ในช่วงหลังของปี ๒๕๕๐ ผมคิดว่าจะต้องเขียนหนังสือเรื่อง KM แบบสรุปปิดท้ายประสบการณ์ ๕ ปี ของการทุ่มเทสนุกกับการเรียนรู้ เผยแพร่ และส่งเสริม KM ในสังคมไทย    ผลออกมาเป็นหนังสือ “ผู้บริหารองค์กรอัจฉริยะ แนวคิดจากประสบการณ์” ที่ตีพิมพ์ออกมาเผยแพร่ช่วงต้นเดือนธันวาคม ๒๕๕๐
          ทุกครั้งที่ตีพิมพ์หนังสือ    ผมมีคำถามต่อตัวเองเสมอ ว่าจะขายได้คุ้มทุนไหม   เพราะว่าประสบการณ์ของผม หนังสือแบบที่ผมเขียนมีคนอ่านน้อย   ไม่ใช่หนังสือตลาด   แม้จะมีคนชอบ แต่ก็น้อยคน


          วันที่ ๒๙ เม.ย. ๕๑ คุณกิ๊กแห่ง สคส. มาบอกว่า ศูนย์หนังสือจุฬาแจ้งให้พิมพ์หนังสือเพิ่มอีก ๑,๐๐๐ เล่ม    เพราะขายดี    ผมดีใจจนเนื้อเต้น   เพราะหนังสือเล่มนี้จะเป็นประวัติศาสตร์สำหรับผม ที่หนังสือที่ผมเขียนตีพิมพ์กว่าหมื่นเล่ม  
          พิมพ์ครั้งแรก พฤศจิกายน จำนวน ๒,๐๐๐ เล่ม    พิมพ์ครั้งพิเศษ สำหรับงานประชุมระดับชาติ HA National Forum ครั้งที่ 9  ๗,๐๐๐ + ๑,๐๐๐ เล่ม   และจะพิมพ์ครั้งใหม่ ๑,๕๐๐ – ๒,๐๐๐ เล่ม


          ที่ดีใจไม่ใช่เพราะ สคส. จะมีรายได้จากการขายหนังสือ   แต่เพราะเห็นว่าสังคมไทยสนใจเคล็ดลับในการจัดการองค์กรแบบใหม่
          เพื่อฉลองความดีใจนี้ ผมคัดเอาเคล็ดลับข้อหนึ่ง จากหนังสือเล่มนี้ มาลงบันทึกนี้

 

 

พลังของความสับสน

          เรามักมองว่าความสับสนเป็นปัญหาหรือเป็นสัญญาณแสดงว่ามีปัญหา   ซึ่งนี่เป็นมุมมองที่ถูกต้องสำหรับองค์กรทั่วๆ ไป หรือในสถานการณ์ทั่วๆ ไป    แต่สำหรับองค์กรอัจฉริยะแล้ว จะต้องมีมุมมองต่อความสับสนอีกแบบหนึ่ง คือ นอกจากมองว่าเป็นสัญญาณของปัญหาแล้ว  ยังมองว่าเป็นสัญญาณของโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ด้วย    

          ความสับสนเป็นได้ทั้งปัญหาและเป็นโอกาสในเวลาเดียวกัน  ขึ้นอยู่กับมุมมองของเราและทักษะในการจัดการความแตกต่างหลากหลายที่เป็นส่วนประกอบของความสับสนนั้น  ทักษะทั้งหมดที่กล่าวในหนังสือเล่มนี้   คือทักษะในการดำเนินการให้ความสับสนกลายเป็นพลังที่ส่งไปสู่การสร้างสรรค์

          ทำไมความสับสน หรือช่วงเวลาที่มีความสับสน  จึงเป็นช่วงเวลาที่เป็นโอกาสสร้างสรรค์      คำตอบก็คือ ในช่วงเวลาดังกล่าวมีการควบคุมหรือการแข็งตัว ของระบบน้อย  การทดลองสิ่งใหม่ๆ จะได้รับการต่อต้านน้อย เพราะเห็นอยู่ว่าระบบเดิมมีปัญหา   ความสับสนจึงเป็นเสมือนหน้าต่างแห่งการสร้างสรรค์

          ผู้บริหารองค์กรอัจฉริยะ ต้องมีทักษะในการ “ตั้งสติ” ในท่ามกลางความสับสน  มีทักษะในการชักนำให้สมาชิกองค์กร ตั้งสติ ในสภาพโกลาหล  และในโอกาสอันควรผู้บริหารองค์กรอัจฉริยะจะเป็นผู้สร้างความโกลาหลเล็กๆ ขึ้นภายในองค์กร  นั่นคือ ผู้บริหารมีทักษะทั้งในการสร้าง รับมือ และใช้ประโยชน์ความโกลาหลหรือความสับสน   ทักษะเหล่านี้จะค่อยๆ เกิดขึ้นเอง เมื่อมีการปฏิบัติตามที่แนะนำในหนังสือเล่มนี้              
 

วิจารณ์ พานิช
๓ พ.ค. ๕๑