ในช่วงที่เราเรียนรู้และฝึกฝนธรรมะอยู่นั้นจิตใจเราก็สูงขึ้น แต่เมื่อเราเผลอไป ลืมไปใช้ชีวิตแบบปุถุชนเดิมที่เคยเป็นก็ทำให้รู้สึกว่าจิตใจมันก็ตกลง วุ่นวายเหมือนเดิม
  •  ช่วงวันหยุดติดต่อกันหลายวันที่ผ่านมา ลองปล่อยตัวปล่อยใจตามแบบปุถุชนคนทั่วไปดูสักกะหน่อย ออกไปเยี่ยมบ้านเพื่อนที่สร้างแบบรีสอร์ทอยู่กลางทุ่งริมน้ำ เพื่อนเขาพึ่งกลับมาจากลาวเลยยกสาโทมาให้ชิม นั่งดื่มสาโทยามเย็นที่บ้านเพื่อนกลางทุ่งนา ฟังเสียงกบเสียงเขียดร้องระงมอย่างมีความสุขแบบโลก ๆ ส่งผลให้บุญเก่าที่สะสมมาตลอดจากการเรียนรู้ธรรม (อย่างเร่งด่วน)จากที่เคยตั้งอยู่ ก็เริ่มดับไป เป็นอนิจจังแท้ ๆ
  • ทำให้พบว่า ในช่วงที่เราเรียนรู้และฝึกฝนธรรมะ (อย่างเร่งด่วน) อยู่นั้นจิตใจเราก็สูงขึ้นมีสติสัมปัชชัญญะ  แต่พอเราเผลอเมื่อไหร่ จิตใจมันก็ตกลง วุ่นวายเหมือนเดิม
  • คืนนี้ตั้งใจจะยกจิตยกใจให้กลับคืนมาดังเดิม พบว่าต้องใช้เวลาอยู่นานเหมือนกันในการนึกหาหัวข้อธรรมมาพิจารณา คิดหาหนทางอยู่ตั้งนาน ว่าจะทำอย่างไร?
  • จึงเกิดแนวคิดว่า เอ! เราลองนำเสนอหัวข้อธรรมเท่าที่นึกได้ระหว่างหาทางยกจิตใจให้สูงขึ้นนั้นว่า เราใช้เวลาคิดธรรมอะไร นานเท่าใด และวิธีการที่เร็วที่สุดคือวิธีการใด?
  • โดยนำเสนอในมุมมองของตนออกมาก่อน แล้วค่อยนำไปปรึกษาท่านผู้รู้ในโอกาสต่อไป

สรุปหนทางหรือภูมิธรรมเท่าที่รู้บ้างเห็นบ้างในตอนนี้

  1. จิตเดิมแท้ของเราเป็นพุทธะอยู่แล้ว
  2. พิจารณา เกิด แก่ เจ็บ ตาย ให้เห็นแจ้ง
  3. พิจารณาไตรลักษณ์ ให้เห็นแจ้ง
    อนิจจัง : สิ่งปรุงแต่งทั้งปวงไม่เที่ยง
    ทุกขัง : สิ่งปรุงแต่งทั้งปวงเป็นทุกข์
    อนัตตา : สิ่งปรุงแต่งทั้งปวงไม่มีความเป็นตัวเป็นตน
  4. พิจารณาออกจากวัฏสงสาร เพื่อลดความยึดมั่นถือมั่น
  5. พิจารณาตัดขันธ์ 5: รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