หนูรู้สึกว่าเป็นหมอจริงๆ คือคนไข้ต้องการเรา..ถ้าเราไม่อยู่แล้วใครจะมาดูแลพวกเขา

สวัสดีครับ...

วันนี้ได้ยินเรื่องเล่าที่ดีๆ  จากผู้ร่วมงาน  เป็นเรื่องเล่าที่สะท้อนถึงความคิด  ทัศนที่งดงามแบบหนึ่งครับ  ผมรู้สึกได้เช่นนั้น

ระหว่างการมาสะสางงานที่ค้างต่อผู้ป่วย..

คือการเย็บแผลที่หอผู้ป่วย นั้น...

น้องหมอคนใหม่ที่ย้ายมาร่วมงานก็ได้เข้ามาช่วย...

ทำให้ได้มีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวมากมาย  หลากหลาย เป็นเรื่องราวที่ดีๆครับ....

มีประเด็นหนึ่งที่สะดุดผมอย่างยิ่งคือ...

เรื่องเล่าของความรู้สึกของน้องหมอในวันหนึ่งที่หนักมาก  ในแง่มุมการทำงาน....

   ผมเริ่มต้นด้วยคำถาม... 

            เป็นอย่างไรบ้างครับ  มาอยู่โรงพยาบาลชุมชน 3 สัปดาห์  ต่อด้วย...  พอจะได้สัมผัสเรื่องราว  ความรู้สึกต่างๆอะไรบ้างครับ  สัมผัสได้ถึงความรู้สึกทุกข์อะไรบ้าง  สัมผัสได้ถึงความทุกข์อะไรบ้าง.... และชีวิตเป็นอย่างไร..(ถามยาวมากๆๆครับ...)

  น้องหมอตอบว่า...

           ก็ดีค่ะพี่...แรกๆอาจจะรู้สึกว่าลำบากบ้าง...ไม่ใช่ลำบากใจอะไรนะ  แต่เป็นเรื่องของปริมาณคนไข้ที่มันมากจริงๆ  ตอนที่อยู่เวร  และระบบเวรที่ต้องอยู่แบบมาราธอนและต้องอึดแบบที่ปาย(คืออยู่ตั้งแต่เช้า8.00น-8.00 น ของอีกวัน แล้วต้องมาทำงานต่อ  ถ้าเป็นวันศุกร์ยิ่งต้องอึดครับ  เพราะว่าอยู่8.00น-8.00นอีกวัน  แถมต้องอยู่ต่อไปอีกจนถึง 12.00 น  ถึงจะได้ลงครับ) 

   แต่ตอนนี้ชินและดีขึ้นแล้ว  คนไข้น้อยลง  ไม่เหมือนช่วงแรกๆที่ดวงดีคนไข้มาตลอดทั้งคืน...

  และน้องหมอก็กล่าวต่อว่า...

      อยู่ที่นี่มีความรู้สึกว่าเป็นหมอจริงๆ...

 ( ถึงตรงนี้ผมเริ่มสะดุดและแปลกใจ  มีความสนใจมากขึ้นกับนัย ของคำพูดนี้ที่ซ่อนอยู่ครับจึงถามต่อ)

   ผมถามว่าทำไมถึงรู้สึกว่าเป็นหมอจริงๆครับ  เพราะว่าที่รพ.จังหวัดมีพี่ช่วยหรือ  ...

  น้องตอบว่าไม่ใช่ค่ะ....แล้วเล่าต่อเพื่ออธิบายว่า....

         ในช่วงวันที่ต้องอยู่กันเพียงสองคนพี่หมออีกท่าน...ผมและท่านสมคบไม่อยู่รพ.

         วันนั้นคนไข้มากจริงๆ..  เหลือบมองนาฬิกาเห็นว่า 16.00 แล้วคนไข้ก็ยังมีมากถึง 30 คนที่รอตรวจ.... มีความรู้สึกแว๊ปเข้ามาว่า  ...

          ถ้าเราไม่ตรวจแล้วใครจะตรวจ  ถ้าหากว่าเราไม่ดูแลเขาแล้วใครจะมาดูแล  รู้สึกว่าผู้ป่วยต้องการเราจริงๆ  

  ...อีกอย่างมีความรู้สึกที่ดีๆกับคนไข้ที่ปาย  เพราะว่าทุกคนที่มาหาหมอ  ไม่ว่าจะยากดีมีจน  ชนชาติใด  เกือบทั้งหมดจะกล่าวคำว่าสวัสดีเพื่อทักทายแพทย์  หรือครึ่งหนึ่งก็ยกมือไหว้เรา..ทำให้รู้สึกดีๆ

  ..อีกทั้งการเป็นคนบ้านเดียวกัน  คือเป็นคนแม่ฮ่องสอนเช่นกัน  อยากช่วย  อยากดูแลคนบ้านเดียวกัน....

  ผมก็ถามเพิ่ม..  แม้ว่าจะคนละอำเภอหรือครับ...

  น้องตอบค่ะ...แม้จะต่างอำเภอ  ก็รู้สึกว่าคนบ้านเดียวกัน  เพราะจังหวัดเดียวกัน...

 

   จริงๆแล้วตอนที่อยู่รพ.ทั่วไปก่อนย้ายมา  เคยคิดถึงขึ้นที่จะลาออกเพราะ....

  ต่อเรื่องราวทั้งหมดที่ผมได้ฟังนั้น...

  ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเล่าที่มีค่าจริงๆ

 เพราะเพียงแค่การทำงานใน รพ ชุมชนไม่นานก็ทำให้น้องหมอตกผลึกความคิดที่ดีๆ ได้เช่นนนี้  เทียบกับผมแล้ว(เทียบอีกแล้วครับ..เทียบเพื่อพัฒนาให้ดีๆขึ้นครับ ^_^)    ผมคิดว่าใช้เวลาหลายเดือนครับ.

     ผมแอบชื่นชมเล็กน้อยว่าทุนเดิม(ทุนทางความดีครับ)..ต้องมีมากมายแน่นอนครับ..

   รู้สึกประทับใจ  ปลื้มใจกับเรื่องราวที่ดีๆเช่นนี้

  จนต้องกล่าวกับน้องหมอว่า....

   ถ้าหากมีเรื่องราว  ความคิด  ความรู้สึกที่ดีๆเช่นนนี้เกิดขึ้นอีก  ขอช่วยรบกวนเล่า  บอกกล่าวให้พี่ด้วยนะครับ  เพราะว่าเป็นอาจจะทำให้พี่ได้เรียนรู้  ซึมซับสิ่งที่ดีๆไปด้วย...

 น้องหมอทำหน้าและตอบกลับผม    แบบงงๆ ครับว่า..

  ค่ะๆพี่...  ^_^  (คงคิดในใจรึเปล่านะว่า  พี่นี่ถ้าจะเพี้ยนหรือเปล่านะ..อยู่ห่างๆดีกว่า อิอิ)