"เวลาทำงานอะไร เวลาเราตั้งงานขึ้นมาแล้ว ควรจะมีการเติมความรู้เข้าไปเรื่อยๆ เติมสิ่งที่ควรจะปรับปรุงเข้าไปเรื่อยๆ เป็นระยะๆ เสริมแรง สุนทรียสนทนากันเอง และมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง และทุกเรื่องให้เป็นเรื่องสนุก เท่านี้ก็จะสำเร็จแล้วละค่ะ"

 

เรื่องเล่าสู่กันฟังเรื่องนี้ เล่าโดยคุณฮุยค่ะ นวก.สส. ท่านหนึ่งที่ทำงานที่ PCU ไม่ใช่ทันตบุคลากร แต่แทบว่าจะทำงานทันตฯ ได้แบบ ชิว ชิว คุณกรรณิการ์ เธอเล่าว่า

สอ.ท่านัด ก่อนที่จะมาเป็น PCU ได้ เรามีเจ้าหน้าที่ 3 คน เท่านั้น มีหัวหน้า สอ. น้อง และตัวเอง ที่เป็น นวก.สส. และอย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่า งาน CPU เยอะ เราก็เลยต้องซอย ผู้หญิงเอางานผู้หญิงไป ผู้ชายเอางานผู้ชายไป แต่การรักษา อยู่เวร ทุกคนต้องแบ่งเท่ากันหมด ไม่เว้น หารเท่าเทียม และเราทำงานกันแบบพี่แบบน้อง ไม่เคยทะเลาะกันเลย กินข้าวก็พร้อมกัน เวลาไปกินข้าว เราก็หิ้วมาเผื่อกันด้วย ... เจ้าหน้าที่มีน้อย เราก็แบ่งกันทำ งานผู้สูงอายุก็เลยต้องตกอยู่กับฮุย

เวลาที่ทำงานผู้สูงอายุ หรืองานอนามัยแม่และเด็กนี่ ตอนแรก ก็คิดว่า มันอยากทำ ยังไงก็ต้องทำ เพราะว่าเป็นงานที่ระบุมาแล้วว่า เป็นกลุ่มเป้าหมาย ต้องทำ KPI ตัวชี้วัดก็มี รายงาน CUP ก็มี มีหมดเลยที่ถามเรื่องเกี่ยวกับผู้สูงอายุตลอด ดังนั้น เราก็เลยต้องตั้งชมรมผู้สูงอายุ เมื่อ 6 ธค.45 ท่านัดตั้งง่ายมากเลย โดย เรารู้จักคนนี้ ทำหนังสือเชิญ รู้จักคนนี้ ทำหนังสือเชิญ ... เชิญ เชิญ เชิญ ระบุวัน ประชุม และลงตัววันที่ 6 ธค. และให้ผู้สูงอายุมา ทำหนังสือไป 60 ฉบับ ได้มา 54 คน อีก 6 คน ติดภารกิจ (ตัดหน่อไม้ไร้ญาติค่ะ ก็คือ ตัดหน่อไม้ฝรั่ง เมื่อไรที่ตัดก็ใช้เวลาครึ่งวัน ก็ไม่ต้องแล้วละค่ะ ถ้าใครปลูกก็ไม่ต้องเจอหน้ากันเลย)

ทีนี้พอมาร่วมกิจกรรมกันปั๊บ เราก็นัดเดือนต่อไปทันที เพราะว่าเจ้าหน้าที่เรามี 3 คน งบประมาณไม่มี เดือนแรกก็เลยกินข้าวกล่อง เดือนต่อมามีผู้ใจบุญ ทำอาหารมาเลี้ยง ต่อมาก็ได้งบฯ จาก อบต. ซึ่งเป็นงบประมาณที่น้อยมาก เพราะว่า อบต. เขาบอกว่า ผู้สูงอายุไม่ต้องไปเน้น เน้นเด็กนักเรียน ... ดังนั้น เจ้าของที่สถานีอนามัยเขาบอกว่า ทำไมอัตคัตเหลือเกิน ก็มาช่วยเรื่องอาหารกลางวัน

