สวัสดีวัน Mayday : เราชะนะแล้ว, แม่จ๋า

กวิน
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

 

 

เราชะนะแล้ว, แม่จ๋า  (คำฉันท์)
เขียนในช่วงปี พ.ศ.๒๔๙๕ - ๒๔๙๖
พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.๒๕๑๗
โดย
นายผี (อัศนี พลจันทร)
(พ.ศ. ๒๔๖๑ - ๒๕๓๐)

 


----------------------------------------------------------------

 

เราชะนะแล้ว, แม่จ๋า เป็นบทกวีประเภทฉันท์ ซึ่งผูกขึ้นเป็น เรื่องราวของชีวิตกรรมกรหญิงในโรงเลื่อยแห่งหนึ่ง กับแม่และน้องชายของเธอ  นายผีเปิดฉากด้วยคำฉันท์ ไว้ดังนี้

 

สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙

อ้าราตรีขณะนี้ มิมี สิ นะสำเนียง
แสนเงียบ บ่ งึมเสียง สงัด
อ้าราตรีขณะนี้ สิ พฤกษะ บ่ สบัด--
ใบ ลม บ่โลมพัด และพาน
อ้าราตรีขณะนี้พิกล กล(ะ)พิการ
ดาวเดือนบันดาล หาย ฤเห็น
เห็นแต่แสง นยนา อนาถ(ะ)และลำเค็ญ
คราวปริบ กระพริบเป็น ประกาย
มีแต่แม่ แลมามอง ตระกอง กร(ะ) บ่ คลาย
เคลื่อนบุตรอันสุดสาย สวาท
ยินแต่บุตรอันคราง ระคาง กล(ะ)จะขาด
ใจหวาด ผวาวาบ วะหวำ
อ้ออ้อ ลมยังระรวยระทวย บ่รู้จะทำ
ท่าไรตะลึงคลำ บ่คลา
หาหา ยาจะมายา แลยาก็บ่มียา
ไยหาบ่ซื้อหา ฤๅเห็น
อ้ออ้อ หมอ ก็บ่มีและนี่ใครนะจะเอ็น--
ดู เอื้ออำนวยเป็น ประโยชน์
ค่ายาแม่ก็บ่มีและนี่ใครนะจะโปรด
ลูกแม่ให้ปราโมทย์ ฤมี
คลำใต้เสื่อ บ่มิสบ ก็ทบ ทุข(ะ)ทวี
อกเต้นดั่ง
ตี ปลา ในแปลง


ยา=คำนาม แปลว่า ยา
ยา=คำกริยา หมายถึงเยียวยารักษา
ยา= ประทัง เช่น หาอะไรมายาไส้หน่อยสิ = หาอะไรมา ประทัง ความหิวหน่อยสิ

ตีปลาในแปลง =ตีปลากลางแปลง (นา) แปลง แปลว่า โล่งแจ้ง เช่น หนังกลางแปลง, ตีปลาในแปลง  เป็นสำนวนที่นายผีเปรียบเปรยว่า อกเต้น/อกสั่น เหมือนกับ เวลาคนเอาไม้หน้าสาม ตีปลาในแปลงนา  

(ไย)หา!! =ทำใม ห๊า/ฮ้า ,ทำใมหวา หา ในที่นี้เป็นคำ อุทาน
หา=ซื้อ เช่น ซื้อหา
หา=(หาฤาเห็น) หาในที่นี้ แปลว่า ค้นหา

นายผีเล่นคำว่า ยา และคำว่า หา  ถึงสามความหมาย   

 

...ในราตรีอันพิกลพิการเงียบสงัดราตรีหนึ่ง ไม่มีแม้แสงดาวและแสงเดือน มีก็เพียงแสงอนาถแห่งนัยน์ตาของลูกน้อยและแม่ มองดูกันด้วยความรันทดและสิ้นหวัง ผู้เป็นลูกน้อยนั้นป่วยหนักและกำลังจะจากโลกไป ฝ่ายแม่ซึ่งกำลังเจ็บนั้นเล่า สุดจะหาหยูกยามาหยุดความตายของลูกน้อย เธอผู้เป็นพี่เป็นกรรมกรหญิงโรงเลื่อย เป็นผู้นำการต่อสู้ของเพื่อนกรรมกร จะต้องไปร่วมการต่อสู้นัดหยุดงานประท้วงของเพื่อนกรรมกร แต่ทว่า 

