
อย่าบังคับฝึกเด็ก และพยายามหาปัญหาพฤติกรรมให้เด็ก จนเด็กมองว่า ครูและผู้ปกครองไม่เข้าใจเขา
ครูและผู้ปกครองต้องอดทน เชื่อมั่นในตนเอง ในการสำรวจศักยภาพ (ความสามารถและความสุขที่พัฒนาเป็นทักษะได้) ในการมีส่วนร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นพื้นฐานต่อการดำรงชีวิตหรือที่นักกิจกรรมบำบัดเรียกว่า "ทักษะชีวิต"
นักกิจกรรมบำบัดทุกคนควรให้คำปรึกษาและให้ความรู้ว่า ทักษะชีวิตที่พัฒนาตามธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นจริงของบ้าน โรงเรียน และชุมชน จะทำให้เรามีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนาเด็กระยะยาว อย่ามองปัญหาที่ซับซ้อนมากขนเกินไป เหนื่อยกับการฝึกทักษะชีวิตก็หยุดพักและคิดหาวิธีการและขั้นตอนของการฝึกอย่างมีระบบและเป็นไปตามธรรมชาติ อย่าฝืนและจัดสื่อการฝึกให้เหมือนกับสื่อการรักษาที่คลินิกกิจกรรมบำบัด ต้องเรียนรู้และสร้างความรู้ความเข้าใจถึงทักษะชีวิตของเด็กด้วยความรักและความสุข
ทักษะชีวิตที่แนะนำให้ผู้เข้าอบรมคิดขอบเขตอย่างชัดเจน ได้แก่ ทักษะการช่วยเหลือตนเองด้านกิจวัตรประจำวัน ทักษะการเล่น ทักษะการใช้เวลาว่าง ทักษะการเรียน ทักษะการทำงาน และทักษะการเข้าสังคม
ขอบเขตเหล่านี้ทำให้ผู้เข้าอบรมมีแนวทางชัดเจน ไม่มองปัญหาพฤติกรรมมากจนเกินไป และพยายามคิดจัดลำดับความสำคัญของทักษะชีวิตที่น่าจะพัฒนาในลูกของแต่ละท่านได้ รวมทั้งสามารถคิดขั้นตอนจากประสบการณ์ชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้นักกิจกรรมบำบัดต้องใช้ทักษะการสื่อสาร การสอนการเรียนรู้ และการวิเคราะห์สังเคราะห์กิจกรรม ในการร่วมออกแบบโปรแกรมการฝึกที่บ้าน โรงเรียน หรือชุมชน ด้วยครับ
ผมอยากนำเสนอความรู้สึกดีๆของผู้เข้าอบรมที่ชนะเลิศในการเขียนความสำคัญของทักษะชีวิตของเด็กออทิสติก ดังนี้
ทักษะชีวิต เป็นศักยภาพอย่างหนึ่งของคนเรา ทั้งในด้านการดำเนินชีวิตประจำวัน การเล่น การเรียนรู้ต่างๆ การทำงาน การเข้าสังคม ตลอดจนความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงการแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งในทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ ตลอดจนการจัดการกับอารมณ์ต่างๆ
หากคนเราไม่มีทักษะนี้แล้ว เวลาที่เกิดปัญหาต่างๆ อาจไม่รู้จักวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้สำเร็จลุล่วงไปได้ และปัญหาเหล่านี้หากสะสมไปนานนาน จะเกิดเป็นปัญหาทางสังคมได้ และเมื่อไม่มีผู้คิดแก้ไข จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป (คุณภริดา มาทานี)
ผมลองคิดต่อจากบทความนี้ เมื่อครูหรือผู้ปกครองจัดการพัฒนาทักษะชีวิตของตนเองไม่ได้อย่างมีความสุข แล้วใครหละจะพัฒนาทักษะชีวิตในเด็กออทิสติกและเด็กที่มีความต้องการพิเศษอื่นๆ
แวะชมภาพบรรยากาศในงานที่ http://www.autisticthai.org/newaus/behavior%20Autistic.html
ชัดเจนมากๆค่ะ Ajarn Dr. Pop ทำให้คิดถึงลูกๆของคนใหญ่ๆโตๆในบ้านเราที่มีให้เห็นเป็นกรณีศึกษาเยอะแยะมากๆ ที่ขาดทักษะชีวิตนี้แหละนะคะ จริงๆก็คงมีพื้นฐานมาจากพ่อแม่ คนเลี้ยงนี่เองแหละ เพียงแต่เราอาจจะได้รับรู้เรื่องราวของผู้ใหญ่น้อยกว่า น่าเศร้าใจนะคะ สิ่งที่เราทำได้ก็น่าจะเป็น สร้างทักษะนี้ให้เกิดกับตัวเราและคนที่เรารับผิดชอบ และช่วยกันให้ความรัก ความเมตตาคนที่เขาไม่มีทักษะนี้ เด็กๆที่มีพ่อแม่การศึกษาสูงๆใกล้ๆตัวเราก็ยังเห็นได้เลยค่ะ ว่าเขา suffer กับเรื่องนี้ ทำให้เขาทำตัวลำบาก เพื่อนก็ไม่ชอบ
ขอบคุณครับพี่โอ๋ ความคิดเห็นของพี่ชัดเจนมากครับ