ผู้ให้ ผู้รับ
ตัวเราเป็นหน่วยหนึ่งในคำว่า...สังคม...คิดทบทวนถึงความหมายของคำว่า..สังคม..แล้วทำให้เราได้คำตอบว่าทำไม..และเพราะอะไรเราจึงทำให้ค่านิยมในการชีวิตซับซ้อนและยากขึ้น
- คุณต้องเรียนสูงขึ้น
- คุณต้องทำงานและใช้ชีวิตประจำวันอบ่างที่เป็นอยู่
และหรือพยายามให้วิถีการดำรงชีวิตดีขึ้น....
ดูง่ายๆนะคะ....สังคมทำให้ส้มต้องเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีเพื่อติดต่อสื่อสาร...ทำงาน...หาข้อมูล.......และอีกมากมาย
นี่คือตัวอย่างง่ายๆของอิทธิพลของคำว่า...สังคมค่ะ
เอาล่ะค่ะ อันนี้ก็โม้ยาวจนจะเกินกรอบแนวคิดที่จะนำเสนอเกินไปซะแล้ว
เรื่องที่จะแนะนำให้อ่านวันนี้เป็นเรื่องของการเป็นผู้ให้กับการเป็นผู้รับค่ะ (เห็นไม๊คะ.....อยู่ในคำว่า..สังคมอีกเช่นเคย~_~)
คนในสังคมรวมทั้งตัวเรา ก็เป็นทั้ง ผู้ให้ และผู้รับนะคะ แต่จะเป็นผู้ให้มากกว่า หรือรับมากกว่านั้นก็แล้วแต่ค่านิยมและการปลูกฝังของแต่ละคนนะคะ (ยอมรับเลยค่ะว่าขี้เหนียวพอสมควร งืมๆ )
บทความที่นำมานำเสนอนี้เป็นของ นาวาเอก(พิเศษ) วุฒิ อ่อนสมกิจนะคะ
โดยส้มนำมาจากwebsite:http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=15343 ค่ะ
ผู้ ใ ห้ กั บ ผู้ รั บ
นาวาเอก (พิเศษ) วุฒิ อ่อนสมกิจ
เมื่อพูดถึงเรื่องการให้จะมีบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ ประเภท
คือผู้ให้ ที่เรียกเป็นศัพท์ทางศาสนาว่า "ทายก"
กับผู้รับ ซึ่งเรียกเป็นศัพท์ทางศาสนาว่า "ปฏิคาหก"
ถ้าจะถามว่า ทั้ง ๒ คนนี้ใครจะศักดิ์ศรีหรือได้เปรียบเสียเปรียบมากกว่ากัน
มีคนเคยให้คำตอบเป็นเชิงเย้ยว่า
"คนฉลาดคอยรับทานแต่คนโง่ชอบให้ทาน"
แสดงว่า ผู้รับฉลาดกว่าผู้ให้เพราะเป็นฝ่ายได้ แต่ผู้ให้เป็นฝ่ายเสีย
ใครจะตอบปัญหานี้อย่างไรก็เป็นสิทธิเฉพาะตัว
ทัศนะทางพระพุทธศาสนาสอนให้มองในมุมกลับ
ขอนำมาเสนอสัก ๓ ประเด็น ดังนี้
๑. เวลารับของจากใครที่เขาให้
ผู้รับต้องแสดงคารวะผู้ให้รับด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตัว
ในขณะที่ผู้ให้อยู่ในที่นั่งหรือยืนด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย
แสดงว่าสังคมยอมให้เกียรติผู้ให้ว่าเหนือกว่าผู้รับ
และ "ผู้รับได้ของ แต่ผู้ให้ได้เกียรติ"
๒. การจะเอาชนะใจใครสักคน
ถ้าใช้การให้เป็นสื่อจะได้ผลเร็วกว่าการใช้วิธีการอย่างอื่น
เพราะผู้ให้ย่อมเอาชนะใจผู้รับได้เสมอแสดงว่า
"ผู้รับได้ของ แต่ผู้ให้ได้ความรัก"
๓. คนมุ่งแต่จะรับของคนอื่นส่อว่ามีความโลภ เห็นแก่ได้เป็นพื้นฐาน
แต่ผู้ให้โดยไม่หวังตอบแทน
นอกจากมุ่งสงเคราะห์ผู้รับยังมีโอกาสชำระจิต
ให้บริสุทธิ์จากความโลภตระหนี่ และเห็นแก่ตัวได้อีก
แสดงว่า "ผู้รับได้ของ แต่ผู้ให้ได้ความบริสุทธิ์ทางใจ"
คนมีเกียรติ มีความรัก และความบริสุทธิ์
อาจหาเงินได้โดยไม่ยาก
แต่ถ้าจะเอาเงินไปซื้อเกียรติ ความรัก และความบริสุทธิ์ทางใจ
อาจทำไม่ได้ผล
ถึงตอนนี้ท่านคงได้คำตอบชัดเจนแล้วว่า
ระหว่างผู้รับกับผู้ให้ท่านควรจะเลือกทางไหน.
(ที่มา : ผู้ให้กับผู้รับ โดย นาวาเอก (พิเศษ) วุฒิ อ่อนสมกิจ,
พิมพ์ลงในนิตยสาร “ธรรมจักษุ” ปีที่ ๘๙ ฉบับที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๗)
ท้ายนี้ส้มขอขอบคุณwebsiteดังกล่าวข้างต้นที่ทำให้สามารถนำบทความดีดีมาลงในพื้นที่ตรงนี้นะคะ
orange_pie
มาทักทาย ยินดีต้อนรับ เห็นมาจาก hi5 แต่ยิ้มๆๆว่าเคยเห็นใน hi5 พบ gotoknow ได้อย่างไรครับ เป็นผู้ให้มากกว่าคอยรับอย่างเดียวครับ..เขียนมาอีกนะครับ...