 
ยานี ๑๑ (อันมีลีลา อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑)

 

"เพื่อน้อง นี่มาเจ็บ               ก็ประจักษ์ ว่ายากใจ
จักปอง แลมองไป                ก็ปั่นป่วน อยู่รวนเร
กำลัง แม่อิดโรย                  ละเหี่ยโหย ให้โผเผ
ลุกนั่ง ยังโงเง                      ด้วยหย่อมงุ้ม อยู่งันงัน
อุ้มน้อง อันนอนแบบ             กับอกแนบ บ่จำนรร--  
จา นิ่ง คำนึงอัน--                 ใดแลแม่ มาทรมาน
น้ำตา แม่ตกต้อง                 ทั้งสองแก้ม ยิ่งสงสาร
แม่จ๋า อย่าทนทาน              ให้ทุกข์ท่วม บ่ทานทน
อ้าน้อง นี่มาไข้                    ยิ่งเจ็บใจ ในความจน
แม่ลูก เราสามคน                จะกอดคอ เข้าคร่ำครวญ
" (หน้า ๖๗)   

 



เรื่องราวของกรรมกรหญิงผู้นี้เป็นเรื่องในทำนองวีรสตรีสู้รบ เป็นการวาดภาพวีรบุคคลซึ่งเชิดชูการต่อสู้ของฝ่ายกรรมกร แม่ของกรรมกรหญิงเป็นแม่ซึ่งนายผีสร้างขึ้นมาเพื่อแทนความหมายของแม่ในอุดมคติ เป็นสัญลักษณ์ของความรักอันเปี่ยมด้วยการเสียสละเพื่อส่วนรวม เป็นอุดมการณ์แรงกล้าในยุคที่ความคิดและกระแสแห่งการปฏิวัติกำลังรุนแรง แม่จึงเป็นฝ่ายปลุกเร้าและให้กำลังใจให้กรรมกรหญิงสลัดความโลเลสับสนเสีย


ในวาระสุดท้าย น้องชายของเธอ ได้จบชีวิตลงท่ามกลางความเศร้าโศก ค่ำแล้ว ในที่สุดผีตากผ้าอ้อม ก็ย้อมฟ้าเป็นสีแดง ดวงอาทิตย์จะลับโลก เช่นเดียวกับชีวิตน้อยๆ ที่ด่วนลาลับลง

 
กาพย์ฉบัง ๑๖

 

สามร่างสามรักสามลาญ สามพ่ายภัยพาล
ลำพังเพราะไร้ ลำเค็ญ
สามแสนลำบากยากเย็น สามแม้เมื่อเป็น
ประดุจ(ะ)สามยามตาย
สามกายสอดกอดสามกาย กายหนึ่งนั้นวาย-
ชีวิตแต่สองยังทรง
ดำรงชีพิตคือผง- คลี ดินดำรง
ประดาษอยู่เพี้ยงร่างผีฯ
(หน้า๗๘)  

 
กวีประพันธ์บทอันสลดรันทด ระคนแค้นนี้ด้วยอารมณ์รัก คล้ายกับมีเจตจำนงร่วมเป็นร่วมตายกับสามแม่ลูกผู้เจ็บปวดจากชะตากรรมอย่างแท้จริง กรรมกรหญิงร่วมกันกับเพื่อนกรรมกรของเธอต่อสู้จนได้รับชัยชนะ เจ้าของโรงเลื่อยยินยอมเจรจาตกลงผลประโยชน์ อ่อนข้อให้แก่กรรมกร ครั้นกรรมกรหญิงกลับถึงที่พักของเธอ ก็พบว่าแม่ผู้เจ็บอยู่มาตายจากไปอีกคน

 
กาพย์ฉบัง ๑๖

 

แสนแค้นแสนเคียดแสนระคาง แสนป่วยใจปาง
ประจักษ์ว่าแม่มามรณ์
แสนรักแสนโรคแสนรอน แสนทุกท่วมทอน
สุดแสนถวิลจินดา
สุดจะร่ำรำพันพรรณนา เสียงศัลย์ สหสา
ก็สุดสระอื้นอาลัย
ขืนคิด คิดขืนคืนไป ขืนจักเข้าใจ
ว่าแม่ยังมีชีวา
เคียดคลุ้มอุ้มแม่ขึ้นมา กระซิบ..."แม่จ๋า"
เราชะนะแล้ว...แม่จ๋า"
(หน้า ๙๕)


