วันนี้ขอเสนอตอนแรกของการเจริญสมาธิกับผิวพรรณ โดยขอเริ่มกล่าวถึงตอนแรกของเรื่องนี้คือ ภาวะรอคอยที่น้อยเหลือเกินในปัจจุบัน
วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา นอกเหนือจากการเป็นวันหยุดราชการแล้ว วันนี้ควรเป็นวันที่ผู้ที่ตั้งใจเริ่มการกระทำบางอย่างที่ตั้งใจไว้ จะได้เริ่มดำเนินการได้
วันนี้ผมตั้งใจนำเสนอในประเด็นในยุคนี้ ที่คนเรามีภาวะรอคอยน้อยลงมากๆ ตัวอย่างของการมีภาวะรอคอยน้อยนี้จะเห็นได้จาก
ตัวอย่างที่เกี่ยวข้องสุขภาพ
- ขอรักษาสิวที่เป็นอยู่ และแผลเป็นจากสิวให้หายในเวลาชั่วข้ามคืน จ่ายแพงเท่าไหร่ไม่ว่า ยิ่งถ้าได้ทำการรักษาด้วยเครื่องมือใหม่ๆ จะพอใจมาก
- ขอรักษาฝ้าที่เป็นอยู่หายภายในเวลาเจ็ดวัน โดยที่ไม่สามารถจะเปลี่ยนวิถีชีวิตการโดนแดด (ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเป็นฝ้าที่สำคัญ ผมยังทันและเคยได้ยินว่า มียารักษาฝ้ายี่ห้อหนึ่งที่ประกาศว่า รักษาเห็นผลได้ในเจ็ดวัน และ แจกสร้อยคอทองคำในตลับยา)
- รักษาผมร่วง ศีรษะที่มีผมบาง หายในเวลาชั่วข้ามคืน (สุดท้ายต้องติดบ่วงการบริการที่ทันใจ โดยการเพิ่มเส้นผมชั่วคราวที่แสนแพง บางรายอาจจะต้องซื้อบริการที่ว่าถึงประมาณเจ็ดหมื่นบาทต่อปี หรือ ผ่าตัดย้ายรากเส้นผมที่แพงมากๆ ราคาเป็นแสนบาท)
- คนเราอยากมีรูปร่างที่สวยงาม โดยสรรหาอาหารเสริม ยา และ เครื่องมือต่างๆ เพื่อช่วยให้ตัวเองมีความสวยงามโดยไม่ต้องควบคุมพฤติกรรมการกิน หรือ ไม่ต้องออกกำลังกาย
ตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับสังคม
- เด็กติดเกมส์ สอบถามว่าทำไมชอบเล่นนัก ได้คำตอบว่า มัน และ ทันอกทันใจดี (ขยายความ: ไม่พอใจ ไม่เคยเห็นหน้ากันก็ชกกัน ต่อยกัน ยิงกันให้ตายไปทันทีทันใด บางเกมส์ประเภทขับรถ ก็ให้ขับรถไปชนคันอื่นหลายคัน ยิ่งชนคันอื่นมากๆ ชนยิ่งสยดสยองได้ยิ่งดี ยิ่งได้คะแนนมาก อาจได้เวลาเล่นเพิ่ม เกมส์บางเกมส์ ตนเองถูกชก ถูกทำร้าย ถูยิง สักพักก็มีการเพิ่มพลัง ใช้พลังรักษาตัว แล้วแข็งแรงใหม่)
- คนเรามีเรื่องระหองระแหงกันได้ง่ายมาก เพียงแต่สบตาโดยไม่ตั้งใจ ก็จะมีคำถามว่า มีปัญหาอะไรหรือเปล่าพี่? หรือ การเกิดเรื่องยิงกันจนถึงขั้นเสียชีวิต หรือ ตายเพราะขับรถปาดหน้ากัน หรือ บางทีก็อยู่ดีๆ เกิดไม่ชอบใบหน้ากันมาเฉยๆ แล้วก็เลยโดนตุ๊บตั๊บ สอบถามผู้แจกขนมตุ๊บตั๊บ ได้ความว่า ดูหน้าผู้รับขนมแล้วเกิดขัดหูขัดตาเพราะเหตุผลที่ฟังแล้วก็ยังงงๆ ว่า บุคคลที่ได้รับการตุ๊บตั๊บนั้น มีหน้าตาที่ไม่ทันสมัย
