วันนี้ "โต๊ะส้มตำ" มีข้อความจาก Forwerd Mail มาให้ทุกท่านได้อ่านกันค่ะ
เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ไปเดินที่จตุจักรเพื่อจะดูปลา
ซึ่งปกติก็จะไปเกือบทุกสัปดาห์
และแล้วผมก็ตรงเข้าไปในร้านขายปลาทะเลเจ้าเก่า
เพราะสั่งซื้อปลาหมึกไว้ ซึ่งเป็นปลาหมึกสายธรรมดา
แต่ทางร้านก็มีปลาหมึกมาให้เลือกอีกชนิดก็คือเจ้าตัวที่คุณเห็นอยู่นี้ไงครับมันชื่อว่า
ปลาหมึกบลูริง (ตัวละ 800
บาท เด็กหรือผู้ใหญ่ คนรู้หรือไม่รู้ก็ขายให้หมดครับถ้ามีเงิน)
…
ขอเตือนเพื่อนๆที่เลี้ยงอยู่หรือคิดที่ จะเลี้ยงนะครับว่า
มันเป็นปลาหมึกอันตราย (ผมคิดว่าที่ร้านเค้าคงไม่บอกคุณแน่)
อย่าให้อาหารมันกับมือเด็ดขาด เพราะถ้าถูกมันกัดละก็ตายลูกเดียวครับ
พิษของมันร้ายแรงกว่างูเห่า 20
เท่า และติด top
10
ของสัตว์ทะเลที่มีพิษร้ายแรงที่สุดด้วยนะในออสเตรเลียและอีกหลายประเทศ
มีคนตายเพราะมันมาแล้วตอนนี้ยังไม่มียาที่รักษาพิษของมันได้เลยครับ
…
ได้อ่าน Forwerd Mail กันแล้วเป็นไงกันมั๊งค่ะน่ากลัวมั๊ย อันนี้เราก็ฟังความข้างเดียวไม่ได้ ก็เลยเอาประวัติของปลาหมึกพันธุ์นี้มาให้อ่านกันด้วย เดี๋ยวจะหาว่าเราใส่ความ 555 (เราไม่ชอบใส่ความใคร เพราะเราใส่ไฟได้อย่างเดียว!)
บลูริงค์ หมึกเพชรฆาต
เมื่อเร็ว
ๆ
นี้เราคงจะทราบข่าวมีผู้ลักลอบนำหมึกบลูริงค์เข้ามาเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม
โดยได้รับความนิยมมาก
โดยไม่ทราบถึงภัยอันตรายที่แฝงอยู่ในหมึกมหาภัยตัวนี้
การนำเข้าหมึกบลูริงค์นั้นต้องขออนุญาตต่อกรมประมงก่อน
ซึ่งที่ผ่านมากรมประมงไม่เคยอนุญาตให้นำเข้าหมึกชนิดนี้เลย
หลังจากเดลินิวส์ได้เผยแพร่อันตรายถึงปลาหมึกสายพันธุ์เพชรฆาตนี้ว่าทำให้คนที่ถูกกัดเสียชีวิตภายใน
2-3 นาที เนื่องจากพิษของมันร้ายแรงกว่างูเห่าถึง 20
เท่า และพิษของหมึกบลูริงค์นี้ สามารถฆ่าคนได้ 26
คนในคราวเดียวกัน
ลักษณะที่สวยงามโดยมีวงแหวนสีน้ำเงินกระจายอยู่ตามลำตัวและหนวด
ทำให้ดูสวยงามพ่อค้าผู้นำเข้านำมาขายตัวละ 800-1,500 บาท
เราจึงขอนำรายละเอียดของหมึกเพชรฆาตตัวนี้มาเล่าสู่กันฟัง
ลักษณะทั่วไป
ปลาหมึกบลูริงค์ มี 2 species คือ
Hapalochlaena
lunulata ซึ่งชนิดนี้จะยาวกว่าอีกชนิดหนึ่ง
คือยาวประมาณ 20 cm และมีการเจริญเติบโตที่เร็วกว่า
ส่วนอีก species หนึ่งคือ Hapalochlaena
maculosa ซึ่งจะมีขนาดเล็ก
น้ำหนักโดยเฉลี่ยประมาณ 28 กรัม
ปลาหมึกบลูริงค์ จะอาศัยอยู่ในเขตน้ำอุ่น
บริเวณน้ำตื้นที่มีโขดหิน แถวชายฝั่งทะเล ออสเตรเลีย,
อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ปลาหมึกบลูริงค์
จะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ1 ปี
ครึ่งชีวิตเริ่มต้นของปลาหมึกบลูริงค์ จะมีขนาดเล็กเท่าเมล็ดถั่ว
เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดเท่าลูกกอล์ฟ เป็นสัตว์ที่มีลำตัวนิ่ม
มีแขน 8 แขน รอบ ๆ
