ทางอับ กับ ทางออก ในสาวตาของชาวนา :
กรณีตัวอย่าง ชาวบ้านตำบลตำหรุ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี
เมื่อวันที่ 15 เดือนนี้ ผมมีโอกาสไปเป็นวิทยากรให้กับชาวบ้านตำบลตำหรุ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ในกิจกรรมการอบรมของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัด ในโครงการเครือข่ายยุติธรรมชุมชน คราวนี้ เป็นการอบรมผู้ประสานงานเครือข่ายยุติธรรมชุมชน จุดประสงค์สำคัญคือต้องการสร้างผู้นำในระดับผู้ประสานงานสำหรับเครือข่ายยุติธรรมชุมชนในระดับตำบล ชาวบ้านที่ไปประชุมส่วนใหญ่เป็นชาวไร่ชาวนา ผมเลยถือโอกาสชวนคุยเกี่ยวกับการทำมาหากินของชาวไร่ชาวนาเหล่านั้น ชวนให้มองปัญหาของพวกเขา และชวนคุยถึงทางออกต่าง ๆ จากการพูดคุยกัน ผมได้ข่อสังเกตสำคัญ สองสามประการดังนี้
ประการแรก ไม่สามารถบอกได้ว่าชาวไร่ชาวนารู้ปัญหาของตนหรือเปล่า เพราะ ผมชวนเขาคุยแต่เขาไม่ค่อยอยากจะคุยกับผม จริง ๆแล้ว ผมคิดว่าเขาน่าจะคุยกับผม เพราะ ผมก็เป็นคนแถว ๆตำบลตำหรุนั่นแหละ คนส่วนใหญ่รู้จักผม เพียงแต่ไม่สนิทสนมกัน ไม่ค่อยได้พูดคุยกันมาก่อนในวิถีชีวิตปรกติ ทำนองว่าเคยเห็นกันอยู่ มี 2-3 คนที่ผมคุ้นเคยจริง ๆ วันนั้นผมทำตัวเปิดเผยอย่างมาก เช่น พูดสำเนียงท้องถิ่น เรียกขานกันอย่างญาติพี่น้อง เป็นต้น อาจจะตื่นสถานที่(เพราะเขาไปจัดอบรมที่โรงแรม ) แต่ก็ไม่น่าจะจริง เพราะเคยไปจัดอบรมที่วัดก็ไม่ค่อยพูดเหมือนกัน การดำเนินการวันนั้นดำเนินไปได้ เพราะมีชาวบ้าน 5-6 คนที่ไปอบรมร่วมพูดคุยด้วย
ประการที่สอง รู้สึกว่าในระดับหมู่บ้านมีผู้นำน้อยนัก คนในตำบลมีสัก 2-3 พันคน ที่มาคราวนี้ 48 คน มีเพียง 5-6 คนที่คุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ ผมเชื่อว่า ถ้าลงไปคัดกรองกันจริง ๆก็คงได้คนเหล่านี้แหละ คน 5-6 คนที่คุยกับผมนี่แหละน่าจะเป็นผู้นำตัวจริง
ประการที่สาม ไม่แน่ใจว่าชาวบ้านมองเห็นทางออกหรือไม่ แต่แน่ใจว่าเห็นทางอับมากกว่าทางออก เพราะเมื่อยกประเด็นเกี่ยวกับ จะทำอย่างไรข้าว และพืชผลทางการเกษตรอื่น ๆจึงจะขายได้ราคา จะทำอย่างไรจึงจะทำให้ชาวไร่ชาวนาหันมาทำเกษตรแบบปลอดสารพิษ หรือเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น จะได้คำตอบว่า
ยาก ทำไม่ได้ ชาวบ้านไม่เอาด้วยหรอก ฯลฯ เป็นต้น
เขาจะจาระไนได้มากว่าที่ทำไม่ได้ หรือที่ทำได้ยาก เพราะอย่างนั้นอย่างนี้
แต่พอคะยั้นคะยอให้ช่วยคิดว่า มีวิธีการที่เป็นไปได้บ้างไหม
ก็จะได้ทางออกในลักษณะที่ว่า รัฐบาลจะต้องอย่างนั้น รัฐบาลจะต้องอย่างนี้ โรงสีจะต้องอย่างนั้นจะต้องอย่างนี้ พ่อค้าจะต้องอย่างนั้นจะต้องอย่างนี้
เป็นที่น่าสังเกตอยู่ว่าเข้าเน้นทางออกสำคัญอยู่ที่รัฐบาล คือ ถ้ารัฐบาลลงมาจัดการให้ทุกอย่างก็จะสำเร็จ
ผมลองนำทางว่า ลองทำเป็นตัวอย่างให้เขาเห็นบางได้ไหม
โอ้ย!!! ไม่ได้ผลหรอก พาไปดูมาแล้วทำนาปลอดสารพิษ เขาเห็น เขาก็ว่าดี ดี ดี แต่พอชวนเขาว่า เรากลับไปทำกันไหม ไม่มีใครเอา อ้างว่า ยุ่งยาก เสียเวลา ไม่ทันใจ เป็นต้น
ชาวบ้านคนหนึ่งเป็นหมอดิน ยืนยันว่าตนเองทำน้ำหมักชีวภาพเอาไปแจก ให้ไปลองใช้ดู ชาวบ้านก็รับไว้ แต่ไม่มีใครเอาไปใช้ รับไว้แล้ววางไว้ที่ไหนก็เห็นอยู่ที่นั่นแหละ ชั่วนาตาปี ไม่มีใครเอาไปใช้
เฮ้อ...ผมเองก็อับจนปัญญาไปเหมือนกัน
คุยกันวันนั้นผมรู้สึกว่าชาวบ้านตำบลตำหรุ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เขาเห็นแต่ทางอับ เขาไม่เห็นทางออก
Paaoobtong