วันนี้เป็นครั้งแรกที่ชาวริมสวน(ชมน่าน) คิดจะพบปะพูดคุยกันแบบ KM
แม้จะประกาศเป็นจังหวัด IT-KM (เอ หรือว่า KM-IT) มาตั้งแต่ 7 ธันวาคม 2550 เราก็ยังงงๆอยู่ดีว่าเราจะไปอย่างไรกัน
วันนี้เรานัดคุยกันเรื่องที่คิดว่าทุกคนมีความรู้ มีประสบการณ์ คือเรื่อง การตรวจสุขภาพประจำปี

มีผู้เข้าร่วมพูดคุยที่อยากจะบันทึกไว้ดังนี้ คุณบุญส่ง , คุณเพทาย , คุณมนัส , คุณเลิศลักษณ์ , คุณวิลาวรรณ , คุณสมพร , คุณอัญชุลี , คุณสันติ , คุณอัญชลี , คุณวรรณรัตน์ , คุณกล้า , คุณราชิน , คุณวาสนา , คุณฉัตรชัยกานต์ , คุณหมอปัญญา , คุณพรพิมล , คุณจตุพร , คุณสายฝน , คุณพงศ์พิษณุ และ ผู้เขียน (ผิดตกยกเว้นนะครับ)
ทุกท่านได้ช่วยกันแสดงความคิดความเห็นในประสบการณ์ด้านการตรวจสุขภาพประจำปีกันอย่างน่าสนใจ
คุณหมอปัญญา เริ่มเปิดประเด็นว่า ความที่เป็นหมอฟัน เดิมจึงไม่ค่อยได้สนใจกับการตรวจสุขภาพมากนัก แต่เมื่อโดนบังคับให้ตรวจ และผลการตรวจพบ Cholesterol สูงประมาณ 200 มก./ดล. ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย เมื่อตรวจซ้ำพบว่า Chol ลดลงเหลือ 150
คุณหมอปัญญามีเคล็ดลับคุมน้ำหนักโดย ไม่เปลี่ยนรูเข็มขัด (ซึ่งสอดคล้องกับที่ สาธารณสุขนิเทศก์ นพ.สมชาย เชื้อเพชระโสภณ เคยแนะนำให้ซื้อกางเกงเบอร์เดิม)
คุณพรพิมล ก็เช่นกัน ตรวจพบว่า Chol = 230 จึงเริ่มคุมอาหาร และออกกำลังกาย แถมคุยอวดว่ามีคนแซวว่า หุ่นดีอยู่แล้วทำไมต้องออกกำลังกายอีก (ความจริงหมูต้องการบอกให้ที่ประชุมรู้ว่าหมูหุ่นดีนะค่ะ)
คุณเพทาย แปลกกว่าคนอื่นตรงที่ Alkaline Phosphatase สูง ซึ่งเจ้าตัวเชื่อว่าเกิดจาก ตับได้รับปุ๋ยกล้วยไม้มากเกินไป(เพิ่งรู้กันว่าคุณเพทายเลี้ยงกล้วยไม้เป็นหมื่นต้น บอกว่าเอาไว้เป็น sideline ตอนแก่) [กล้วยไม้ ใกล้ม้วย]
คุณสมพร สงสัยว่าทำไมคนอ้วนมัก Chol ไม่สูง ขณะที่คนผอมๆทำไมสูงเอาๆ ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่คุณพรพิมลเสนอว่า เพราะคนอ้วนมักจะระมัดระวังเรื่องการกินดีอยู่แล้ว
ซึ่งคุณอัญชลี กับคุณเลิศลักษณ์ ยืนยัน เพราะทั้งสองคนนี้กินชีวจิตประจำ คุณอัญชลีโทษ ขนมหวาน ทำให้อ้วน
แต่คุณกล้า ว่าน่าจะเป็นจาก กรรมพันธุ์ เพราะตัวเองเจาะอะไรก็ post (ยกเว้น HIV ไม่กล้าเจาะดู) แต่โทษว่าการที่ตัวเองน้ำหนักมากเกิดจากกินอาหาร ร้าน 25 น. (หลายท่านสนับสนุน เพราะร้านนี้ตักอาหารมาก-ราคาแพง จึงต้องพยายามกินให้หมด)