 
บทกวีเรื่อง เราชะนะแล้ว, แม่จ๋า เป็นวรรณกรรมที่มีจุดมุ่งหมายทางสังคมและการเมืองอย่างเด่นชัด แสดงจุดยืนของผู้แต่งอย่างแน่วแน่ บทกวีชนิดนี้เขียนขึ้นเพื่อสะท้อนความจริง ตั้งใจเขียนให้เห็นด้านของความรุนแรง เพื่อปลุกเร้าและเป็นพลังสนับสนุนให้แก่การต่อสู้

สาระของ เราชะนะแล้ว, แม่จ๋า ต้องการชี้ให้เห็นถึงชีวิตยากแค้น และ ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุน ต้องการแสดงจุดยืนอันเด็ดเดี่ยวแน่วแน่และจิตใจเสียสละ ต่อสู้ องอาจของกรรมกรหญิง และแม้แต่แม่ของเธอซึ่งแก่ชราแล้วก็ยัง ยิน ดีกับการต่อสู้ของลูก

 

เราชะนะแล้ว, แม่จ๋า ประกาศชัยชนะของ กรรมกรหญิงจากการประท้วง ยิ่งกว่านั้นผู้ประพันธ์ได้ประกาศความอัปลักษณ์ของระบบสังคมทุนนิยม กับชะตากรรมอนาถของมนุษย์ที่ตกเป็นผู้ถูกเอารัดเอา เปรียบ นับเป็นวรรณกรรมแนวสัจนิยมที่รุนแรงมากชิ้นหนึ่ง สำหรับสังคมไทย ในยุค ๒๕๐๐

 

สำหรับกลวิธีในการแต่งนั้นนายผี ได้เลียนแบบลีลาสำนวนโวหาร  คำฉันท์ในสมัยอุธยา ซึ่งนั่นก็คือ สมุทรโฆษคำฉันท์ 

ทว่าสมุทรโฆษคำฉันท์ เป็นคำฉันท์ที่ บรรบายความข้นแค้นของ พระสมุทรโฆษ พระเอกในเรื่อง ที่ต้องพลัดพลากจากนางพินทุมดี นางอันเป็นที่รัก ซ้ำต้องพลัดพลากจากไอศูรย์สมบัติ และความสุขสบายทางโลกียะ เดินป่า ฝ่าคลื่นเกาะขอนงิ้วข้ามทะเล

นายผีได้นำลีลาคำฉันท์ในสมัยอยุธยา นี้ มาคร่ำครวญถึงความยากแค้นของกรรมกรหญิง แทน ซึ่งถือเป็นแนวคิดใหม่  

ในสมุทรโฆษคำฉันท์ บทชมโฉม ได้ชมความงามของพระเอกนางเอกว่า มีหน้าผ่องเหมือนพระจันทร์ คิ้วเหมือนคันธนู ริมโอษฐ์เหมือนใบไม้อ่อน ฯลฯ ซึ่งถือเป็นขนบเดิม

นายผีได้เปลี่ยนบทชมโฉมใน ชะนะแล้วแม่จ๋า เป็นการชมความเข้มแข็งและความเด็ดเดี่ยวของกรรมกรหญิง   หาได้ชมความงามแห่งรูปกายภายนอก แต่ชมความงาม ความเป็นนักต่อสู้ของกรรมกรหญิงผู้เป็นตัวเอก 

 ที่มา http://www.geocities.com/thaibooks_100/9.htm

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ฯลฯ (ET Cetera)



ความเห็น (39)

เซิฟกาแฟก่อน ได้มีแรงเขียนบันทึกให้พวกเราอ่านมากๆๆ ..อิอิ

เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณครับบทความนี้ ต้องให้เครดิต เวปที่นำมาครับผมพยาม ถอดความและเขียน บทความ/ข้อคิดเห็นแทรก นิดหน่อย
เขียนเมื่อ 

หนังสือในยุคแสวงหาเลยนะคะเล่มนี้

เห็นแล้วนึกถึงเพื่อนๆ ชอบตั้งวงเล่นเพลงคาราวาน

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับ อีกหนครับ ท่านอาจารย์ ผอ.ประจักษ์ และคุณแจ๋ว(แหวว)
เขียนเมื่อ 

