GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

บันทึกการเมืองไทย (14) : เรียนรู้วิธีคุยการเมืองกับโชเฟอร์แท็กซี่

         วันที่ ๕ มีนาคม  ผมและภรรยานั่งแท็กซี่จากดอนเมืองกลับบ้านตอนประมาณ ๕ โมงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่พันธมิตรประชาธิปไตยกำลังชุมนุมขับไล่นายกทักษิณกันที่สนามหลวง     โชเฟอร์บอกว่าฟังคำปราศรัยได้จากวิทยุชุมชน FM 92.25    กล่าวด้วยความน้อยใจว่า “สนธิเขาว่าพวกแทกซี่เป็นคนบ้านนอก ไม่มีความรู้”    “ผมไม่กล้าไปแถวสนามหลวงหรอก    เพื่อนแท็กซี่ของผมคนหนึ่งโดนพวกชุมนุมต่อต้านนายกทุบรถ    เพาระติดโปสเตอร์เชียร์ทักษิณ”   
ผม  :       คนที่ไม่ชอบทักษิณก็มีเหตุผลของเขา    แต่ไม่ควรโกรธ หรือรังเกียจคนที่ชอบคุณทักษิณ    คนเรามีสิทธิ์ที่จะมีความคิดของตัวเอง     มีสิทธิ์ที่จะคิดไม่เหมือนคนอื่น
              ทำไมคนขับรถแทกซี่จึงชอบทักษิณ
โชเฟอร์ : เพราะว่าส่วนใหญ่มาจากบ้านนอก   และมีสายสัมพันธ์ผ่านมาทางหัวคะแนนพรรคไทยรักไทย
ผม :        แทกซี่เชียร์ทักษิณทุกคันไหม
โชเฟอร์ :  ประมาณ ๙๐%    
ผม :        ที่จริงทักษิณได้คะแนนเลือกตั้งสูงมาก   เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นไม่น่าจะเกิดขึ้น ถ้าทักษิณไม่พลาด    น้องคิดว่านายกทักษิณพลาดตรงไหน
โชเฟอร์  : พลาดตรงที่รวยเร็วเกินไป   เมื่อไม่กี่ปีมานี้เองรวยแค่ ๖ พันล้าน   ตอนนี้ขายหุ้นได้กว่า ๗ หมื่นล้าน    และยังมีทรัพย์สมบัติอื่นอีก คงจะอีกเป็นแสนล้าน    และคงจะทำให้มีคนอื่นรวยอีกเป็นแสนล้าน
ผม :         ถ้าคุณทักษิณไม่เป็นนายก จะรวยขึ้นเร็วอย่างนี้ไหม 
โชเฟอร์ :   ผมว่าคงไม่รวยเร็วอย่างนี้นะครับ
ผม :         ตกลงจุดพลาดของคุณทักษิณคือเมื่อเป็นนายกและได้เสียงสนับสนุนจากการเลือกตั้งมากก็เข้าไปทำหลายๆ อย่างให้ตัวเองและพวกพ้องได้ผลประโยชน์ทางธุรกิจใช่ไหม
โชเฟอร์ : นั่นแหละจุดพลาดของนายกทักษิณ


         ที่จริงคำสนทนามีประโยคลูกเล็กๆ โต้ตอบกันไปมา แบบสุนทรียสนทนา    แต่ผมจำรายละเอียดไม่ได้   

         ระหว่างคุยการเมืองกัน  ภรรยาคอยสะกิดผมตลอดเวลา เพราะรู้ว่าโชเฟอร์เชียร์คุณทักษิณ   เกรงว่าผมจะพูดแบบขวานผ่าซากว่า “มันขี้โกง”   แต่ผมได้ฝึกการพูดคุยแบบสุนทรียสนทนา (Dialogue) มาแล้ว    จึงทดลองเอามาทำแบบฝึกหัด    ก็ได้ผลเกินคาด    โชเฟอร์ดูจะภูมิใจมากที่ข้อสรุปทั้งหมดนั้นเขาเองเป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้ออกความเห็น ผมเป็นเพียงผู้ทำหน้าที่ “คุณอำนวย”

วิจารณ์ พานิช
๖ มีค. ๔๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 18141
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 8
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (8)

เป็นเทคนิคการสื่อสารที่ดีจริงๆครับอาจารย์ เวลาคุยเรื่องการเมืองกับคนอื่นๆ ผมอยากจะคุยแบบนี้บ้าง แต่ที่ผ่านมาพบกับอารมณ์แบบสุดขั้วจริงๆ
การจัดการความรู้ที่น่าคิด