คุณวาสนา เห็นว่าคนที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ก็อาจมี Chol สูงได้ เพราะฉะนั้นใครที่คิดว่าอายุน้อยอย่าชะล่าใจ
คุณมนัส เสนอว่า ควรเก็บข้อมูลผลการตรวจสุขภาพไว้ทุกปีเพื่อเปรียบเทียบกัน อาจเห็นแนวโน้มของความผิดปกติได้ (ก่อนที่จะผิดปกติจริง จะได้ป้องกันได้ทัน)
คุณบุญส่ง คิดว่าตอนนี้จะทดลองยา(ที่หมอสั่ง) สัก 3 เดือน พร้อมเดินออกกำลังกาย และคุมอาหาร (พิเศษ ตรงที่มีคนช่วยคุมอาหาร ซึ่งคุณพรพิมลเห็นว่า เป็น เวรกรรม อีกอย่างหนึ่ง) อ้อ คุณบุญส่งมีเสริม กระเทียม ที่คนคุมคิดว่าน่าจะช่วยลดไขมันในเลือด แต่หลายคนสงสัยว่าแอบแฝง ฤทธิ์ข้างเคียงอื่นหรือเปล่า
ใครไม่ทราบ เลยเสนอเคล็ดลับเรื่อง ให้ระมัดระวังการดื่ม น้ำมะตูม (ช่วยลด) กับ น้ำลำไย (ช่วยเพิ่ม) คุณพรพิมลจึงรีบจดไว้เพราะกลัวจะ จำสลับกัน
คุณฉัตรชัยกานต์ เล่าว่า Chol สูงทั้งบ้าน เป็นข้อดี ทำให้ช่วยกันคุมอาหาร (งงเหมือนกันว่าทำไมเป็นข้อดี)
คุณจตุพร เล่าว่า ตนเองก็ Chol สูง ก็เลยลด แอลกอฮอล์ และ ออกกำลังกายเพิ่มขึ้น
โดยสรุป เราชาวริมสวน เห็นตรงกันว่า การตรวจสุขภาพประจำปี หากพบว่า ผิดปกติ จะมีประโยชน์ที่ทำให้ทุกคนหันกลับมาสนใจสุขภาพตนเอง ควบคุมอาหาร และ ออกกำลังกาย
แต่หากตรวจพบว่า ปกติ ก็อาจทำให้นิ่งนอนใจ ละเลย ทั้งที่ควรจะปฏิบัติตัวเหมือนๆกัน
(หมายเหตุ นี่เป็นบันทึกที่ยาวที่สุดที่ผู้เขียนเคยเขียน Blog ใน G2K หากจะตกหล่นไปบ้างเชิญสมาชิก comment ได้ครับ)
สวัสดีค่ะคุณหมอ แวะมาเยี่ยมเยียนเจ้าของบันทึกที่ยาวที่สุดตั้งแต่เขียนมา 555+
ถ้าคนเราไม่พึ่งพิงการกินยาแต่มาพึ่งพิงธรรมชาติจะทำให้สุขภาพดีกว่ามั้ยครับ
มีข้อมูลผลการตรวจสุขภาพครั้งล่าสุดในภาพรวมของ จนท.สส.ในจังหวัดไหม ครับสุขภาพดีหรือหรือมีแนวโน้มการเป็นโรคอะไรกันหรือเปล่า กลุ่มงานไหนสุขภาพดีกว่ากัน พบผลการตรวจตัวไหนที่ผิดปกติมากที่สุดบ้างครับ
ขอบคุณครับที่ตามมาอ่านข้อความยาวๆ
ว่าแต่เคยตรวจสุขภาพประจำปีหรือยัง
ปกติดีหรือเปล่า
ตรวจสุขภาพเป็นเรื่องควรทำ ทุกคน สามีตรวจแล้วพบว่าเป็นโรคไตเสื่อม น้องชายของไตวาย เลยได้รักษาตัวก่อนที่จะเข้าสู่ภาวะไตวาย ตอนนี้พบทางสว่างของการดูแลตัวเองโดยการงดใช้ไตซึ่งเป็นโรงบำบัดน้ำเสียประจำร่างกายด้วยการงดทานเกลือ อาหารหนึ่งมือใส่เกลือ 1 ใน 10 ของคนปกติ ความสามารถของไตก็เลยไม่ร่วงลงไป ก็จะใช้ทางสว่างไปเรื่อย จะเก็บสถิติดูว่า ไม่ทานอาหารที่มีเกลือหรือมีน้อยมาก จะยืดได้นานแค่ไหน
