ยิ่งทำงานไปนานวันขึ้นก็ยิ่งคิดว่า เราต้องหาทางส่งเสริมการรักษาสุขภาพแบบปฐมภูมิ (primary care) ให้มากขึ้นจริงๆ เพราะคนเจ็บป่วยที่ต้องมาโรงพยาบาลนั้นมากมายขึ้นทุกวัน ต้องหาทางสะท้อนภาพสิ่งที่ได้จากผลแล็บมาบอกเล่ากันบ้างแน่ๆค่ะ พวกเราในห้องแล็บก็รับรู้ได้ว่า งานของเรามากขึ้นๆทุกปี ออกไปข้างนอก พื้นที่ห้องเจาะเลือดก็ไม่พอจุคนไข้ที่มารอรับการเจาะเลือด คนไข้ก็มากันเช้าขึ้นๆ จากที่เคยเปิด 8 โมงครึ่งก็ต้องเขยิบขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงตอนนี้เราเปิดกันตั้งแต่ 7 โมงก็ยังมีคนไข้มารอก่อนเวลานี้อีก
เช่นเดียวกับตามคลินิกผู้ป่วยนอกทุกจุด เราจะได้พบเห็นคนไข้มาเข้าแถวเพื่อรอยื่นบัตรรับคิวตรวจของวันนั้นๆกันก่อนเวลามากมาย พวกเราเองคนทำงานโรงพยาบาลก็ไม่ได้รับสิทธิพิเศษอันใดค่ะ วันนี้ไปวางบัตรให้พี่วั้นไปตรวจตา หลังจากที่เมื่อวานพยายามมาแล้ว 1 รอบแต่ไปไม่ทันเพราะคิวหมดตั้งแต่ 7 โมงครึ่งแล้ว วันนี้ก็เลยแว่บออกไปจากการมาอยู่เวรเช้าตั้งแต่ 6 โมงกว่าๆ (เพื่อจะเปิดเครื่องเตรียมการต่างๆให้พร้อมรับสิ่งส่งตรวจ) ออกจากห้องแล็บตอน 7 โมง 10 นาที (ให้เร็วกว่าเมื่อวาน) ปรากฎว่าต้องไปต่อแถวคนไข้ที่เข้าแถวรอคิวอยู่แล้วเกือบ 20 กว่าราย เจ้าหน้าที่ของคลินิกตาก็น่ารักมาก เพราะเธอมาถึง 7 โมง 15 นาทีก็ไม่พักเลย จัดการเตรียมที่ทางอย่างรวดเร็วแล้วก็เปิดให้คิวทันที เรียกได้ว่ายังไม่ทันถึง 7 โมงครึ่งด้วยซ้ำคิวก็น่าจะเต็มเสียแล้ว ใช้เวลาในการเอาคิวตรวจไป 20 กว่านาที ดีที่เมื่อกลับมาที่ห้องแล็บ งานเพิ่งจะเข้ามา
เวลาที่มีอันให้ต้องพาใครมาหาหมอ ก็จะต้องถือหนังสือติดมือออกไปด้วย เพราะจะต้องใช้เวลาในการรอไม่เคยต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง น่าเห็นใจทั้งบุคลากร แพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่รวมไปถึงคนไข้ทั้งหลายเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นคิวรับบัตร คิวจ่ายเงิน คิวรับยา ยาวเหยียดกันไปทุกที่ และสมัยก่อนเราจะเห็นว่ามีเฉพาะวันจันทร์ อังคารที่คนไข้เยอะมากๆ แต่ทุกวันนี้ไม่เคยมีวันไหนที่ปริมาณคนเบาบางเลย หมอตามคลินิกต่างๆก็ดูเหมือนจะไม่เคยได้พักเที่ยงตรงเวลากันเลยด้วยซ้ำ
เกิดอะไรขึ้นกับระบบสาธารณสุขบ้านเราหนอ เรากำลังวิ่งไล่ปัญหามากกว่าการแก้ที่ต้นเหตุหรือเปล่า ถามไปด้วยและพยายามคิดค้นหาวิธีที่เราซึ่งเป็นหน่วยเล็กๆจะลงมือทำเพื่อการนี้ได้บ้างอยู่ค่ะ ใครมองเห็นหนทางแนะนำกันบ้างนะคะ
สวัสดีค่ะคุณโอ๋
สวัสดีค่ะคุณโอ๋-อโณ
อยู่สถานีอนามัยหรือ PCU ก็หนักเเหมือนกัน บทบาทเปลี่ยนไปมาก แต่เดิมเรามีเวลา การดูแลรักษา เยี่ยมกันจนรู้จักทั้งครอบครัวทั้งหมู่บ้าน ปัจจุบัน ยอมรับวา ทำงานไม่เหมือนเดิม ครึ่งชีวิตในแต่ละเดือน เป็นไปในเรื่องประชุม วางแผน รายงาน มากมาย จนที่สุด อย่าว่าแต่ดูแลสุขภาพประชาชนเลย ดูแลตนเองก็แทบไม่มีเวลา
น่าเห็นใจพอๆกัน หมอในโรงพยาบาล ก็ต้องรับภาระมาลงตรวจที่สถานีอนามัยอีก หวังจะให้นโยบาย ลดคนไข้นอกแก่ โรงพยาบาล ปรากฏว่า จะหนักกว่าเดิมหรือเปล่า
ดังนั้น คนที่คิดทำงานด้วยอุดมการณ์ จึงหมดแรงกันไปก่อน ถูกเบียดเวลา แห่งการตั้งใจ ด้วยการบริการ แบบหน้ามีดตามัว จนลมจะใส่ เหมือนที่พบแหละคะ
ทุกวัน ตัวเลข กำลังจะทับเจ้าหน้าที่ ให้ตายไปต่อหน้าต่อตาแล้วค่ะ
ดีใจจังเลยค่ะที่มีแนวร่วมด้านสาธารณสุขที่เข้มแข็งอย่างคุณ คนไม่มีราก และคุณ ตันติราพันธ์ เรื่องนี้ เป็นปัญหาทั่วโลกเลยนะคะไม่ใช่แต่บ้านเรา กำลังพยายามศึกษาหาดูอยู่เหมือนกันว่าบ้านเมืองอื่นเขาทำยังไงกันกับปัญหานี้