คุณกวินค่ะ

  • มิมพยายามตั้งใจอ่าน รันทด หดหู่ กับสภาพของแม่ลูกที่ยากจนข้นแค้น
  • เศร้าอีกแล้วค่ะ แต่ก็ภูมิใจในที่สุดชัยชนะก็เป็นของแม่ลูกที่น่าสงสาร
  • ถ้าคุณกวินไม่แปลให้ก็คงจะแปลความได้ยากอยู่พอสมควรค่ะ อันเนื่องมาจากไม่ถนัดในเรื่อง กาพ์ยานี  โคลง ฉันท์พวกนี้ แต่ถ้าเป็น กลอนก็คงเข้าใจได้ง่ายกว่านี้
  • สะท้อนสังคมได้ดีมากๆ
  • ชอบค่ะ
  • ที่มาช้าเพราะนั่งพินิจพิเคราะห์อยู่ 8 ตลบ อิอิ
  • อาการป่วยดีขึ้นหรือยังค่ะ
เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณครับครูมิม วันนี้นั่งเฝ้า สนง. นักศึกษาแพทย์มีประชุมกลุ่ม ตอน 6 โมง คงเลิก 1 ทุ่ม นั่งเล่นเนตกะคุณอาร์ต เฝ้า สนง. (เป็นภารโรง)
เขียนเมื่อ 
  • วันนี้ถ้าใครให้รอก็อย่าหนีกลับก่อนเขาอีกล่ะ
  • เดี๋ยวเป็นเรื่องอีก อิอิ
  • วันนี้วันแรงงาน เค้าไม่ใช่งานภารโรงอย่างคุณกวินแน่ๆ
  • เชื่อซิ
  • ถ้าใช้ จะไปฟ้องกรมแรงงานให้ อิอิ
เขียนเมื่อ 
  • จริงๆ ผมรู้สึกว่า ผมเป็น นัก(วิชา)การ ภารโรงนะเนี่ยเพราะมีผู้ชายไม่กี่คนใน สนง. เลยต้องทำงานแบกหาม เป็นส่วนใหญ่ ..
  • เพราะผู้ชายคือเพศแข็งแรง ดูหุ่นผมสิผอมแห้งแรงน้อย ตรอมใจไผ่ผอม
  •  นศพ. ทยอยกันมาแล้ว
  • ปลาชุมๆๆ ๆๆ
เขียนเมื่อ 

ขอให้สนุกสนานกับการประชุมค่ะ ..ส่งกำลังใจไปให้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

นึกว่าเครื่องบินตกที่นครสวรรค์ อิอิๆๆ นึกถึงป้าลม นึกถึงสหายไท ฝากแกล้ง นศพ แทนด้วย อิอิๆๆ

เขียนเมื่อ 
  • เมเดๆๆๆ ฮา....เครื่องบินจะตกแล้ว..เมเดๆๆ ฮา..
  • จะโดนนักศึกษาแกล้งนะสิครับอาจารย์ขจิตประชุมกันนานแน่ๆเลย
  • แค่เห็นชื่อเรื่องใจก็นึกย้อนไปเมื่อปี ๒๕๓๗ ถ้าจำไม่ผิด ใบไม้ย้อนแสงได้มีส่วนช่วยเพื่อน (เล็ก ๆ น้อย ๆ)ทำละคร เรื่อง "เราชะนะแล้ว แม่จ๋า" เล่นที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • บทกลอนได้ถูกนำมาใส่ดนตรีโดยผู้มีฝีมือ ยังมีเทปคาสเส็ตอยู่ที่บ้านเลย แต่อยู่ไหนก็ไม่รู้ อิ..อิ..
  • เพื่อนที่เคยทำละครด้วยกัน ต่างแยกย้ายไปตามทางชีวิตของตัวเอง บ้างเปลี่ยนแปลงไปตามโลกที่เปลี่ยนไป..
  • เอ..เหมือนคนแก่นั่งระลึกความหลังเลยนะเนี่ย  ฮา

 

เขียนเมื่อ 

เห็นแล้ว...นึกถึงความหลังเหมือนกันเลยค่ะพี่ใบไม้ คนวัยใกล้กันก็งี้

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

ไม่ได้อ่านนานแล้ว

ที่บ้านไม่มีให้อ่านด้วย ;)

เขียนเมื่อ 
  • คุณใบไม้ ทำละครเรื่อง เราชะนะแล้ว แม่จ๋า สมัยเรียน..ที่ว่าช่วยเพื่อนเล็กๆน้อยๆ นี่คือช่วยแสดง เป็นนางเอกหรือป่าว ครับ อิๆ แซวเล่น
  • อยากเจาะเวลาหาอดีตไปนั่งชมละคร เราชะนะแล้ว แม่จ๋า จังเลยครับ
  • คุณบอย ถกลเกียรติ แห่ง Exact น่าจะเอามาทำละครเวทีบ้างนะครับว้ามั้ย
  • คุณใบไม้ อยู่ชมรมเกี่ยวกับวรรณศิลป์ ด้วยหรือป่าว...

