มีการแนะนำกันมากมาย ทำให้ทั้งหนักใจ และเบาใจ
จงเตรียมตัวเท่าที่จำเป็น
การเตรียมตัว เตรียมใจของคนจะไปอยู่ต่างแดนนั้น นับเป็นการก้าวข้าม ที่สำคัญขั้นตอนหนึ่ง เมื่อคนรอบข้าง เริ่มมั่นใจแล้วว่า ผู้เขียนต้องไปแน่ และขั้นตอนต่างๆ ก็ผ่านพ้นมาด้วยดี ก็มีการแนะนำกันมากมาย ทำให้ทั้งหนักใจ และเบาใจ แต่มาคิดว่า เตรียมไป เท่าที่เป็นเรานี่แหละ เอาที่จำเป็น เหมือนอยู่เมืองไทย และให้คิดว่า ไปคนเดียว ใครจะช่วยหอบ ช่วยถือ
ในส่วนของการเตรียมตัวนั้น ลูกชาย คนเดียวของผู้เขียน ช่วยจัดเตรียมให้หลายอย่าง ตั้งแต่ไปเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ปลั๊กไฟฟ้า โน๊ตบุค และเครื่องใช้ต่างๆ ช่วยคิด ช่วยเตือน พาไปทำพาสปอร์ต ที่ห้างเซนทรัลบางนา ซึ่งใช้เวลาเพียง ๓ วันก็รับได้ สะดวกมาก เสียเงิน ๑,๐๐๐ บาท กับบัตรประชาชนหนึ่งใบ ก็ได้พาสปอร์ตที่มีอายุ ๕ ปี ต่อมาได้พาไปทำวีซ่าเข้าเมืองอินเดีย ที่ซอยประสานมิตร๒๕ ซึ่งเข้าไปในซอยแค่ ๕๐ เมตร ก็จะเจอ ตึก ๑๕ ชั้นซ้ายมือ มีที่จอดรถสะดวกสบาย เสียค่าใช้จ่าย ๒,๒๐๐ บาท ต้องนำพาสปอร์ตไปด้วย เพียงสองวัน ก็ได้รับ วีซ่า นักท่องเที่ยว มีอายุได้ ๖ เดือน
มีสิ่งของหลายอย่างที่เตรียมไปแล้วไม่ได้ใช้ เช่น ไดร์เป่าผม เพราะที่อินเดียไฟฟ้าจะดับ ไม่แน่นอน จำได้แต่ว่า เช้าตื่นขึ้นมา ไฟฟ้าก็ดับแล้ว อาบน้ำสระผม ก็ไม่เคยได้เป่าสักครั้ง ที่วัดไทยมีการปรับใช้ไฟฟ้า เหมือนบ้านเรา จึงไม่ได้ใช้ ปลั๊กแปลงสัญญาณไฟอีกเช่นกัน ไฟฉายสำคัญมาก เพราะจำได้ว่า ขึ้นถึงห้องทีไร ไฟฟ้าต้องดับทุกคืน ควรใช้อย่างชาร์ทแบตได้ ซึ่งคุณพ่อสกล วรฉัตร ได้ส่งพัสดุ ไฟฉาย ชาร์ทแบตมาให้ ต้องขอบพระคุณอย่างสูง เพราะได้ใช้ตลอด
ของใช้ส่วนตัวนั้น ต้องเตรียมให้พร้อม และพอเพียง มิฉะนั้น จะหาซื้อไม่สะดวกเท่าไหร่
แล้วก็มาถึงขั้นตอนการซื้อตั๋วเครื่องบิน แต่แรกติดต่อซื้อที่การบินไทยโดยตรง ปรากฏว่า ราคา หกหมื่นกว่าบาท คุณพลเดช แนะนำให้ไปซื้อกับ เอเย่น ได้ในราคา ๒๑,๓๖๐ บาทรวมทุกอย่างเบ็ดเสร็จทั้งค่าภาษี ค่าใช้สนามบิน ฯลฯ และราคานี้ ๒ เที่ยวไป-กลับ ซึ่งทำให้ประหยัดเงินมิใช่น้อย ไม่เคยทราบมาก่อนว่า การซื้อตั๋วกับเอเย่น จะได้ราคาถูกขนาดนี้ และเอเย่นนี้ ก็เป็นครูที่เคยสอนลูกชายมาก่อน บริการแม่ของลูกศิษย์อย่างดี
ผู้เขียนเตรียมชุดที่จะใส่ทำงาน เป็นชุดไทยๆ นุ่งผ้าถุง สีน้ำตาลอ่อนนวลๆ คิดว่า จะช่วยเผยแพร่ การแต่งกายของคนไทยด้วย เพราะที่อินเดียนี้ เห็นผู้หญิงแต่งส่าหรี กันทุกคน รักษาวัฒนธรรมดีมาก ผู้เขียนนำผ้าคลุมไหล่ไปด้วย ซึ่งมีประโยชน์มาก ทั้งการคลุมศรีษะเวลาเดินกลางแดด ใช้ปิดจมูกเวลามีฝุ่นละออง ที่อินเดียฝุ่นละอองค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะในที่ชุมชน
ที่สุดผู้เขียนก็มีกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบ กระเป๋าใส่โน๊ตบุคหนึ่งใบ และกระเป๋าผ้าบรรจุผ้าพันคอ และหมวกถัก จากเพื่อนๆ ที่จัดเตรียมให้ผู้เขียนนำไป เป็นของตอบแทน ท่านผู้มีพระคุณทั้งหลาย จำนวนหลายสิบชิ้น เป็นภาระที่ไม่หนักหนาเท่าไหร สำหรับผู้เดินทางคนเดียว พอที่จะลาก จะหิ้วไหว ถ้ารู้มาก่อนว่าสภาพที่อินเดียเป็นอย่างไร คาดว่า ของที่จะนำไปนั้น คงน้อยกว่านี้ เพราะมีหลายอย่าง ที่ผู้เขียน แทบไม่จำเป็น นำมาใช้เลย
ผู้เขียนจดรายการ จัดข้าวของ จนกระทั่งคืนสุดท้าย ก่อนที่เที่ยงวันรุ่งขึ้น คือ วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๑ จะเป็นเวลาขึ้นเครื่องบิน เพื่อเดินทางสู่ประเทศอินเดีย เป้าหมายคือลงเครื่องที่เมืองพุทธคยา(GAYA) เวลา ๑๓.๕๐ เวลาท้องถิ่น เวลาที่นั่นจะช้ากว่าประเทศไทย ๑.๓๐ ชั่วโมง
ในส่วนของการเตรียมตัว กับการเดินทางไปครั้งแรก ดูจะกังวลนิดหน่อย แต่ใช้การตัดสินใจของตัวเองว่า จะขาดจะเหลือ ก็จะยอมรับสภาพตามนี้แหละ อย่าให้มาเป็นปัญหาในการเดินทางอีกต่อไปเลย
มาตามอ่านจ๊ะ
;)
ตามมาอ่านเช่นกันค่ะ ^ ^