แม่คะ

 

หนูไม่ได้เขียนจดหมายถึงแม่หลายวัน เพราะหนูไม่ได้อยู่บ้านต้องตะลอนๆจากบ้านเกือบทุกอาทิตย์ อุปกรณ์ที่หนูหอบหิ้วไปด้วยก็อืดช้าเป็นเรือเกลือ

เมื่อวานหนูไปร่วมการประชุมสัมมนาของพี่น้องชมรมวิสัญญีพยาบาล งานนี้เขาจัดให้มีการแสดงมุทิตาจิต ให้กับพี่ๆที่เกษียณและเออรี่ รีไทน์ บรรยากาศบนเวทีที่จัดให้พี่ๆขึ้นไปนั่งรอรับดอกไม้ กับภาพที่น้องๆมะรุมมะตุ้มให้ดอกกุหลาบแดงกับมือพี่ มันเป็นความรู้สึกที่แปลกดี พี่หลายคนร้องไห้ ในโหมดอารมณ์ขุ่นของหนู หนูเลยน้ำตาไหลตามพี่เขาไป หนูคิดว่า หนูคงคิดถึงแม่ ซักวันคงต้องเอยคำ ลา แก่กันและกัน

แม่คะวิสัญญีพยาบาลเป็นเหมือนหนึ่งไม่ใช่พยาบาลเพราะทำงานที่ดูแปลกแยกจากพยาบาลทั่วไป จึงมักได้รับความทึ่งจากเพื่อนร่วมวิชาชีพและวิชาชีพอื่น

แต่แม่รู้ไหมในขณะที่ พยาบาลตามตึกต่างๆมักจะได้รับคำชมเชยหรือมีขนมของฝากเล็กๆน้อยๆจากคนไข้และญาติ วิสัญญีพยาบาลมักจะไม่ได้รับสิ่งนั้น น้อยคนมากที่จะรู้จักวิสัญญีพยาบาลว่าทำหน้าที่อะไร แม้แต่พยาบาลด้วยกันก็ตาม

หลายสถาบันที่วิสัญญีพยาบาลขาดการดูแลจากองค์กรพยาบาล เพราะคิดว่า วิสัญญีพยาบาลขึ้นตรงต่อองค์กรแพทย์ ทำให้หลายคนพลาดโอกาสในความก้าวหน้า

วิสัญญีพยาบาลทำงานเสี่ยงและเครียดมากนัก เพราะต้องดูแลชีวิตของคนไข้จนกว่า การผ่าตัดจะผ่านพ้นไปด้วยดี และต้องตามดูแลคนไข้ต่อจนกว่าสัญญานชีพจะกลับมาปกติดังเดิม

 

เมื่อมีการฟ้องร้อง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของคนไข้และญาติคนที่ถูกฟ้องมักจะเป็นวิสัญญี เพราะดูแลชีวิตผู้ป่วย ดังนั้นเราจึงพลาดไม่ได้ สติต้องอยู่กับตัวเสมอ คือต้องตั้งตนอยู่บนความไม่ประมาท

หลายครั้งที่เรากันเองต้องปลอมกันเองว่า ปิดทองก้นพระ ปิดมากเข้าๆ ทองก็จะล้นออกมาให้ผู้คนได้เห็น เพราะฉะนั้น ต้องสะสมความดีเอาไว้มากๆๆ

 

หนูและเพื่อนสะท้อนใจไม่น้อยกับการเกษียณก่อนอายุ เพราะรู้สึกว่า งานเราคงจะเครียดเกินไป พวกเราเองก็คงไม่อยู่จนครบอายุ 60 ปี แต่พี่ที่อยู่จนเกษียณก็ดูมีความสุขดี (เอาไงกันดี) ชีวิตข้าราชการ คิดใหญ่ทำใหญ่ได้อย่างไร เมื่อต้องติดกรอบระเบียบมากมาย........อ้าว...นี่หนูพูดเลยไปถึงเรื่องอะไร.....นอนดีกว่านะแม่ เวลาเลยเที่ยงคืนแล้ว..........แม่คงสบายดีนะ.......เจอพี่สาวบ้างรึป่าว.........วันนี้ท้องฟ้าโปร่ง แม่คงลำบากในการเก็บดาว แต่นั่นมันกุศลอันยิ่งใหญ่ของเหล่านางฟ้านะแม่

 

รักแม่จ๊ะ

ลูก

26 พ.ค. 51 : 00.19 น.