นับเป็นครั้งแรกต่อสาธารณชน 100 ท่าน ที่ผมรู้สึกตื้นเต้นว่าการนำวิธีการจัดระบบความคิดและเข้าใจกิจกรรมบำบัดจะทำให้ครูและผู้ปกครองเหล่านี้พัฒนาความรู้ในตัวตนสู่ขั้นตอนการฝึกทักษะชีวิตที่เป็นรูปธรรมได้หรือไม่อย่างไร

 

อย่าบังคับฝึกเด็ก และพยายามหาปัญหาพฤติกรรมให้เด็ก จนเด็กมองว่า ครูและผู้ปกครองไม่เข้าใจเขา

ครูและผู้ปกครองต้องอดทน เชื่อมั่นในตนเอง ในการสำรวจศักยภาพ (ความสามารถและความสุขที่พัฒนาเป็นทักษะได้) ในการมีส่วนร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นพื้นฐานต่อการดำรงชีวิตหรือที่นักกิจกรรมบำบัดเรียกว่า "ทักษะชีวิต"

นักกิจกรรมบำบัดทุกคนควรให้คำปรึกษาและให้ความรู้ว่า ทักษะชีวิตที่พัฒนาตามธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นจริงของบ้าน โรงเรียน และชุมชน จะทำให้เรามีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนาเด็กระยะยาว อย่ามองปัญหาที่ซับซ้อนมากขนเกินไป เหนื่อยกับการฝึกทักษะชีวิตก็หยุดพักและคิดหาวิธีการและขั้นตอนของการฝึกอย่างมีระบบและเป็นไปตามธรรมชาติ อย่าฝืนและจัดสื่อการฝึกให้เหมือนกับสื่อการรักษาที่คลินิกกิจกรรมบำบัด ต้องเรียนรู้และสร้างความรู้ความเข้าใจถึงทักษะชีวิตของเด็กด้วยความรักและความสุข

ทักษะชีวิตที่แนะนำให้ผู้เข้าอบรมคิดขอบเขตอย่างชัดเจน ได้แก่ ทักษะการช่วยเหลือตนเองด้านกิจวัตรประจำวัน ทักษะการเล่น ทักษะการใช้เวลาว่าง ทักษะการเรียน ทักษะการทำงาน และทักษะการเข้าสังคม

ขอบเขตเหล่านี้ทำให้ผู้เข้าอบรมมีแนวทางชัดเจน ไม่มองปัญหาพฤติกรรมมากจนเกินไป และพยายามคิดจัดลำดับความสำคัญของทักษะชีวิตที่น่าจะพัฒนาในลูกของแต่ละท่านได้ รวมทั้งสามารถคิดขั้นตอนจากประสบการณ์ชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้นักกิจกรรมบำบัดต้องใช้ทักษะการสื่อสาร การสอนการเรียนรู้ และการวิเคราะห์สังเคราะห์กิจกรรม ในการร่วมออกแบบโปรแกรมการฝึกที่บ้าน โรงเรียน หรือชุมชน ด้วยครับ

ผมอยากนำเสนอความรู้สึกดีๆของผู้เข้าอบรมที่ชนะเลิศในการเขียนความสำคัญของทักษะชีวิตของเด็กออทิสติก ดังนี้

ทักษะชีวิต เป็นศักยภาพอย่างหนึ่งของคนเรา ทั้งในด้านการดำเนินชีวิตประจำวัน การเล่น การเรียนรู้ต่างๆ การทำงาน การเข้าสังคม ตลอดจนความคิดสร้างสรรค์ รวมไปถึงการแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งในทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ ตลอดจนการจัดการกับอารมณ์ต่างๆ

หากคนเราไม่มีทักษะนี้แล้ว เวลาที่เกิดปัญหาต่างๆ อาจไม่รู้จักวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้สำเร็จลุล่วงไปได้ และปัญหาเหล่านี้หากสะสมไปนานนาน จะเกิดเป็นปัญหาทางสังคมได้ และเมื่อไม่มีผู้คิดแก้ไข จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป (คุณภริดา มาทานี)

ผมลองคิดต่อจากบทความนี้ เมื่อครูหรือผู้ปกครองจัดการพัฒนาทักษะชีวิตของตนเองไม่ได้อย่างมีความสุข แล้วใครหละจะพัฒนาทักษะชีวิตในเด็กออทิสติกและเด็กที่มีความต้องการพิเศษอื่นๆ

แวะชมภาพบรรยากาศในงานที่  http://www.autisticthai.org/newaus/behavior%20Autistic.html