาฝังไว้ที่มุมเหนือตะวันออก แปลงรูปอัศมุขี (ยักษิณีหน้าเป็นม้า) ไว้โคนต้นเพื่อเป็นหลักชัยมงคลแก่บ้านเมืองในชมพูทวีป นำเอาเสาศิลาจากเมืองพาราณสี 1 ต้น ฝังไว้มุมใต้ตะวันออก แปลงรูปอัศมุขีไว้โคนต้น เพื่อหมายมงคลแก่โลก นำเอาเสาศิลาจากเมืองตักศิลา 1 ต้น ฝังไว้มุมเหนือตะวันตก พญาสุวรรณพิงคาระให้สร้างรูปม้าอาชาไนยไว้ตัวหนึ่ง หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพื่อแสดงว่าพระบรมธาตุเสด็จออกมาทางทิศทางนั้น และพระพุทธศาสนาจักเจริญรุ่งเรืองจากเหนือเจือมาใต้ พระมหากัสสปะให้สร้างม้าพลาหกไว้ตัวหนึ่ง คู่กัน หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพื่อเป็นปริศนาว่า พญาศรีโคตบูรจักได้สถาปนาพระอุรังคธาตุไว้ตราบเท่า 5,000 พระวัสสา เกิดทางใต้และขึ้นไปทางเหนือ เสาอินทขีล (รูปประกอบ) ศิลาทั้ง 4 ต้น ยังปรากฏอยู่ 2 ต้น ทางทิศตะวันออก ส่วนอีก 2 ต้น ได้ก่อหอระฆังหุ้มไว้ ส่วนม้าศิลาทั้ง 2 ตัว ก็ยังปรากฏอยู่ถึงปัจจุบัน
ยินดีต้อนรับ อาจารย์มาพัฒนาจังหวัดนครพนม ครับ * อาจารย์ คงไม่ต้องปรับตัวมาก เพราะอยู่ที่นี้ อยู่แบบสบายๆ อากาศดี อาหารการกินก็พอหาได้ ยิ่งถ้าเป็นคนชอบสงบๆ ยิ่งดีมากๆ * มีน้องคนหนึ่งมาจากปทุมธานี มาทำงานที่นี่ เดี๋ยวนี้ชอบอาหารอิสาน มากกว่า อาหารเมืองกรุง ซะแล้ว * แถมยังทำหัวใจตกหล่นอยู่แถวนี้อีกต่างหาก * ระวังนะครับ คุณจะหลงรัก นครพนม โดยไม่รู้ตัว ฮฺฮฺ
สวัสดี คนข้างบน jiu สุขสบายดีนะครับ...
ส่วน กาเหว่าขอให้มีความสุขกับที่ทำงานใหม่ และ นำร่องไปก่อนนะครับ มีโอกาสจะไปเยี่ยมถึงนครพนม
กาเหว่ายังจำเพื่อเก่าได้ไหมสมัยที่เราเรียนบ้านม่วงพิทยาคม ขาดการติดต่อเลยนะ
ถ้าเป็น วีระชัย ชาปู่
จำได้เสมอ ไม่เคยลืม ทำงานอยู่ใหนน้อ ส่งข่าวมาได้เลยนะ
ที่นี้ก็ได้
มาดูนครพนม อย่าลืมมาเล่าเรื่องการสอนด้วย โห ได้เพื่อนเก่าสมัยมัธยมศึกษาด้วยดีจังเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
กาเหว่า ดีใจนะที่ยังจำเพื่อนได้ ตอนนี้เป็นครูอยู่ราชบุรี และก็พอมีเวลาว่างไปสอนพิเศษที่ ม.ราชภัฏจอมบึง, วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี และวิทยาลัยพยาบาลบมราชชนนี จักรีรัช มีเมีย 1 คน ลูกสาวอีก 1 คน อยากคุยด้วยนะ งัยก็โชว์เบอร์มาก็ได้นะ 0817798602 มีเรื่องราวดีก็ส่งข่าวมาเล่าให้กันฟังบ้างนะ
บ้านเกิดผมอยู่นครพนม
ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ได้นำผ้าป่าไปทอดถวาย ที่วัดบ้านเกิด
ตามไปดูไหมครับ
ถ้าจะดู ตามไปได้ ที่นี่ นะครับ
ขอบคุณครับ
ดีใจ ดีใจ...
ได้ทราบข่าวความเคลื่อนไหวของเพื่อน...นครพนม - ยโสธรไม่ไกลกัน...สักวันจะไปนอนด้วย
รอให้บ้านใหม่ของเพื่อนเสร็จก่อน...อิอิ วางแผนกันแล้วกับพี่อ้อม
คิดถึงนะจ้ะ
วันเสาร์นี้เจอกันเลี้ยงใหญ่...
(^____^)
เพื่อนปุ๋ม
จะพยายามรีบกลับนะ วันเสาร์ เข้าภาควิชา แต่ไม่มีความก้าวหน้าใดใด ไปรายงานนะ
โปรดเข้าใจกัลยา ด้วย
และมาช่วยกัลยา ทำ Thesis ด้วย
แวะมาทักทายอาจารย์ใหม่ค่ะ
พี่เหว่าสบายดีนะคะ ^^