คุณ คนไม่รู้
ผมว่าไม่แน่เสมอไปกระมังครับ บางครั้งคนไข้บางราย มัวแต่ติดอยู่กับธรรมชาติก็ สายไปเสียแล้ว
คุณ feel free from self
ก็น่าสนใจนะครับ เดี๋ยวจะลองติดต่อคุณกิมให้สรุปมาเผยแพร่ครับ
คุณ นักการพี่หนิง
เป็นกำลังใจให้นะครับ แต่ก็คงต้องอาศัยยาหรืออื่นๆตามที่คุณหมอแนะนำด้วยนะครับ อย่าลดแต่เกลืออย่างเดียว
การที่เราเคยออกกำลังกายมาตลอดแล้วหยุดไม่ได้ออกอย่างต่อเนื่องจากที่ไม่เคยปวดข้อเข่าเลยแต่ตอนนี้กลับรู้สึกปวดข้อเข่ามาก
ขอบคุณค่ะ ทานยาตามที่หมอสั่งทุกอย่าง ค่ะ รอบการตรวจรอบหน้าจะโชว์ค่าไตให้ชมไว้ติดตามความเคลื่อนไหวค่ะ แต่อีกอย่างหนึ่ง คือคนเป็นโรคไตเสื่อมห้ามทานผลไม้สดยกเว้นที่มีโปตัสเซียมต่ำ เช่น องุ่น ทานได้บ้าง รวมทั้งงดผักสดด้วยมิฉะนั้นจะทำให้หัวใจวาย
อีกนิดหนึ่ง ตรวจสุขภาพประจำปีช่วยได้หลายเรื่องนะคะ ไปตรวจสุขภาพประจำปีกันเถอะ
คุณ นักการพี่หนิง ครับ
เรื่องผลไม้ เป็นคำแนะนำที่ดีครับ เพราะคนทั่วไปมักเข้าใจว่าผลไม้เป็นของดีไปซะทุกอย่าง ทั้งที่อาจเป็นโทษสำหรับบางคนได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่อาจได้รับ K (Potassium) มากเกินไป หรือผู้ป่วยเบาหวานที่อาจน้ำตาลขึ้นได้
ได้ผลแล็ปแล้วอย่าลืมมาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ
กินสมุนไพรขมิ้นชันช่วยลดอาการปวดท้องโรคกระเพาะได้ดีมากๆ
การออกกำลังกายเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือตอนเช้าควรจะออกเป็นประจำทุกวันถ้าไม่สามารถออกได้ทุกวันก็ควรออกวันเว้นวันจะดี
อย่าออกกำลังกายคนเดียวนะเดี๋ยวเหงา
ปีนี้ได้ตรวจสุขภาพทั้งระบบแล้วคุณหมอที่รพ.ทัพทันบอกว่าทุกอย่างดีหมดเหลือ 2อย่างที่ต้องดูแล1.Hct เหลือ 25%2.เอวเกิน
คือว่าความดันปกติ เบาหวาน(91) แต่ที่หน้าเป็นกังวลนิดหน่อยHct เหลือ 25% คุณหมอบอกว่าน่าจะให้เลือดแต่ไม่มีอาการเป็นอะไรนานๆจะเวียนศรีษะบ้างที่กำลังพยายามอยู่เรื่องพุงเกินก็จะพยายามทำนะคะเคยให้นโยบายคนไข้ในเรื่องการกินให้ ใช้ 4ม.คือ
ไม่หวาน ไม่มัน ไม่เค็ม และไม่มาก ในการลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ยากมากจริงๆๆแต่ก็จะต้องตั้งใจ มุ่งมั่นให้ได้ต่อไป
ปัจจุบันเป็นโรคที่เขาเป็นกัน 3โรค
1.DM 2.Ht 3ซีด
คุณ noo
เป็นกำลังใจให้นะครับ
ลดน้ำหนักได้มารับรางวัลได้ครับ