สวัสดีค่ะ คุณกวิน

  • ของฝากขณะนั่งรอค่ะ  อิอิ

เขียนเมื่อ 
  • อาจารย์  ธ.วั ช ชั ย  เปลี่ยนรูปใหม่ หล่อคล้ายๆ คุณอัศนี ครับ
  • ผมเคยอ่านปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตสาขาภาษาและวรรณคดีไทย ของคุณ สุจิรา คุปตารักษ์. ๒๕๒๖ วิเคราะห์บทร้อยกรองของ “นายผี”
  •  ป่านนี้คุณ สุจิรา คงเป็น ดร. แล้วล่ะครับ
  • แต่...ในปริญญานิพนธ์ บางคำก็พิมพ์ผิด แต่ถือว่าเป็นงานเขียนเกี่ยวกับ บทร้อยกรองของนายผีที่ละเอียดที่สุดครับ อยากอ่านละสิครับ ฮา...
  • คุณสุจิรา คงเป็นญาติกับ คุณสุธีร์ คุปตารักษ์ คุณสุธี เป็นนิสิตจุฬา เป็นคนรุ่นเดียวกับจิตร ภูมิศักดิ์
  • สวัสดีครับครูปู  ขอบคุณครับ ถ้าทางจะอร่อย+เผ็ด ขอน้ำเปล่าแก้วนึงด้วยนะครับ ฮา...
เขียนเมื่อ 

คุณใบไม้น่ะ เด็กกิจกรรม วรรณศิลป์เก่าเลย

ใครๆ ก็รู้จักดี

อย่าบอกใครนะ

  • ใบไม้ช่วยทำละครเรื่อง เราชะนะแล้วแม่จ๋า ตอนที่เรียนจบใหม่ ๆ ตอนนั้นทำงานให้รายการโทรทัศน์รายการหนึ่งแล้ว ก็เลยไม่ค่อยมีเวลา ไม่อย่างนั้นเป็นนางเอกไปแล้ว อุ้ย..ล้อเล่น
  • ถ้าคุณบอยเอาเรื่องนี้ไปทำละครเวทีจะเป็นยังไงน้า เพราะที่จำได้ ตอนนั้นเจ๊งค่ะ แหะ ๆ
  • ใบไม้มาคลุกคลีกับน้อง ๆ ชุมนุมวรรณศิลป์ตอนเรียบจบแล้ว ช่วงไล่ ๆ กับที่ไปช่วยทำละครค่ะ แต่ไม่ค่อยได้แต่งกลอนหรอก ชอบไปร้องเพลงเล่นกีตาร์ ไปเที่ยวกับน้อง ๆ ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องวรรณศิลป์ ก็แอบเรียนจากคุณกวินอยู่นี่ไง
เขียนเมื่อ 
  • อุ๊บ...ขอบคุณครับอาจารย์ ธ.วั ช ชั ย  ไม่บอกๆ..ฮา..
  • โถ่ที่แท้คุณใบไม้ ก็เป็นมังกรผู้ซุ่มซ่อนตน
  • แมลงป่องน้อยกวิน ขอคารวะๆ
  •  

คุณ ธ.วัชชัย ก็พูดเกินไป  ใบไม้ไม่ได้โด่งดังขนาดดังนั้น  ถ้าเสียงดังละก็ ใช่แน่ ๆ อิ ๆ 

อย่าบอกใครนะ เฮ้อ..