แขนแต่ละแขนจะมีรูที่ใช้สำหรับดูดน้ำหรืออากาศตลอดความยาวแขน
โดยแขนจะแผ่กระจายเป็นวงกว้าง เหมือนกับปลาหมึกทั่ว ๆ ไป
ถ้าแขนเกิดขาดหรือหายไป
มันก็สามารถงอกใหม่ได้เมื่อถูกปลาหมึกกัดอาจจะไม่ทำให้เจ็บปวดมาก
แต่มันจะฉีดพ่นพิษเข้าสู่กล้ามเนื้อทำให้เป็นอัมพาต
ในพิษของมันจะมีสารชื่อ maculotoxin
ซึ่งพิษนี้จะรุนแรงกว่าสัตว์ชนิดอื่น
โดยมีผลต่อเส้นประสาททำให้เกิดอัมพาตและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
เหยื่อที่ถูกกัดจะปลอดภัยถ้าทำการช่วยหายใจก่อนที่จะเกิดภาวะการขาดออกซิเจน
โดยดูจากผิวหนังจะเป็นสีเขียวและความดันโลหิตจะต่ำกว่าปกติ
ปลาหมึกบลูริงค์ จะมีจงอยที่สามารถทิ่มทะลุโดยมีลักษณะเป็นหลอดเล็ก ๆ
สามารถมองเห็นได้ชัดเจนแต่ห้ามไปจับ
อาการที่เกิดขึ้น เมื่อถูกปลาหมึกบลูริงค์ กัด ขั้นแรก
จะมีอาการคลื่นไส้ ตาพร่าเลือน
ขั้นต่อมาจะทำให้มองไม่เห็นและประสาทสัมผัสก็จะไม่ทำงาน
ไม่สามารถจะพูดหรือกลืนน้ำลายได้ และขั้นสุดท้ายประมาณ 10
นาทีต่อมา
ก็จะเป็นอัมพาตและหยุดหายใจ
การเจริญพันธุ์
ปลาหมึกบลูริงค์ เพศเมียจะออกไข่ประมาณ 50 ใบ
ในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง ในการฟักไข่แต่ละครั้งจะใช้ระยะเวลา
3-6 เดือน หลังจากนั้นแม่ปลาหมึกก็จะตาย
ลูกปลาหมึกก็จะเจริญเติบโตต่อไปจนเข้าวัยผสมพันธุ์
หลังจากผสมพันธุ์แล้วปลาหมึกเพศผู้ก็จะตาย
ปลาหมึกเพศเมียก็จะเลี้ยงดูไข่ต่อไป
อาหาร
ปลาหมึกบลูริงค์ จะทำการล่าเหยื่อในตอนกลางวัน
อาหารของมันจะเป็นพวกสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังและปลา
ในการล่าเหยื่อจะอาศัยวิธีการพรางตัวให้เข้ากับโขดหินที่มันอาศัยอยู่
เมื่อเหยื่อผ่านมาก็จะใช้แขนจับและใช้จงอยกัดและปล่อยสารพิษที่อยู่ในน้ำลายออกมาเพื่อทำให้เหยื่อนั้นตายในที่สุด
การพรางตัว
ปลาหมึกบลูริงค์ ไม่ใช่สัตว์ที่ดุร้าย
และเมื่อมันโดนกระทบกระทั่ง
มันก็จะพรางตัวโดยการทำตัวให้แบนและเปลี่ยนสีให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม
สัญญานเตือนภัย
ขณะที่ปลาหมึกนอนหลับตัวของปลาหมึกจะมีสีอ่อน
เมื่อมันรู้สึกว่าถูกคุกคามก็จะเปล่งแสงสีฟ้าเรื่อ ๆ ออกมาตามลำตัว
จากนั้นก็จะเข้ากัดผู้คุกคาม
การปฐมพยาบาล
พิษของหมึกบลูริงค์ ทำให้ระบบกล้ามเนื้อเป็นอัมพาต
การหายใจล้มเหลวจึงไม่แนะนำให้เปลี่ยนแปลงความดันของโลหิต
ให้ใช้เครื่องช่วยหายใจตามความจำเป็น
รวมทั้งช่วยผายปอดจนกระทั่งพิษค่อย ๆ หายไปในประเทศออสเตเลีย
ยังไม่มียาต้านพิษชนิดนี้
หน้าตามันเป็นแบบนี้แหละค่ะ
รู้ว่าอันตรายอย่างนี้ก็อย่าซื้อมาเลี้ยงเลยนะค่ะ เอาตังค์ไว้ซื้อข้าวกินดีกว่า อิอิ ช่วงนี้ข้าวแพง และก็ดีใจกะชาวนาที่ปลดหนี้ได้ซะที ไชโย ชาวนาไทยจงเจริญ....
ขอขอบคุณ นักการเมี่ยง ก๊วนคุณสะอาดสองแคว ที่ส่ง mail มาให้อ่าน และได้เผยแพร่ให้ทราบโดยทั่วกันนะเจ้าค่ะ



น่ากลัวจริง ๆ ครับ สวยสยอง
ค่ะสวยสยองจริงๆ