เมื่อเช้าวานนี้ ( ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ) ผมค่อนข้างยุ่ง เพราะต้องรับรู้และร่วมแก้ปัญหาให้คนรู้จัก และมีน้อง ๆ ชาวน่านเดินทางจากต่างจังหวัดแวะมาเยี่ยม   ที่ว่าวุ่น ๆ ๒ ส่วนแรกไม่หนักใจ  ที่หนักใจคือว่ามีน้อง ๆ สื่อมวลชนโทรมาสอบถาม ครั้นจะตัดบทไปก็ดูจะไม่เป็นไมตรี  ประเด็นที่ถามเกี่ยวกับมุมมองเกี่ยวกับการใช้สารเคมี หรือสารพิษในเกษตรกร

น้อง ๆ  สื่อถามมองมุมทำนองจะได้เราด่าหรือตำหนิราชการว่า ไม่ทำงานหรืออะไรเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสารพิษที่เกษตรนำมาอาบภูเขา พื้นที่ทำกินในพื้นที่ต้นน้ำ  ได้ให้ข้อมูลน้อง ๆ สื่อมวลชนไปในปลายสายว่า อยากให้มองข้าราชการแง่ดี  ทุกท่านล้วนมีหน้าที่มั่นคง  มีสำนึกที่ดี มีกรอบระเบียบมั่นคง  จะให้ไปด่าว่าหรือโวยวายไม่ทำงานไม่ได้  หากใครจะตำหนิรายบุคคลนั้นอีกเรื่องหนึ่ง หรือมองไปที่ระบบบริหารราชการแผ่นดิน  สิ่งที่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามีอยู่

หลังจากพูดพูดไปกว้าง ๆ น้อง ๆ ก็งง ๆ เพราะเป็นน้องใหม่  เลยให้น้อง ๆ ไปดูวิสัยทัศน์ อบจ.น่าน ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่เขียนไว้ว่า " น่าน...เมืองแห่งปัญญา ประชาคมเข้มแข็ง แหล่งอายธรรม เกษตรกรรมยั่งยืน "  นำประโยคที่หยิบมาเป็นวิสัยทัศน์มาปฏิบัติกันจริงจัง  โดยเสนอขอให้ราชการส่วนท้องถิ่น คือ อบจ.น่าน มาใช้ปัญญา ใช้ความร่วมมือที่เรียกว่าประชาคม ในอารยธรรมจิตใจที่ดีงาม มาแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีในเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรรมน่านยั่งยืน

ราชการไทยล้วนแต่ใหญ่ ๆ  กันทั้งนั้น เก่งเล็ก เก่งใหญ่ หากจะได้แสวงหาแนวทางความร่วมมือก็ดี บรรดาราชการหลายสังกัด  มีศักดิ์ศรี  มีงบประมาณในการแก้ไขปัญหาสารพิษ สารเคมี ผมได้พูดกับสื่อน้องใหม่ ( เพราะนักข่าวรุ่นพี่ใช้ให้เขาโทรมาสัมภาษณ์ผม ) ว่า การบริหารราชการแผ่นดิน มีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น  งบประมาณจะส่งมาเป็นตามช่องทางที่เรียกว่า ส่วนต่าง ๆ ดังที่กล่าว  แม้ว่าจะมีการกระจายอำนาจ กระจายงบประมาณ  และที่สำคัญมีคำว่า บูรณาการ ไม่ใช่จินตนาการ หาก อบจ.น่าน เป็นเจ้าภาพเจ้าราชการสังกัดอื่น ๆ  ก็ควรร่วมมือทำงานกันด้วย โปรดอย่าไปเกี่ยง  มัวเถียงกันแต่เรื่องทฤษฎี  หรือคอยชักใบเรือให้เสียเลิกจินตนาการกันเสียที ลงมือทำงานเพื่อประชาชนร่วมกันเต๊อะ  เพื่อให้คุณภาพชีวิตชาวน่านดีขึ้น