เท่าที่เคยคุยการเมืองกับแท็กซี่มา ส่วนมากเขาจะคุยแบบตรงไปตรงมาดีครับ แต่คุยเรื่องการเมืองแล้วไม่ทะเลาะกัน อย่างอาจารย์นี่ หายากครับเป็นวิธีการคุยที่ดีครับ คงต้องขออนุญาต เรียนรู้จากอาจารย์ไปใช้ครับ

ทุกครั้งที่นายกทักษิณ ได้พูดผ่านสื่อมวลชน หรือพูดกับนักการเมืองด้วยกัน จะได้ยินเสมอว่านายกฯ จะยกคำสอนของท่านพระพุทธาส...ว่าได้นำคำสั่งสอนมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต แรก ๆ ก็เลื่อมใส แต่กาลเวลาหมุนผ่าน พฤติกรรมการปฏิบัติตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ท่านพระพุทธาสไม่เคยสอนให้คนเป็นคนละโมบ โกรธ ลุ้มหลง ดิฉันเคยไปปฏิบัติธรรมที่สวนโมกมาหลายครั้ง ไปเยี่ยมบ้านท่าน ไปถ่ายรูปคู่กับพี่ชายของท่าน  

ดิฉันกับเพื่อนร่วมงานก็มีการพูดคุยในเรื่องนี้เช่นกัน แต่คนละฝ่ายกัน ดิฉันเอนเอียงไปทางฝ่ายพันธมิตร ส่วนเพื่อนฝ่ายทักษิณ เริ่มเรื่องโดย

เพื่อน : พูดว่าเกลียดสนธิ ไม่ชอบพวกพันธมิตร พวกนี้พูดจาหยาบคาย ไม่สุภาพ ไม่เป็นประชาธิปไตย พูดไม่รู้เรื่อง

ดิฉัน : ก็โต้ตอบกลับไปว่า ถ้าว่าพันธมิตร พูดหยาบคาย ไม่สุภาพ แล้วที่ทักษิณไปพูดปราศัยกับประชาชนที่ภาคเหนือ ได้กล่าวคำว่า "เม้ง..." เป็นภาษาเหนือ นี่คืออะไร ยิ่งกว่าคำหยาบเสียอีก

เพื่อน : ไม่จริง ไม่มีข่าวบอกว่าทักษิณด่าเม้ง... ทักษิณ ช่วยเขาให้ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น ทำให้ราคายางสูงขึ้น ทำให้เขาและครอบครัวมีสุข

ดิฉัน : จึงขอให้เพื่อนรับฟังข้อมูลข่าวสารหลาย ๆ ด้าน อย่าฟังข่าวด้านเดียว การที่เขาและครอบครัวสุขสบาย แต่ถ้าทรัพยากรของประเทศชาติต้องเสียไปกับนายทุนต่างชาติ แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร

เพื่อน : เขาไม่สนใจ เขาเชื่อว่าทักษิณทำถูก

 

 

     วิธีการสื่อสารแบบสุนทรียสนทนาแบบอาจารย์นี้ดีจริงๆค่ะ  เพราะขณะนี้  ไม่ทราบว่าจะอธิบายอย่างไรให้คนที่หลงเชื่อทักษินมาตลอดว่าดีเลิศประเสริฐศรีให้เข้าใจข้อเท็จจริงได้ยากที่จะไม่ทะเลาะกัน

ไปกรุงเทพเที่ยวนี้(11 มีค.) ได้นั่ง taxi คันที่ท่านนายกแจกที่ อ.สามารถ พอดี ระยะทางช่างยาวไกลซะเหลือเกิน โชเฟอร์ผู้โชคดีคนนั้น สรรเสริญ ท่านนายก ตามความคิดของเขา "เรียกได้ว่าเขามีศรัทธาเป็นตัวนำ" ตลอดเวลาเขามีความสุขที่จะพูดถึงคนที่เขาศรัทรา  ยกตัวอย่าง เขาบอกว่า สมัยก่อนเวลาเขามีธุระเร่งด่วนที่จะต้องใช้เงินเขาต้องไปกู้นายทุน ร้อยละ 10 แต่ปัจจุบันถ้ามีธุระเร่งด่วนเช่นนั้นอีก เขาสามารถไปกู้กองทุนหมู่บ้านร้อยละ 3  และอีกหลายๆ เรื่องที่เขาเล่า ซึ่งถ้าไม่คิดอะไรมากก็จะเห็นดีไปตามเขาโดยง่ายเพราะเขาได้ประโยชน์เห็น ๆ  ได้มีการเจรจากันแบบ เราเป็นฝ่ายเกรงใจ และฟังซะมากกว่า สุดท้ายก่อนลงรถ ลุงคนขับบอกว่า  หนูฟังตั้งนานลดค่ารถให้ 4 บาท แต่เราบอกว่าไม่เป็นไรค่ะลุง เรื่องฟังกับค่ารถมันคนละเรื่องกัน ค่ะ

 

สาธุ... สาธุ... สาธุ...