เราก็เน้นตรงนี้ ก็หาความรู้ทุกอย่างเท่าที่จะหาได้ ไปสอนผู้สูงอายุ ทุกอย่างจริงๆ ตั้งแต่ เรื่อง Gout เบาหวาน ความดัน เราถามว่าผู้สูงอายุเดือนหน้าอยากรู้เรื่องอะไร แต่ไม่มีใครชูมือเรื่องโรคเกี่ยวกับฟันเลยค่ะ พอไม่มีปั๊บ เราสอนจนหมดมุขแล้ว เราก็วกเข้าหาฟัน พอเข้าหาฟันเสร็จ พอผู้สูงอายุฟันดีขึ้น กินอาหารได้มากขึ้น โรคที่เกิดจากภาวะที่ว่ากินอาหารได้น้อย เช่น เบาหวาน ความดัน อ่อนเพลีย ผู้สูงอายุชอบด้วยเรื่อง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร พออ้าปากดู เห็นหมดเลยค่ะ ลิ้นเป็นฝ้า ฟันไม่มี เหงือกอักเสบ พอให้ความรู้เรื่องโรคนี้ปั๊บ รพ.ดำเนินฯ แน่นค่ะ มีแย่งคิวเลย

ทีนี้เวลาเราตั้งชมรมผู้สูงอายุได้ เราก็เริ่มไปของบประมาณจาก อบต. ขอแบบข่มขู่แกมใช้เส้นสาย โดยการให้อาสาสมัคร อสม. เข้าไปเป็น อบต. ซะเลย เราได้งบประมาณมาเยอะมากเลย ก็เขียนโครงการของบประมาณมา และมีคนบริจาคเงิน เราก็ได้เพิ่มขึ้น ชมรมผู้สูงอายุเราตั้งอยู่ได้ เพราะว่าเรามีรถรับส่งด้วย

ทีนี้ เวลาเราทำงานเรื่องเกี่ยวกับฟัน เราก็คิดว่า "งาน ... ถ้าเราสนุกที่จะทำ มันก็จะทำได้อย่างสนุก" และที่สำคัญเวลาที่เราทำงานอะไร ที่ท่านัด ทำงานเราไม่พูดเรื่องงบประมาณ เราดูความเป็นไปได้ก่อนว่า อะไรที่เราจะทำได้ โดยไม่ต้องใช้ตังค์ เช่น การตรวจสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ก็ไม่ใช้ตังค์ เพราะว่าแค่อ้าปากเองค่ะ เราก็ได้ข้อมูลแล้ว

ตังค์ที่เราจะใช้ คือ ทำเรื่องแบบฟอร์ม ที่จะลงข้อมูล ทุกที่มีสมุดผู้สูงอายุเล่มสีม่วง ... ถ้าเปิดไปดูในเล่มสีม่วงก็จะเห็นว่า มีเรื่องเกี่ยวกับฟันไม่มากนัก มีแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน แต่เรื่องมีฟันเหลือกี่ซี่ มีฟันปลอมหรือไม่ มีหินน้ำลายไหม ตรงนี้ยังไม่มี ท่านัดก็เลยทำแบบฟอร์ม ขอเงินหัวหน้าอนามัย ถ่ายเอกสาร ตัด และเสียบใส่ในเล่มผู้สูงอายุ

ทีนี้การทำงานของเรา เราคิดว่า ไม่ทำให้เหนื่อย เราทำงานสบาย สบาย เวลาที่คุณหมอเอาโครงการนี้มาให้ เราก็คิดว่า สบายอีกละ โครงการนี้ และถ้าทำจริงๆ ผู้สูงอายุได้ประโยชน์ด้วย ว่าตัวเราไม่ต้องทำอะไรมาก เราตรวจฟันให้เขา และเป็นคนสนับสนุนส่งเสริมเท่านั้นเอง และผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน ที่กินน้ำตาลเยอะ กินถี่ กินบ่อย กินน้ำอัดลมเยอะ พอเข้าโครงการเรา ก็จะได้ดูตรงนี้ได้ด้วย ได้ทีเดียว 2 ต่อ เชื่อมกันเลย "ฟันดี เบาหวานลด ความดันลด" ... "เบาหวานลด ความดันลด ฟันดี" ... ก็จะเอื้อกันเลย

พอดูตรงนี้แล้ว เราก็รู้สึกว่า ช่องปากเป็นอันดับแรก ที่เราน่าจะทำ ทีนี้เวลาที่เราทำ ทำอย่างไร ท่านัดทำอย่างนี้