เขียนเมื่อ 
  • คุณ ใบไม้ย้อนแสง  ถล่มๆ ตัว จัง เอ่บ ถ่อมตัว
  • ถ้าเป็นหนังจีนก็คือ ค้อมหลังจน จมูกจะติดดินแล้วนะเนี่ย
  • อีกฝ่ายก็ต้องคุกเข่าๆ แล้วบอก ลุกขึ้นเถอะๆๆ
  • อาจารย์ ธ.วั ช ชั ย  ก็คงเป็นสมชิกชมรมวรรณศิลป์ด้วยใช่มั้ยครับถึงตาคุณ ใบไม้ย้อนแสง  แฉ คืน อิๆ

คุณกวินคะ  ใบไม้ไม่รับการคารวะค่ะ เพราะว่าความรู้ต้อยต่ำกว่าคุณกวินและ อาจารย์ ธ.วัชชัยมาก  แต่ถ้าความบ้าบิ่นอาจจะมากกว่า อิ..อิ..

คุณกวินอย่ามาเสี้ยมให้คนแฉกันเลย ไม่หลงกลหรอก อาจารย์ ธ.วัชชัย เขาเป็นคนขรึม ๆ เป็นนักสังเกตการณ์ แต่ไม่ค่อยพูด อุ้ย..เผลอแฉไปนิดเดียวเองนะ อาจารย์ ธ.วัชชัย ฮ่า ๆ

เขียนเมื่อ 

อุย.. ;)

ที่จริงผมอยู่พุทธศาสตร์ แต่ว่าแวบๆ ไปวรรณศิลป์น่ะ

เขียนเมื่อ 
  • ชอบของขม (กาแฟ)
  • ชมเด็กสาว ไม่ได้ๆ ชม..
  • ชมดอกไม้สีขาว
  • เล่าความหลัง
  • ไปอ่านกระทู้ของพระอาจารย์กันมั้ยครับ ได้ความรู้ ดีจัง
  • http://gotoknow.org/blog/bali/179608
เขียนเมื่อ 

ชอบอ่านคำประพันธ์ฉันท์แบบออกเสียง เหมือนที่เคยถูกครูบังคับตอนเด็กครับ

ขอบคุณที่นำมาฝาก

เขียนเมื่อ 

      

คุณกวินคะ

  • อ่านแล้วจึงรู้ว่า...ผู้คนที่ลำบากและทุกข์ยากในสังคมมีอีกมากมาย...บางทีตัวเองก็หลงลืมไป..บางทีก็แสร้ง..ประกาศปาว ๆ ว่า..เราจะทำเพื่อปวงชนคนทุกข์ยาก..แต่เราก็ยังคงใช้ชีวิตที่สุขสบายเหมือนเดิม..ไม่เปลี่ยนแปลง..เลย..
  • นายผี ท่านเหมือนมีดวงตาที่สามนะคะ..เพราะมองและสะท้อนให้เห็นถึงความทุกข์ยากและเอารัดเอาเปรียบของทุนนิยม ซึ่งแม้ในปัจจุบันก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงหรือแตกต่างไป
  • ไม่ได้มองเพียงความงามแห่งกายเท่านั้น แต่ชมโฉมความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวของกรรมการหญิง
  • ...เรื่องดี ๆ จรรโลงใจจังเลยค่ะ
  • ขอบคุณสักสามทีค่ะ...^_^
เขียนเมื่อ 

จะแวะมาบ่อยๆค่ะ ช๊อบ ชอบ ขอบคุณมากค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • paleeyon สวัสดีครับอาจารย์ คำฉันท์ต้องลองอ่านออกเสียงแล้วเงี่ยหู ฟัง ว่ามันเพราะยังงัย สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ แปลว่า ฉันท์เสือผยอง แต่ที่นายผีใช้ ฟังแล้วเหมือนเสือร้องไห้.เสียงเหมือนคนสะอึกสะอื้น..เสียงรัวๆ เร็วๆ
  • ครูมิม ...   ซู่ๆๆ (ซ่าๆ) เอ้ย สู้ๆ ครับ..ฮา..
  • คนไม่มีราก ที่ถามว่า ข้อมูลของ อ.ฌาณเดช เกี่ยวกับวงจรของพลังในร่างกาย...ไม่ทราบคุณกวินถ่ายภาพมาหรือเปล่า...เผอิญคนไม่มีรากลืมถ่ายภาพนั้นมา แล้วก็ไม่ได้จดด้วย...เสียดายข้อมุ
  • ผมว่าผมถ่ายนะครับรูปที่ว่า แต่มือสั่นภาพเลย ไหว  เพราะใจสั่นหวิวๆ หิวข้าว   พอดูในคอม ภาพไหว นี่เหว่ เลยลบทิ้ง เหลือ แค่สองภาพที่เห็นนี่ล่ะครับ  เสียดาย
  • Dsc00144 
    Dsc00145 
  • แค่คุณตระหนักรู้ว่า..ยังมีคนที่ลำบากและทุกข์ยากในสังคม อีกมาก ..ก็ถือว่า ดีแล้ว : )  นี่ก็ถือว่าเป็นความงดงามอย่างหนึ่ง ของคนไม่มีรากนะเนี่ย...ชม บ่อยๆ อย่าเขิน ...จนไม่กล้าเข้ามาอ่านนะครับ..ฮา...
  • คุณหมอ อ๋อทิงนองนอย ขอบคุณครับที่แวะเข้ามาเยี่ยม..มาพร้อมภาพ ขนม ถ้าเปลี่ยนจากภาพเป็นของจริง ก็จะดีมากๆ ฮา..หิว..จนจะแทะหน้าจออยู่แล้ว..
  • ถ้าแวะมาแล้วไม่เจอผม คุยกะครูมิม ครูปู คนไม่มีราก ใบไม้ย้อนแสง คุณสุทธิรักษ์ คุณแจ๋ว ไปก่อนนะครับ น้าน..มีอย่างงี้ด้วย 555

