ทักษะการคิดและกระบวนการคิดเป็นพื้นฐานสำคัญที่นำสู่ความรู้และคุณภาพผู้เรียนด้านต่างๆ ที่แสดงออกด้วย กาย วาจา ใจ หลักสูตรและการประเมินจึงนำมากำหนดเป็นมาตรฐานสำคัญ โดย สมศ.ได้กำหนดเป็นมาตรฐานคุณภาพผู้เรียนให้มีความสามารถ ในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และ มีวิสัยทัศน์ นั่นหมายถึงว่า ผู้เรียนจะต้องสรุปความคิดได้อย่างเป็นระบบ และมีความคิดแบบองค์รวม และจากการประเมินในรอบแรกพบว่า มีโรงเรียนเพียงร้อยละ 18 เท่านั้น ที่ผ่านการประเมินในมาตรฐานนี้
ปัญหาสำคัญที่ทำให้คุณภาพผู้เรียนยังไม่ผ่านเกณฑ์ คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ยังเป็นการให้ผู้เรียนตอบได้ตรงคำถามของครู และการนิเทศส่วนใหญ่ ก็ยังเป็นการให้ผู้รับการนิเทศทำตามสั่งเท่านั้น ไม่อธิบายขยายความให้แตกฉานเป็นองค์รวม หรือมีการพัฒนาผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน
การขับเคลื่อนการคิดสู่ห้องเรียน (Thinking Classroom Project) ขึ้น โดยหวังให้โรงเรียนในสังกัดจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาการคิดขึ้นในทุกห้องเรียนได้จริง ในเบื้องต้นได้กำหนดรูปแบบการคิดพื้นฐานที่ลงมือปฏิบัติได้ไม่ยากสำหรับครูไว้และกำหนดกระบวนการสำคัญในการขับเคลื่อน คือ
1. บุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกระดับจำเป็นต้องรู้จักคุณภาพผู้เรียนระดับต่าง ๆ เป็นแนวเดียวกัน
2. ครูผู้สอนใช้กิจกรรมที่ผู้เรียนทำแล้วเกิดผลการเรียนรู้ระดับสูงได้จริง มีวิธีการประเมินคุณภาพ ซึ่งสะท้อนการคิดของผู้เรียนจากผลงานจริงได้จริง
3. ครูนำเสนอผลการเรียนที่เกิดขึ้นจริงด้วยผลงานจริงพร้อมทั้งและการเสนอแนวทางเพิ่มพูนให้ดีขึ้น มีตัวอย่างผลงานแสดงคุณภาพระดับต่างๆ และเสนอแนวทางเพิ่มพูนคุณภาพที่จะได้ผลจริง