ทุกที่ก็คงจะเคยเจอกัน ว่า เราไปเกี่ยวกับเรื่องผู้สูงอายุ เวลาเราทำก็ทำแบบ สบาย สบาย เช่น เน้นการแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน เวลาผู้สูงอายุมา หรือใครอ้าปาก เห็นฟันไม่ดี เราก็แนะนำให้ไปหาหมอฟัน เวลาที่เราทำปั๊บ ผลก็ยังตามมาอีก ที่ทำก็คือ ประมาณ 49 หรือ 50 ทำปั๊บ ชมรมผู้สูงอายุก็ได้เป็นต้นแบบ สถานีอนามัย กับ รพ. ก็ได้เป็นต้นแบบในเรื่อง โครงการฟันเทียมพระราชทาน หัวหน้าเอาประกาศนียบัตรไปขอซี 7 ได้ค่ะ แบบว่าไม่ต้องแย่ง ไม่มีใครแย่งเลยค่ะ ตอนนี้เวลาจะทำงานอะไร หัวหน้าก็บอกว่า เอาเลย ก็จะดูความเป็นไปได้ของการทำงานก่อน

งานนี้ที่คุณหมอให้มา ก็คิดว่า เราจะไปทำกันอย่างไร

  • เริ่มแรกก็คือ ไปประชุมชี้แจงคร่าวๆ ไม่ต้องเยอะ ในทีมสุขภาพของ PCU ท่านัด ซึ่งตอนแรกเรามี 3 พอปี 47 เราก็ได้แพทย์มาตรวจที่ PCU เพราะว่าคนไข้ล้นหลาม จาก 30 บาทรักษาทุกโรค ทำให้คนไข้มากขึ้น พอ 30 บาทไม่มีก็เก็บค่ายา คือคนไข้ไม่ไปไหน รอบๆ ตำบล มาท่านัดหมดเลย เพราะเราถือคติว่า "อนามัยยิ้ม" คนถามว่า นวัตกรรมอะไร "อนามัยยิ้ม" หรือ นวัตกรรมอะไร "บัตรคิวพิเศษ" เราจะมีนวัตกรรมทุกปี ที่เราทำแล้ว ชิว ชิว สบาย สบาย เราก็ทำ
  • แล้วเราก็ทำข้อมูลคร่าวๆ ของผู้สูงอายุ เริ่มจากสำรวจจำนวนผู้สูงอายุก่อน ใช้โปรแกรม HCIS เราก็คำนวณมาว่า ผู้สูงอายุของเรามีเท่าไร ของท่านัดมี 1,470 คน ส่วนเป้าหมายของดำเนินที่จะไปทำ เราก็ตั้งเป้าไว้น้อยๆ เวลาบรรลุเป้าเราจะได้ภูมิใจ เราก็ตั้งไว้ 200 และสำรวจดูว่า 1,470 คนของเรา อยู่จริงกี่คน เพราะว่าบางทีที่เราลงไว้มีเยอะ แต่ไม่อยู่จริงค่ะ จากนั้น เราก็ค้นหาผู้ป่วย ผู้สูงอายุที่มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ เราดูจากที่หมอมา ดูจากโปรแกรม HCIS และเข้าไปดูที่ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยความดัน ว่ามีเท่าไร ดึงออกมา และดูตามกลุ่มอายุ ว่าเป็นผู้สูงอายุไหม เท่าไร อยู่ตำบลอะไร ท่านัดหรือเปล่า
  • และสำรวจผู้สูงอายุอีกทางหนึ่ง ที่เป็นสมาชิกชมรมฯ ว่ามีสภาวะสุขภาพในช่องปากเป็นอย่างไร มีฟัน มีหินน้ำลาย หรือไม่มีฟัน หรือทำฟันเทียมหมดแล้ว หรือฟันเทียมมีปัญหา กดเหงือกเป็นแผล ... เพราะว่าถ้าเป็นคนทั่วไป ปวดเหงือก เป็นแผลก็แค่ทรมาน แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุละก็ กินอะไรไม่ได้เลยนะคะ ก็จะสำรวจตรงนี้ด้วย
  • ในเรื่องการทำงานของเรา เวลาเราทำงานตรงนี้ปั๊บ เราหาข้อมูลผู้สูงอายุ HCIS และดึงข้อมูลออกมา เราก็จะได้เลข 13 หลักมาด้วย (เลขบัตรประชาชน) แต่ละคนก็ได้มาหมด และเปลี่ยนชื่อไฟล์ข้อมูลเป็น ผู้สูงอายุท่านัด เอามาใช้งานใน Excel
  • หลังจากนั้น เราก็จะได้ข้อมูลทั้งตำบล
  • อีกที่หนึ่งที่เราไปเอาข้อมูล ก็คือ เราไปหาข้อมูลผู้ป่วยเรื้อรังที่เป็นผู้สูงอายุ เราก็จะเอาข้อมูลจากฝ่ายวิชาการ ที่ได้มาจากการที่ พอเรามีพยาบาล เราก็แทรกซึมเข้าไปใน รพ. และเราก็พยายามแทรกซึม และไปทำความรู้จักในแทบทุกจุดที่เราเกี่ยวข้อง ไปที่ฝ่ายวิชาการ และไปขอข้อมูลผู้ป่วยโรคเรื้อรังของ รพ. และไปดึงข้อมูลตรงนั้นมา เราก็จะรู้ว่า ผู้สูงอายุที่เป็นโรคเรื้อรังมีกี่ท่าน แต่เรายังไม่ได้ดูในปาก
  • และไปดูอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ Community folder ที่เขามีการสำรวจข้อมูลกันมา ก็เอามาดูว่า มีใครอีกที่ไม่ได้ไป รพ. แต่ไปคลินิก เราก็ได้ข้อมูลมาเพิ่ม
  • ก็เอาข้อมูลทั้งหมดนี้มาผสมผสานกันไป แล้วก็เริ่มทำ
  • แต่ยังไม่ได้ทำ เพราะว่ายังไม่ได้แบบฟอร์มค่ะ แต่ว่าเราก็มีแบบฟอร์มของตัวเองไปก่อนบ้าง คิดกับหมอสองไว้แล้ว 200 รายของท่านัด และเราก็คิดว่า จะระดมทันตาภิบาลด้วย เพราะว่าหมอฟันมีน้อย ที่ท่านัดไม่มีทันตาฯ แต่ก็อาศัยความช่วยเหลือของทันตาฯ ที่ PCU เราจะมีทุกวันที่ 2 ของเดือน มาแค่เดือนละครั้ง น้องทันตาฯ มา 2 คน เช้าถึงเที่ยง เห็นแต่หลอดฉีดยากับฟัน
  • เวลาน้องเขามาถอนฟันเสร็จ เราคำนวณว่า ทันตาฯ 2 คน ไม่พอ ก็เลยคิดว่า ขั้นตอนเสริมของเรา จะขอน้องทันตาฯ มาทั้งอำเภอเลย มารวมตัวที่เรา เพราะว่าวันที่ออก PCU ไม่ตรงกัน พอเราทำวันนี้ปั๊บ ที่อื่นก็จะหยุดหมด เราก็จะดึงทันตาฯ ที่มีจำนวนน้อย 5 คน คุณหมอ 2 และคุณหมอจะมีผู้ช่วยออกมาด้วย เราก็จะทำ 2 ครั้ง ในวัน PCU ของเราเอง และอีกครั้งเราจะทำในวันประชุมผู้สูงอายุ เราจะเริ่มแจกงานน้อง

