หลังจากช่วงเช้าเราใช้เวลาเดินเล่นที่ ลูเซิร์นกันต่อให้หนำใจจากที่เมื่อวานฝนตกลงมาเสียก่อน  วันนี้เราต้องเตรียมออกเดินทางสู่เซอร์แมท โดยจะต้องแวะที่เมือง Andermatt ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขา เพื่อนั่งรถไฟสาย Glacier express  แม่นีโอไม่รู้จัก Andermatt มาก่อน ได้แต่นึกภาพไว้ในใจว่า   Andermatt หน้าตาจะเป็นอย่างไรหนอ.....

 

 จากลูเซิร์นไปอันเดอร์แมท เส้นทางคดเคี้ยวเลี้ยวลดมาก

ถนนนี่พับไปมาเลย บางช่วงต้องทำหลังคากันหิมะไว้ด้วย  

              หลังจากได้พานพบ แม่นีโอก็หลงรัก  Andermatt แต่แรกเห็น..เมืองอะไรก็ไม่รุ น่ารักน่าเอ็นดู สงบเงียบม๊ากกถึงมากที่สุด ยังสงสัยอยู่เลยว่าผู้คนหายไปไหนกันหมด แต่เสน่ห์ของบ้านเรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงแรมและร้านค้า และบรรยากาศรอบด้านที่โอบล้อมไปด้วยหิมะ  ทำให้คุณตกหลุมรักอันเดอร์แมทเอาดื้อๆ ซะอย่างนั้น  หลังมื้อกลางวันเราออกเดินเที่ยวชมเมือง ซึ่งใช้เวลาไม่นาน เพราะตัวเมืองเล็กนิดเดียว นี่ถ้าเป็นบ้านเราก็เข้าข่ายชนบท (แต่ของเค้านี่...ชนบทไฮโซฮะ เพราะมีแต่นักสกี) ก่อนที่จะจับรถไฟขบวนสีแดงแจ๋เพื่อไปยังเซอร์แมท

      เข้าเขต Andermatt แล้ว...วุ้ย!! ตื่นเต๊นตื่นเต้น

บ้านเรือนที่ Andermatt....สวยงามประมาณนี้แล

บรรยากาศชิลๆ ริมลำธาร

หน้าร้านค้า

                เอาหล่ะ...เรามาทำความรู้จักกับเส้นทางสายนี้กันก่อน“Glacier Express”  ได้ชื่อว่าเป็นเส้นทางรถไฟสายที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก (ในโบรชัวร์เค้าว่าอย่างนั้นนะ) แต่แปลกแฮะ...ได้ชื่อว่าเป็นรถด่วนแต่วิ่งช้าที่สุดในโลกค่ะ  

             จริงๆ แล้วเส้นทางนี้ เริ่มต้นที่ St. Moritz ถึง Zermatt  กินเวลายาวนานกว่า 7 ชม. ในระหว่างทางวิวทิวทัศน์ก็จะเปลี่ยนไป บ้างก็ผ่านทุ่งหญ้า ผ่านภูเขาสูง ผ่านสะพาน 291 แห่ง และลอดอุโมงค์ กว่า  91 อุโมงค์ ดูจากโบรชัวร์นี่เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางในฝันเลยทีเดียวเชียวค่ะ

เตรียมตัวไปขึ้นรถไฟที่สถานี....ขบวนสีแดงนั่นหล่ะ

              แต่เท่าที่แม่นีโออ่านหนังสือ หลายคนบอกว่า เส้นทางที่สวยที่สุด น่าจะเป็นเส้นทางช่วง  St. Moritz ถึง Andermatt  (ดูตามภาพประกอบด้านล่าง) แต่แม่นีโอมาเริ่มต้นที่ Andermatt ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงถึงเซอร์แมท โดยแวะ 2 สถานี คือ Brigและ Visp   อ้าว!! แปลว่าเส้นทางที่แม่นีโอไปคือ จาก Andermatt ไป Zermatt นี่ยังไม่เจ๋งจริง แต่ไม่เป็นไรหล่ะ เท่าที่แม่นีโอผ่านมาถึงจะมีบางช่วงที่วิวทิวทัศน์เดิมๆ แต่ก็มิได้ทำให้เราเบื่อหรอกค่ะ ยังเพลินตาเพลินใจไปกับธรรมชาติรอบๆ ยืนยันได้

               แถมโบกี้ที่เรานั่งนั้น ผู้คนก็น้อยมั่กๆ ทำให้เราเดินเล่น ถ่ายรูปเล่นบนรถไฟได้อย่างไม่เคอะเขิน 555 ขอแนะนำว่าควรนั่งโบกี้หน้าสุดหรือหลังสุด เพราะเวลาที่รถไฟเลี้ยวโค้งผ่านหุบเขา แล้วจะถ่ายรูปออกมาสวยมั่กๆ และบนรถไฟจะมีโบรชัวร์แจก และมีหูฟังให้เราเสียบฟังข้อมูลท่องเที่ยวต่างๆ บนรถไฟได้แบบเพลินๆ นอกจากนี้ยังมีเสบียงให้เราสั่งทานได้ตลอด พวกเราเลยสั่งลาเต้ร้อนๆ มาจิบดื่มด่ำกับบรรยากาศสองข้างทาง ประเดี๋ยวเดียวก็ถึง เซอร์แมท แล้ว.....กรี๊ดดด....เมืองในฝัน 

เบื้องหลังช่างภาพ 555 

Bye Bye......Andermatt