เหมือนมีรูปแบบแต่ไม่มีรูปแบบ เหมือนไม่มีรูปแบบแต่มีเค้าโครง: อย่าเพิ่งงงครับผมเห็นอย่างนั้นจริงๆ กลุ่มคนแซ่เฮไม่มีคณะกรรมการกลาง ไม่มีโครงสร้างองค์กร มีแต่คนอาสาทำนั่นทำนี่ ไม่มีประธาน รองประธาน เลขา เหรัญญิก ฯลฯ แต่หากมีภาระกิจอะไร ต่างก็เดินเข้ามาอาสาช่วยกันตามความถนัด โดยมีคนหนึ่งลุกขึ้นมาประสานงาน แล้วคนอื่นๆก็ยืนมือเข้ามาช่วย  อย่างไรก็ตามภาพเช่นนี้มิได้หมายความว่าจะหยุดลงตรงนี้ ผมเชื่อว่าอาจจะพัฒนาไปสู่สิ่งที่เหมาะสมในอนาคตครับ 

 

เพราะผมเชื่อในเรื่อง การปรับตัว” (adaptation) ยิ่งการรวมตัวด้วยใจ การปรับตัวยิ่งยืดหยุ่นและรื่นไหลง่ายกว่าองค์กรหรือกลุ่มที่มีผลประโยชน์ เหลือเพียงว่าทำกิจกรรมร่วมกันไป แล้วก็ปรับกันไป อนาคตก็จะพบกับสิ่งที่เกิดสมดุลมากขึ้น เสถียรมากขึ้น แต่ไม่ใช่สิ่งตายตัว พร้อมที่จะปรับได้ต่อไป (ดูต่อในเรื่อง bonding)

 

ความรัก ความศรัทธา คือฐานของคนแซ่เฮ: ผมยกตัวอย่างกับใครสักคนหนึ่งเขาเป็นน้องรักของผม เขามีนิสัยเฉพาะตัว ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบสังคมกับใครพร่ำเพรื่อ ค่อนข้างเก็บตัวและมีโลกของตัวเอง  แต่เมื่อเข้ามาพบ G2K มาพบกลุ่มคนแซ่เฮ มาโดนท่านครูบากอด เท่านั้นเอง ความปิติภายใน แรงสะเทือนภายในมันท่วมท้นล้นออกมา จนแป็นแควนประจำ G2K ไปแล้วและมีผลงานสม่ำเสมอ

 

ศรัทธานั้นยิ่งใหญ่เหลือคณานับนัก เมื่อศูนย์รวมใจคือท่านครูบาผู้สร้างศรัทธา จึงเป็นแรงดึงดูดบุคคลที่ถวิลหาสิ่งที่ขาดหายไป เมื่อเติมเต็มกันได้ ก็ได้ใจกันและกัน....ระหว่างทางนั่งเรือจากเกาะภูเก็ตไปเกาะเฮนั้น ท่านอัยการกล่าวกับผมว่า ..พี่..งานนี้จะไม่สำเร็จลงได้เลยหากผมไม่ได้ให้ใจกับคนภูเก็ตมาก่อน..เมื่อผมให้ใจเขาและเมื่อคราวที่ผมเอ่ยปากขอความร่วมมือกับเขา  ทุกอย่างก็ราบรื่นไปหมด.. ตรงกับที่ท่านครูบากล่าวไว้...

 

รักษากันไว้เถิด ประคับประคองสิ่งวิเศษนี้ไว้เถิด มันมีค่ามากกว่าวัตถุในสังคมบริโภคเป็นไหนๆ เพราะมันซื้อหาไม่ได้  ร้องขอกันไม่ได้ หากมันจะมีก็เพราะเราสร้างมันขึ้นมาด้วยใจจริงๆ

 

