อ่านหลายๆบันทึกใน GotoKnow ช่วงนี้แล้วทำให้อยากเขียนถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนกันค่ะ เริ่มมาตั้งแต่บันทึกเจ็บๆของคุณหมออ๋อทิงนองนอยไล่มาเรื่อยๆ รวมทั้งในอนุทินเรื่องของการฟ้องร้องผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการเสนอความคิดเห็น ไล่ไปถึงการแสดงความคิดเห็นต่างๆเวลาเขียนบันทึกในบล็อกทั้งของตัวเองและคนอื่น
สำหรับตัวเองคิดว่า วัฒนธรรมไทยเราที่มักจะคิดว่าการแสดงความเห็นที่ไม่ตรงกับผู้ที่อาวุโสกว่า (ทั้งในแง่คุณวุฒิ วัยวุฒิ) เป็นการแสดงความไม่เคารพหรือก้าวร้าว หรือความคิดที่ว่า ตัวเองรู้น้อยกว่าคนอื่นก็เลยไม่กล้าออกความเห็น กลัวว่าจะเป็นการแสดงความไม่รู้ กลัวว่าคนอื่นจะว่าเอานั้น เป็นสิ่งที่แก้ไขได้ยาก แต่เราต้องช่วยกันสร้างขึ้น และเวที GotoKnow ก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ค่ะ แม้จะยังคงมีให้เห็นน้อยมาก แต่เราก็จะได้เห็นบ้าง อย่างน้อยๆสิ่งที่ได้เห็นชัดๆก็คือ มีคนกล้าที่จะเขียนสิ่งที่ตัวเองคิดมากขึ้น กลัวความคิดเห็นของคนอื่นเพราะคิดว่าตัวเองรู้อะไรไม่มากน้อยลง ซึ่งถือได้ว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีนะคะ
อยากให้เราทุกคนมีอิสระที่จะคิด และกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น คิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันสร้างให้กับคนรุ่นต่อๆไป ลดความรู้สึกแคร์คนอื่นในแง่ที่ว่าเราโง่ ไม่โง่ลง ต้องสร้างวัฒนธรรมความคิดในการตัดสินความโง่ ความฉลาดให้น้อยลง เชื่อความจริงที่ว่าไม่มีใครฉลาดทุกเรื่อง และไม่มีใครโง่ทุกเรื่อง สิ่งที่ควรจะคำนึงให้มากๆในการแสดงความคิดเห็นนั้น น่าจะเป็นความสุภาพและเคารพความเห็นคนอื่นมากกว่า เวลาเราเห็นด้วยกับเรื่องที่คนอื่นเขียน ก็ไม่ได้แปลว่าเราเห็นด้วยไปเสียทั้งหมด และเวลาที่เราไม่เห็นด้วย ถ้าคิดให้ดีๆก็มักจะพบว่าไม่ใช่ทุกจุดทุกประเด็นที่เราไม่เห็นด้วย ดังนั้นการที่เราแลกเปลี่ยนกันได้ จะเป็นการขยายสิ่งที่เราคิดและรับรู้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจว่า คิดเหมือนหรือไม่เหมือนไม่ได้แปลว่าเป็นพวกหรือไม่เป็นพวกเดียวกัน
อยากให้คนเราแยกระหว่างความคิด กับความสัมพันธ์ (เป็นเพื่อน พี่น้อง พ่อแม่ ญาติมิตรก็ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน หรือในแนวทางเดียวกัน) ความถูกต้องกับความผูกพัน (ถ้าเรารู้จักรักใคร่ ทำอะไรก็ไม่ผิด) การแสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมือนกันกับความเป็นมิตรเป็นศัตรู (ถ้าคิดขัดแย้งกับฉัน เราคนละพวก) หรือความเคารพนับถือ (ท่านทำผิดแล้วเราทัก ไม่ได้แปลว่าเราไม่เคารพ ขอให้ทักแบบสุภาพก็แล้วกัน)
เรื่องนี้ถ้าเริ่มจากคนที่อาวุโสกว่า มีคุณวุฒิ มีวัยวุฒิสูงกว่าก็จะยิ่งเปลี่ยนวิธีคิดได้ง่ายขึ้น โดยให้โอกาสคนที่ด้อยกว่าได้แสดงความคิดเห็น โดยไม่พยายามชี้นำหรือตัดสิน อย่าเพิ่งคิดว่าแล้วเราจะทำได้ยังไงนะคะ เริ่มจากคนที่อายุน้อยกว่า คุณวุฒิน้อยกว่ารอบๆตัวเรานี่แหละค่ะ ให้โอกาสเขา แล้วก็พยายามใช้โอกาสของเราอย่างสุภาพกับคนที่เราคิดว่าเขาเหนือกว่าเรา มาปลดปล่อยความคิดตัวเองกันเถอะค่ะ