จากที่ นพ.เปรมศักดิ์ ได้ลาบวช ด้วยเหตุผลที่เห็นว่าบ้านเมืองเกิดความแตกแยกไปทุกหย่อมหญ้า มีกลุ่มต่าง ๆ ออกมาเคลื่อนไหวให้ทักษิณลาออกจากรักษาการนายกฯ...คุณสุรนันท์ เวชชาชีวะ กลับพูดว่า "ตัดช่องน้อยแต่พอตัว" หวังว่าเมื่อไปบวชแล้วจะเข้าใจอะไรดีขึ้น พูดเช่นนี้ได้อย่างไร คุณสุรนันท์ พูดเหมือนไม่ใช่คนศาสนาพุทธ

แทนที่ทักษิณจะยอมสละตำแหน่งเพื่อความสามัคคีในประเทศ กลับมีพฤติกรรมที่บ่อนทำลายประเทศชาติ ไม่สำนึกถึงความชอบธรรม คุณธรรมจริยธรรมใด ๆ อีกแล้ว แต่ทำไมพวกพรรคไทยรักไทย จึงไม่เห็นสัจจะทำเสียที จึงขอโมทนาสาธุ...สาธุ...สาธุ...หลวงพี่เปรมศักดิ์ ที่กล้าหาญออกมาเป็นคนต้น ๆ

เชื่อแน่ว่าทางเดียวที่จะทำให้นายกฯ ยอมลาออกได้คือ นักการเมืองของพรรคไทยรักไทยส่วนใหญ่ลาออกจากพรรค หรือลาออกจากตำแหน่งต่าง ๆ ยกเว้น สุดารัตน์ สุรนันท์ สมคิด สุริยะ นพ.อะไรแล้วจำไม่ได้ ไม่ยอมลาออกก็ปล่อยให้ธรรมชาติลงโทษเองสักวันหนึ่ง

 

จุดที่น่าเป็นห่วงมากๆคือการที่คุณทักษิณสร้างความแตกแยกระหว่างชนชั้นมากขึ้นทั้งๆที่ตัวเองร่ำรวยมาก  แต่พยายามหาคนที่มีรายได้น้อยๆเป็นฐานเสียง  เท่านั้นยังไม่พอกำลังสร้างความแตกแยกระหว่างภาคด้วย  กลุ่มคนขับแท็กซี่ก็คงมีหลายแบบ บางคนก็ติดตามข่าวสารบ้านเมือง ทราบข้อมูลมาก ฟังข่าววิทยุตลอด  สื่อวิทยุจะเข้าถึงกลุ่มแท็กซี่ได้ดี  คุยกับแท็กซี่  หรือทั่วไปปัจจุบันนิยมใช้สานเสวนา

ผมว่าทุกท่านลอง อ่านประวัติของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ดีๆๆนะคับ แล้วจะเข้าใจทุกอย่างเองว่า ทำไมมันแค้น

และเอาชนะได้ตลอดเวลา และที่สำคัญ ท่านทักษิณ เป็นนายกที่ดีจิงแต่ฝ่ายแฟนท่านไปติดกับดักของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก่อนเลยเกิดเรื่องเข้าเลยงานเข้าคับ สรุปคือ ท่านทักษิณ อัจริยะทางธุรกิจ แต่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีอำนาจทางหลายด้าน ที่สำคัญทาง เปลี่ยนแปลงร่างรัฐธรรมนูญได้เอง ทำให้ท่านทักษิณ เอาชนะมันไม่ได้ เลยโดนแกล้งตลอด เพราะ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความแค้นมาก่อน และไม่ยอมดับไปง่ายๆจน ท่านทักษิณต้องยอมแพ้กราบไหว้มันไป ยังไงก้ขอให้ ลองอ่าน ประวัติอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ดีๆ นะคับทุกท่านแล ท่านทักษิณด้วยว่าลืมอะไรไปบ้างมะ เพือมีวิธีรับมือมัน ไอ้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มันเลวจิงๆละคับ

และลองอ่านประวัติต่างๆของครวบครัว ทั้งสองฝ่ายระหว่าง ฝ่ายท่านทักษัณกับฝ่ายท่าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทางเว็บgoogle ดูนะคับ