เวลาการทำงาน ขั้นตอนที่สอง คือ เราต้องแจกแบบฟอร์ม ซึ่งเราต้องไปพิมพ์กันเอง ต้องคำนวณปริมาณที่จะพิมพ์ และบวกเพิ่มอีก ... เผื่อผิดด้วย ที่ท่านัด 200 + อีก 50 ก็น่าจะพอ เพราะว่ามีประมาณ 11 หน้า รวมคำอธิบาย แต่อาจคิดคำนวณใหม่

ขั้นตอน 3 ... เวลาตรวจสุขภาพผู้สูงอายุที่จะทำเป็นประจำ และได้ข้อมูลมาเลย ก็คือ ทำในชมรมผู้สูงอายุเดือนละครั้ง ผู้สูงอายุที่มาเป็นผู้ป่วยวันแพทย์นัด PCU อีกอันหนึ่ง ที่จะมองคือ ผู้สูงอายุที่มาตรวจโรคทั่วไป เวลาที่เราดูคอ ดูทอนซิล เราก็ดูปาก ดูฟันไปเลย และก็ติ๊กบวกว่าทำแล้ว มันก็จะทุ่นไปเลยว่า คนนี้ไม่ทำซ้ำ

เวลาไปทำ ตอนนี้ที่อำเภอดำเนินสะดวก คุณหมอสองทำเป็น Green Channel ให้ผู้สูงอายุแล้ว ก็ไปเปิดเอาไว้ และที่อำเภอดำเนินฯ ก็จะมีชมรมคนรักฟัน ซึ่งคุณหมอเน้นเรื่องการส่งเสริมสุขภาพช่องปากมากกว่าการไปถอนฟัน หรือใส่ฟันเทียม และในชมรมฯ ของเราก็มีการตรวจฟัน และแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน เด็กและโรงเรียนเราก็เน้นตรงนี้ไป

