การนิเทศงานที่ดีที่สุด คือ การทำตนเป็นแบบอย่าง หรือทำงานในส่วนที่ตนรับผิดชอบให้ดีที่สุด จนผู้อื่นสามารถเลียนแบบได้

บ่อยครั้งมากที่ผมได้รับเสียงสะท้อนจากบุคลากรแกนนำใน

องค์กรต่าง ๆ เช่น  ผู้บริหารโรงเรียน   ผู้ช่วยผู้บริหาร   หรือ หัวหน้าภาควิชา/หัวหน้ากลุ่มสาระ มีการกล่าวหาว่า ผู้บริหารระดับสูงขาดวิสัยทัศน์หรือแนวคิดในการพัฒนางาน   ถ้าเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนก็จะกล่าวหาผู้อำนวยการเขตพื้นที่ หรือ นายกเทศมนตรี(กรณีเป็นโรงเรียนสังกัดเทศบาล)  ทุกคนเล็งเป้าไปที่ผู้บริหารระดับที่สูงกว่า และกล่าวหาว่าขาดวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนางาน

ในความคิดของผม ผมมองปัญหาเรื่องนี้เป็น  2 แง่มุม  มุมหนึ่ง

คือ เรายังขาดเทคนิคการ Lobby หรือดึงให้ผู้บริหารระดับสูงหันมาสนใจงาน หรือสนใจเรา(เช่น การเชิญเป็นที่ปรึกษา  การเชิญวิพากษ์งานในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ การนำบทเรียนดี ๆ จากที่อื่นมาเสนอไว้ในฐานข้อมูล  ฯลฯ) อีกมุมหนึ่ง คือ เรายังขาดการวิเคราะห์ขอบข่ายงานของเราให้ชัดเจน ซึ่งในประเด็นที่ 2 นี้ หากเราวิเคราะห์งาน หรือบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน แล้ว จะพบว่า งานจำนวนมาก ภายใต้หน้าที่เรา เราสามารถทำหรือพัฒนาได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องอาศัยปัจจัยเอื้อในเชิงสิ่งแวดล้อม  เช่น แม้ผู้บริหารท้องถิ่น ไม่สนใจงานด้านการศึกษาเท่าที่ควร แต่ในเรื่องการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนแล้ว ผู้บริหารโรงเรียนทุกคนสามารถพัฒนาหรือดำเนินการได้อยู่แล้ว  (แน่นอน ถ้าผู้บริหารท้องถิ่น สนใจเรื่องการศึกษาด้วย เราก็จะทำงานหรือพัฒนางานได้ง่ายขึ้น)

ผมขอยกตัวอย่าง เช่น  ถ้าเราจะพัฒนางานประกันคุณภาพ

ภายในสถานศึกษา หรือปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน โดยเฉพาะด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กิจกรรมส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นกิจกรรมที่โรงเรียนทำได้ด้วยตนเอง หรือจะพัฒนาด้านคุณภาพผู้เรียน   ผมคิดว่าทุกโรงเรียนสามารถดำเนินการภายในได้เลย  แม้ผู้บริหารท้องถิ่นจะขาดวิสัยทัศน์(แต่เรา-ผู้บริหารโรงเรียน มีวิสัยทัศน์)  

     การพัฒนางานที่ดีที่สุด คือ พัฒนาในส่วนที่เรารับผิดชอบ ผมเคยเริ่มต้นชีวิตการเป็นครูประจำชั้น  การเอาใจใส่ชั้นเรียนอย่างจริงจังและเป็นระบบ ช่วยให้คนอื่นหันมาทำตามเอง โดยมีความเชื่อว่า การนิเทศที่ดีที่สุด คือ "การทำตนเป็นแบบอย่าง(Modeling)”  หรือ ทำงานในหน้าที่เราให้ดีที่สุด