การสร้างภาวะรอคอยให้เกิดขึ้นในใจเรามีหลากหลายวิธี เช่น การนับเลขหนึ่งถึงสิบ คงจะเคยได้ยินเรื่องการให้นับเลขหนึ่งถึงสิบเพื่อคิดทบทวน หรือสร้างภาวะรอคอยให้เกิดขึ้น การเจริญสติภาวนาโดยวิธีการต่างๆ ซึ่งมีกล่าวถึงการปฎิบัติในหลายศาสนา เช่นการทำวัตร สวดมนต์ หรือ การนั่งสมาธิ (อาจจะเดิน ยืน นั่ง นอน หรือ ทำขณะที่กำลังทำงาน)
การทำให้มีภาวะรอคอยนี้ ตามความเข้าใจส่วนตัวก็คือ การให้เกิดสติ (การระลึกได้) และ สัมปชัญญะ (การรู้ตัว) เพื่อรู้ทันความรู้สึก และ สัญชาตญาณของตน
ในทางการแพทย์ โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณ มีผู้คนศึกษาเรื่องนี้มากพอควร ขออนุญาต กล่าวในตอนต่อๆ ไปครับ
ขอให้ทุกคนมีผิวพรรณที่ดี และ ภาวะรอคอยที่เหมาะสมครับ
- ห.ม.อ.สุ.ข.
สวัสดีค่ะ
ขอขอบพระคุณ คุณแจ่มใสที่แวะมาแลกเปลี่ยนครับ
เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าผิวพรรณเป็นหน้าต่างของจิตใจครับ
แบ่งปันประสบการณ์ผ่านมิตรภาพ
สวัสดีค่ะ คุณหมอสุข
- แวะมาศึกษาหาความรู้จากท่าน ขอบคุณค่ะ
- เห็นด้วยค่ะ คนเดี๋ยวนี้ วัตถุนิยม บริโภคนิยม อยากได้อะไรแล้วต้องได้โดยไม่คำนึงถึงวิธีการที่ได้มาค่ะ
ขอขอบพระคุณคุณจตุรัส ที่มาแลกเปลี่ยนครับ
แบ่งปันประสบการณ์ผ่านมิตรภาพ
ขอขอบพระคุณอาจารย์หมอสุข...
เราอาจจะเรียกยุคนี้ว่า เป็นยุค 'instant society' หรือ "สังคมกึ่งสำเร็จรูป" หรือ "ใจมันพร้อมบริโภค (แต่ไม่พร้อมที่จะอดทนหรือรอคอย)
ขอขอบพระคุณ...
ขอขอบพระคุณคุณหมอวัลลภที่ให้ความเห็นที่ตรงใจ
จะเห็นได้ว่าอาหารในปัจจุบันที่มีชื่อเป็นคำภาษาต่างประเทศ สามพยางค์ทั้งหลาย คิดเร็ว สั่งเร็ว ทำเร็ว แต่กินช้า (เพราะราคาอาหารค่อนข้างแพง ต้องกินนานๆ จะได้มีคนเห็นว่าำกำลังกินอาหารเมนูด่วนอยู่)
ห.ม.อ.สุ.ข.
แบ่งปันประสบการณ์ผ่านมิตรภาพ
*** ค่ะ เป็นความจริง จิตใจที่ดี ส่งผลต่อร่างกาย เปล่งประกายสดใสค่ะ
*** กาย + ใจ สัมพันธ์กันค่ะ
*** อาหารปัจจุบัน ต้องเลือกเฟ้นค่ะ ไม่รู้เท่าทัน ก็เหมือนทานยาพิษค่ะ โดยเฉพาะพักและผลไม้สวยๆ สารพิษมากเหลือเกินค่ะ
*** ขอบคุณข้อมูลสาระดีๆ ค่ะ
ขอขอบพระคุณคุณ Bright Lily ที่มาแลกเปลี่ยนครับ
ขอบพระคุณสำหรับความคิดเห็นครับ
แบ่งปันประสบการณ์ผ่านมิตรภาพ