ที่ถามว่า มุมมองของ นวก.สส. ที่จะทำในเรื่องนี้ของพวกเรา จะประสานกับทันตบุคลากรอย่างไร ไม่ยากเลย เพราะว่าที่มาก็เป็นทันตบุคลากรกันทั้งนั้น ก็คิดว่า ทำง่าย เพราะว่าคุณหมอน่ารักกันทุกคน และเวลาทำเสร็จ เรารู้สึกภูมิใจ รู้สึกว่า อยากทำมากเลย พี่ๆ น้องๆ ก็คงเหมือนกัน เพราะว่า เวลาเราทำงานสำเร็จ เราก็จะรู้สึกภูมิใจมาก เวลาที่เราทำงาน เราก็อยากให้ สสจ. กลับไปจัดประชุมชี้แจงให้ทันตบุคลากรในพื้นที่นำร่องทราบพร้อมๆ กัน กับเจ้าหน้าที่ PCU ที่ไม่ได้รับผิดชอบงานทันตฯ และควรจะมีหัวหน้าอนามัยไปร่วมรับรู้ด้วย ไม่งั้นทำงานกันหน้ามืดค่ะ และพยาบาลอีก 1 คน ร่วมฟังการชี้แจงบรรยายนี้ด้วย หลังจากนั้น ทันตแพทย์ประจำ รพ. ก็จะประสานงานกับทันตบุคลากร และมอบหมายบทบาทงานให้เราด้วย

หลังจากนั้นเราก็จะมีการขอตัวทันตาภิบาลมาช่วยปฏิบัติงาน ใน PCU เรื่องการออกตรวจ ก็จะระดมมาให้เต็มอำเภอ เพราะคิดว่า ทำแค่ 2 เดือน 200 น่าจะหมด เพราะว่าเวลามา PCU จะมีผู้ป่วยประมาณ 140 เดือนที่ผ่านมามี 200 ที่มารับบริการครึ่งวัน ชมรมผู้สูงอายุอยู่ที่ 100 กว่า ตรงนี้ก็น่าจะหมดทัน

เวลาที่หมอถามว่า มีปัญหาอะไรไหม

  • ... ที่ไปทำนี่ยังไม่มีปัญหา เพราะว่ายังไม่ได้ทำ แต่ที่ดำเนินฯ มีปัญหาตรงที่แบบฟอร์มยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไร เราจึงยังไม่มีแบบฟอร์มในการทำงาน
  • อันที่สองคือ ทันตาภิบาลมีน้อยมาก งานนี้ควรใช้การตรวจคัดกรองเบื้องต้น ก็จะขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่สาธารณาสุข "พี่ ช่วยหนูทำด้วย" รับรองเขามาช่วยแน่นอน จะช่วยลดภาระงานตรงนี้ได้เยอะมากเลย เพราะว่าจะช่วยตรวจฟันตาม F2 เราก็หมดแรงแล้ว เพราะฉะนั้น F1 ขอแรงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้เลยค่ะ เจ้าหน้าที่ใจดีทุกคน
  • และอยากจะบอกว่า "เวลาทำงานอะไร เวลาเราตั้งงานขึ้นมาแล้ว ควรจะมีการเติมความรู้เข้าไปเรื่อยๆ เติมสิ่งที่ควรจะปรับปรุงเข้าไปเรื่อยๆ เป็นระยะๆ เสริมแรง สุนทรียสนทนากันเอง และมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง และทุกเรื่องให้เป็นเรื่องสนุก เท่านี้ก็จะสำเร็จแล้วละค่ะ"

ทพญ.วรางคนา เสริมต่อค่ะว่า

เรื่องนี้เป็นมุมมองจากคนที่ทำงานจริงๆ ซึ่งจริงๆ แล้ว นวก.สส. ก็ทำงานร่วมกันอยู่แล้ว และในแบบฟอร์มที่เขียนไปจะมี 3 แนวทาง ซึ่งก็คือ แนวทางแรก สำหรับสถานบริการที่ไม่มีทันตบุคลากร และใน PCU ที่มีทันตบุคลากร และใน รพ. ที่มีทันตแพทย์ด้วย ซึ่งการดำเนินงานในแต่ละแบบ อาจจะได้กว้างไกลกว่านั้น เช่นที่ท่านัด ซึ่งไม่มีทันตบุคลากรใน PCU ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องตรวจในช่องปาก แต่ถ้าสามารถขอความร่วมมือจากทันตบุคลากร มาช่วยร่วมทำตรงนี้ ก็จะสามารถทำได้ เพราะว่าเราจะมีข้อมูลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ เพื่อการส่งเสริมป้องกัน การติดตาม และการรักษาฟื้นฟูละค่ะ

รวมเรื่อง 20 จว. 120 หน่วยงานนำร่อง