เมืองเทวทูต กำลังเวียนกันมาให้เราท่านทั้งหลาย ชมดูกัน ดูแล้วใครได้อารมณ์ไหน ก็ถามใจกันดู

     เพิ่งจะเขียนเรื่องเมืองเทวทูตได้ไม่กี่วัน เขียนแล้วก็รู้สึกว่าตัวเอง กำลังเดินเข้าไปดูเหตุการณ์ที่เขาแสดงให้ชม(แต่เป็นของจริง) นั้นอีก เป็นการทดสอบ จิตใจอีกครั้ง ที่ดีมาก  ทำให้เราจะได้มีโอกาสทบทวนอะไรได้บ่อยๆ

    แต่ทั้งหมดที่นำมาเสนอนั้น เป็นเรื่องราว ที่ผู้เขียนเก็บเอามาเล่าสู่กันฟัง ด้วยข้อจำกัด ของตัวอักษร และความสามารถในการถ่ายทอด ก็อาจทำให้ ได้สัมผัสความรู้สึกนั้นๆ กันได้บ้าง

    แต่กับข่าวโศกนาฏกรรม ที่กำลังแพร่ภาพไปทั่วโลกทั้งสองข่าวใหญ่นี้ซิ  ที่ทำให้ผู้เขียน ต้องนึกถึงภาพเทวทูต จำลองในเมืองมนุษย์อีกครั้ง คือข่าวน้ำท่วมหนักในพม่า คนตายนับแสนเมื่อสัปดาห์ก่อน  กับข่าวแผ่นดินไหว คนตายนับหมื่น ในประเทศจีน เมื่อวานนี้ ผู้เขียนได้ชมภาพเหล่านั้น ด้วยความรู้สึก เหมือนเมื่อครั้งที่เกิดในอินเดีย อีกครั้ง

 ศพมากมายในพม่า ของผู้ประสบเคราะห์กรรม ล่องลอยตามแต่กระแสน้ำจะพัดพาไป ท่าทางของศพ ล้วนแสดงถึงวาระจิตครั้งสุดท้ายของเขา บางครั้ง กระแสน้ำพัดไปติดขอบฝั่งแม่น้ำ ผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็จะนำไม้มาเขี่ยไปให้พ้นๆหน้า จะไปไหนก็ไป ศพเหล่านี้ เป็นสิ่งไม่ควรแตะต้อง อัปมงคล

  ถ้าทุกสิ่งอย่างในโลกเรานี้ เป็นพลังงาน พลังที่รวมตัวในการก่อเกิด และพลังที่แตกกระจายเมื่อการแตกดับ ดังนี้แล้ว การที่ผู้คนในพม่า ยังได้ยินเสียงร้องโหยหวน ที่ดังมาจากสายน้ำ ก็คงไม่ใช่เรื่องเกินจริง เสียงของผู้จากตาย ด้วยความทุกข์ทรมาน ไร้ที่พึ่งพิง....ที่ยังเป็นพลังงาน ให้ได้ยินผ่านหู ของผู้ร่วมทุกข์ ในวันนี้

  เพียงไม่นาน ข่าวภาพแผ่นดินไหวของประเทศจีน ก็ผลัดขึ้นมาแสดง ให้คนทั่วโลก เปิดสัญญาณ รับรู้ร่วมกัน สาระพัดซาก ที่ตายอย่างไม่รู้ตัว ทุกตัวประกอบในภาพ ที่มีชีวิตอยู่ มีแต่ดวงตาแห่งความตื่นตระหนก โศกเศร้า และหวาดกลัว ไม่ต้องมีใครกำกับ ไม่ต้องมีใครเขียนบท นี่คือประสบการณ์จริง

  เมืองเทวทูต กำลังเวียนกันมาให้เราท่านทั้งหลาย ชมดูกัน ดูแล้วใครได้อารมณ์ไหน ก็ถามใจกันดู

สิ่งต่อไปที่จะเหลือต้องทำต่อจากนี้ ก็คือ จงอย่าประมาท อย่าคิดว่า เป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของกฏแห่งกรรมเฉพาะกลุ่มคนนั้นๆ เท่านั้น แต่อย่าลืมว่า ในแต่ละวัน ที่มีผู้กล่าวว่า เรามีเรื่องคิดถึง ๖๐,๐๐๐  เรื่อง แน่ใจหรือ ว่าจะไม่มีความคิดไหน ที่เคยอนุโมทนาบาป ไปกับใครๆเขาบ้าง ถ้ากรรม เป็นผู้บงการเบื้องหลังทั้งหมด นั่นก็น่าจะประเมินได้ว่า ถ้าเรามีกรรมเป็นกุศลมาก อนุโมนาบุญมาก เราก็คงกำลังเดินห่างจากจุดภัยพิบัติที่กวาดชีวิต ผู้ร่วมชะตากรรมไปครั้งละมากๆ ดังที่เห็นอยู่นั้น ไปไกลขึ้นเรื่อยๆ  แต่ถ้าไม่แน่ใจ ว่าเผลออนุโมทนาบาปกับใครเขาบ่อยๆ ก็นั่นแหละ ให้รู้ว่า กำลังเดินทาง ไปหาผู้ร่วมชะตากรรม ที่เราเคยส่งเสริมบาปกับเขาไว้ เพื่อไปรับกรรมร่วมกันกับหมู่คณะของตน

  อดีตเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่ควรนึกถึง ให้มีอิทธิพล ต่อชีวิตเรามากนัก เพราะจะดีหรือเลว ก็สายเกินไปเสียแล้ว มานึกถึงปัจจุบัน ที่กำลังได้กระทำในขณะนี้ดีกว่า ว่ากำลังทำกรรมประเภทไหน ตราบใด ที่ยังมีลมหายใจ อยู่ดีมีสุขอยู่ ก็ถือว่า โชคดี ชีวิตอยู่ในแดนบวก เราจงมาต่อลมหายใจด้วยพลังบวกต่อไปเถิด อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไป จนสายเกินแก้ หรือ อาจเลยสายไปนานแล้ว จนจะได้เวลาตะวันลับฟ้าแล้วก็ได้ ณ เวลานั้น การพิพากษา ก็จะมาถึง.....

Dsc06952