สวัสดีค่ะพี่โอ๋
ดีใจจังค่ะที่ครูมิม มี"พลัง"ขึ้นแล้ว คนมีวิญญาณครูแบบครูมิม (พี่โอ๋อ่านมาหลายบันทึกแล้วแต่ไม่ได้เขียนบอก เพราะเวลาจำกัด) เป็นแรงดีๆที่ต้องรักษาและส่งเสริมค่ะ พี่โอ๋เชื่อว่ามีคนอีกมากที่อ่านและเป็นกำลังใจให้ครูมิม อย่างเงียบๆนะคะ มีหลายๆปัจจัยที่ทำให้คนไม่ได้เขียนความเห็น แต่ถ้าเราพยายามทำเมื่อเราทำได้ก็เป็นการช่วยกันค่ะ พี่โอ๋เห็นแล้วว่าครูมิมเห็นที่พี่โอ๋เขียนค่ะ แม้จะรู้ว่าคงไม่ได้อ่านในจังหวะนั้น แต่ก็เขียนไว้เพื่อจะบอกว่า ทุกๆครั้งต่อๆไปที่มีเรื่อง"หนักใจ" ก็มีใจดวงนี้ส่งมาช่วยนะคะ
เห็นด้วยกับดร.สุพักตร์มากๆค่ะ ว่า ลักษณะ 2 อย่างนี่ก้ำกึ่งกันมาก เราเองโตๆแล้วก็ยังทำได้ไม่ดีนักเลย โอกาสที่คนจะมองไปทางใดทางหนึ่งนั้นมีได้มากทีเดียว (ไม่รู้อะไรทำให้คิดไปถึงคุณอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านเป็นผู้หนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นตัวอย่างของผู้ที่ทำได้ดีมากนะคะ)
ดีใจเช่นกันค่ะ เรามีแนวร่วมเป็นครูดีๆที่อ่อนแรงอีกมาก เราพบเห็นได้ใน GotoKnow และเราสามารถช่วยกันสร้างสิ่งที่เราอยากเห็นอยากให้เป็นได้ ขอบคุณดร.สุพักตร์ด้วยค่ะ ที่มาเขียนเล่าความเป็นไปที่อาจารย์พยายามทำอยู่ ชื่นชมเช่นกันด้วยความขอบคุณยิ่งค่ะ (แม้จะไม่เคยไปส่งเสียงบอกนะคะ รู้สึกว่าเราจะ sense ได้ว่าใครต้องการกำลังใจ และสำหรับใครที่ไม่จำเป็นนัก 8-))
"มีอิสระที่จะคิด และกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น "...เป็นสิ่งที่ครูๆ รอให้นักเรียนไปถึงจุดนั่น แต่สิ่งที่เราต้องปลูกฝังไปด้วยคือ การคิดอย่างมีเหตุผล การคิดอย่างสร้างสรรค์...ทำให้เขาเป็น คนคิดได้ คิดถูก คิดเป็น และคิดเหมาะสมนะค่ะ...จะช่วยให้สังคมเราเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้จริงๆ....ตนเองก็พยายามส่งเสริม และทำเป็นแบบอย่างตามโอกาสอันควรนะค่ะ
พี่โอ๋จ๋า
อ๋อทิงนองนอยรายงานตัวค่ะ เมื่ออ๋อพอมีเวลาลอยไปลอยมาบ้าง ก็จะมาพักใจแถวๆบันทึกพี่โอ๋เสมอค่ะ
บางทีอ๋อคิดว่า อ๋อยอมให้สังคมคิดว่าอ๋อเป็นคนก้าวร้าว ใช้คำแรงและหนัก แต่หากคำแรงๆนั้นได้กระตุกอะไรบางอย่างในหัวใจผู้คนได้บ้าง อ๋อก็พอใจนะคะ
อ๋อคิดเสมอว่าเกิดมาไม่มีอะไรมาเลยสักนิด การได้เกิดมีอาการครบ 32 มีปัญญาแยกแยะความดีความชั่ว ได้พบพระพุทธศาสนา มีโอกาสปฏิบัติธรรม และมีโอกาสดีๆเหนือผู้คนในโลกนี้อีกไม่รู้กี่คน หากคนเล็กๆแบบอ๋อจะทำอะไรให้สังคมได้บ้างก็ดีใจแล้วค่ะ
อ๋อเข้าใจดีถึงวัฒนธรรมของไทยดี และอ๋อเลือกแล้วว่า อ๋อจะแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระของตนเองจริงๆ ไม่โกหกตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ให้อิสระแก่ผู้อ่านว่าจะคิดอย่างไรกับบันทึกทิงนองนอยก็ได้ค่ะ แต่คงจะดีไม่น้อยหากผู้อ่านจะได้ถามตนเองบ้างว่าความเป็นจริงแล้วถึงเวลาหรือยังที่เราทุกคนในสังคมจะตระหนัก ตื่นรู้ และรักษาสังคมแห่งธรรมาภิบาลของการเมืองไทย
ขอบคุณพี่โอ๋มากค่ะ