คุณกวินคะ

  • ขอบคุณค่ะที่ช่วยหามาให้ภาพบนนั้นน่าสนใจเพราะไม่พบในที่อบรมค่ะ ส่วนภาพล่างนั้นมีแล้ว
  • ถึงคุณกวินชมก็ไม่ว่าค่ะ..ชอบ..แม้จะไม่ค่อยจริงใจเท่าไร...ฮา..ความจริงเหมือนคุณกวินกำลังเตือนคนไม่มีรากนั่นแหละ...ว่าควรจะตระหนักรู้บ้าง..นะจ้ะเธอ...คนลำบากในสังคมมีอีกมาก...แต่ใช้วิธีชม..แทน...ไม่ว่ากันค่ะ
  • ถ้าไม่เข้ามาเยี่ยมบันทึกคุรกวิน..ก็แปลว่าเขิน..ไม่แน่ใจว่าถูกชมหรือถูกว่า...แหะ แหะ...แต่ก็มิได้นำพา...^_^
เขียนเมื่อ 
  •  คนไม่มีราก  "แต่ก็มิได้นำพา"
  •  ชอบดูละคร นางทาส เหรอ เขาเลิกทาสกันไปตั้งนานแล้ว อย่าเลียนแบบ ข้าพเจ้าสิ
  • อันข้าพเจ้านี้ยังตกเป็นทาส ยังตกเป็นจำเลย(รัก)
  • เมื่อไรจะประกาศอิสรภาพได้หนอ เห้อ...
  • แต่เรื่องชมน่ะ ชมด้วยความจริงใจนะ  อย่าคิดมากสิ...
  • สวัสดีครับ
เขียนเมื่อ 

ลึกล้ำๆๆ ตามเคย คุณ กวินทร์

เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณครับ คนโรงงาน
  • ต่างประเทศเขาเรียน มากซ์ เพื่อแก้มากซ์
  • โดยที่กรรมกร ในประเทศที่เจริญแล้วจะได้รับสวัสดิการต่างๆ มีการตั้งเป็นสหภาพที่เข้มแข็ง มีพรรคกรรมกร (เช่นในประเทศอังกฤษ)
  • ประเทศไทยคงจะต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป
  • คุณกวินคะ
  • คนไม่มีรากไปชอบดูค่ะ แต่ประโยคนี้น่ะดังไปทั่วประเทศนะคะ คลาสสิกและให้แง่คิดที่ดีจะตายไป...ต้องรู้เรื่องละครบ้างค่ะ ไม่งั้นคุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง..ตกยุค..ต่างหาก ^_^

 

เขียนเมื่อ 
  • คนไม่มีราก ประโยคนี้น่ะดังไปทั่วประเทศ "แต่ก็มิได้นำพา" ครับ
  • ตกยุคจริงๆเลย นะนายกวิน
เขียนเมื่อ 

ท่าน กวิน

  • แวะมาทักทายครับ
  • ไม่มีอะไร
  • คิดถึง
เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับครูโย่งช่วงนี้ผมไม่สบายเลยไม่ได้เดินสายไปเยี่ยมนะครับท่าน คิดถึงครูโย่งนะครับ
  •  555