อิ่ม: ทุกท่านเคยหิวข้าว เมื่อกินข้าวแล้วอิ่ม ทุกท่านเคยกระหาย เมื่อดื่มน้ำแล้วก็หายกระหาย  แล้วก็วนไปเช่นเดิมอีกตามปกติแห่งชีวิต แต่ท่านเคยอิ่มใจไหมล่ะ ปิติล่ะ การที่ท่านได้ทำอะไรอะไรให้คนอื่นเขาสุขใจ มันอิ่ม มันปิติ ยิ่งมีไมตรีแห่งจิตตอบกลับมานั่นแหละหนา ผมยังจำความรู้สึกปิติตอนที่เพื่อนทุกคนกลับจากอ่างห้วยไผ่ออกไปจนหมดรถคันสุดท้ายได้ดี  และคงจำไปจนตาย ไม่เคยมีการประชุม สัมมนาที่ไหนที่เกิดความรู้สึกเช่นนี้ แต่เฮฮาศาสตร์มันมี่มนต์ขลังบางอย่างเกิดสิ่งนี้โดยไม่ได้สร้าง และผมไม่เชื่อว่าการสร้างจะทำได้ถึงขนาดเกิดผลสะเทือนเช่นนี้ อย่างหลายท่านกล่าวครับ ความรู้สึกบอกกันไม่ได้ต้องสัมผัสเอง

 

เครือข่าย / Bonding / Network: ขอบคุณที่ท่านขจิตเชื่อมบันทึกให้เห็นความคิดของท่านคุณหมอประเวศ วสีที่กล่าวถึงหลักการ INN ไว้กรุณาดูที่ บันทึกนี้ครับ  เป็นการตอกย้ำถึงเค้าโครง หรือรูปร่างวงสัมพันธ์ของกลุ่มคน ครับ คนแซ่เฮ มี Node อยู่ทุกภาคโดยอัตโนมัติที่มิได้ถูกจัดตั้งโดยรัฐบาลหรือผู้ใด แต่อาสากันเข้ามาเองโดยใจและหลายเหตุผลดังกล่าวมาแล้ว  Node นั้นอยู่ไม่ได้ครับหากไม่มี Internode ซึ่งหมายถึงแรงเกาะเกี่ยวกันที่ผมกล่าวไปแล้ว แรงเกาะเกี่ยวคือแรงใจ ความสัมพันธ์ทางใจที่มีแก่กัน  ผมทำงานพัฒนาองค์กรชุมชนมาหลายสิบปี ยิ่งเห็นความสำคัญของ Node และ Internode เฮฮาศาสตร์คือกิจกรรมที่สร้างสายใยแก่กัน สร้างแรงเกาะเกี่ยวแก่กันทางปฏิบัติ  และมิใช่เท่านั้น สายใยที่ต่อเนื่องมากกว่าคือ หน้าจอคอมพ์ ที่เปิดเข้ามาใน G2K แล้วก็จ๊ะจ๊าแก่กัน แลกเปลี่ยนกัน ฉันไปหาเธอ เธอไปหาฉัน รักใครชอบใครก็ไปบ่อยไปมากหน่อย ความสนใจส่วนตัวตรงกับใครก็ไปเยี่ยมมากหน่อย นี่แหละครับ Internode ที่เกาะเกี่ยวให้เกิด bonding เกิด Network เกิดเครือข่ายโดยไม่จำเป็นต้องเป็นรูปองค์กรที่มีโครงสร้างเป็นรูปแบบ

(หมายเหตุ ปัจจุบันใช้ศัพท์ Node กันมาก จำได้ว่าเราเรียนชีววิทยาสาขาพืชนั้น เรารู้จักคำนี้ดีเพราะพืชที่มีข้อเช่นไผ่ เป็นต้น ตรงข้อเขาเรียก Node และปล้องเขาเรียก internode นักสังคมจึงเอาความหมายความสัมพันธ์ทางชีววิทยามาใช้กับความหมายทางสังคมด้วย..)

 

ประเด็นนี้เป็นประเด็นใหญ่ที่นักศึกษาปริญญาโทสามารถกำหนดเป็นหัวข้อศึกษาวิจัยได้เลยครับ

 

(มีตอนสาม)