นี่คืออาการโรค หรือมารผจญ ที่ทำให้ชีวิตของเราไม่ได้ชื่นชมความงามของสรรพสิ่งเท่าที่ควรจะเป็น
ผมจึงเฝ้าฝึกสอน ฝึกฝนตนเอง ให้เอาชนะมารตัวนี้ ซึ่งก็ชนะบ้าง แพ้บ้าง เรื่อยมาจนปัจจุบัน
ก่อนจะมาฝึก KM, Dialogue, Deep Listening, Aprreciative Inquiry ผมไม่เข้าใจเรื่องนี้ แม้จะท่อง ทุขขัง อนิจจัง อนัตตา ตัวกูของกู ได้คล่อง แต่ไม่เข้าใจภาคปฏิบัติ
เคยคิดว่าการจะลดละตัวกูของกูก็ต้องไปฝึกปฏิบัติธรรม ซึ่งผมก็ไม่ค่อยชอบเสียอีก ผมจึงตราตัวเองว่าเป็นพวกกิเลสหนา ลอกยาก ขัดยาก
พอมาฝึกเครื่องมือ KM โดยเฉพาะ AAR ที่ต้องใช้ Dialogue, Deep Listening, Aprreciative Inquiry และเครื่องมือตัวอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน จึงค่อยๆ เข้าใจสภาพของการฟังแต่ไม่ได้ยิน และมองแต่ไม่เห็น และพอจะรู้ว่าเราจะขยับอัตตาไห้มันเลื่อนไปอยู่ข้างๆ ก่อน อย่ามาบังใจของเรา เป็นการหัดรับรู้ตามผัสสะที่จริงแท้ ไม่ใช่ที่ปรุงแต่งโดยตัวกูของกูแล้ว
การฝึกหัดตามธรรมชาติ ในชีวิตประจำวันนี่แหละที่ผมได้เรียนรู้และทำความเข้าใจปรากฏการณ์ “ฟังแต่ไม่ได้ยิน มองแต่ไม่เห็น” และรู้ว่าการมีสติอยู่กับปัจจุบันขณะ เพื่อรับผัสสะที่ละเอียดอ่อน จะช่วยให้ฟังได้ยินสิ่งที่หูรับไม่ได้ และมองเห็นสิ่งที่ตารับไม่ได้ แต่จิตที่เป็นกลางและเปิดรับ สามารถรับผัสสะนั้นได้
การฝึกฝนแบบฝึกหัดนี้ ให้ความสนุกสนานเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ชีวิตไม่เหงา มีแต่ความท้าทาย ท้าทายให้หัดเอาชนะอัตตา
วิจารณ์ พานิช
๒๐ เม.ย. ๕๑
เพียงแค่เราเช็ดฝุ่นที่แว่นของเราก็ทำให้เราเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าตามที่เขาเป็น ตรงที่เขาอยู่ได้ชัดเจนขึ้นจริงๆด้วยครับอาจารย์
โลกกับธรรม...ไม่ใช่การแยกส่วน..
หากแต่อยู่ในโลก...ด้วย "ธรรม"...
เรามักเข้าใจว่า...ไม่มีเวลาไปปฏิบัติธรรมเพราะมัวยุ่งเรื่องโลกๆ..ซึ่งเรื่องยุ่งๆ ในโลกนี่แหละ คือ บทเรียนรู้แห่งการปฏิบัติธรรม
Being Awake...
(^____^)
ขอบพระคุณค่ะ...
กะปุ๋ม
กำลังหัดดูจิตดูกายทำให้อาการฟังแต่ไม่ได้ยินมองแต่ไม่เห็น น้อยลงและมีสติมากขึ้นค่ะ
มารที่ทำให้มองไม่เห็นความรู้จริง(Knowledge)ที่เลวร้ายกว่าอัตตาคือการขาด"ระบบ"(Know-how)
สภามหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยทุกแห่งวันนี้มีปัญหาความรู้เรื่อง"ระบบ Know-how"
เป็นเหตุทำให้บรรดาอาจารย์ป้อนยาพิษให้นิสิตนักศึกษาโดยเข้าใจว่า"ป้อนความรู้"
เพราะมหาวิทยาลัยขาด"ระบบ"(Quality system)เป็นเครื่อง ชี้วัด(Measures)ว่าอะไรคือความรู้?..อะไรคือยาพิษ?
Organization without knowledge leads to mindless bureaucracy,and nothing gets done; knowledge without organization leads to anarchy,and nothing gets done.(Peter Drucker) องค์กรน่าจะหมายถึง Flat Organization.
ปราชญ์นักการศึกษาที่ทันสมัยของโลกวันนี้ชื่อ Dr.Myron Tribus กล่าวเตือนว่า
"Knowledge without know-how is sterile." Know-how(system)is the skill required to put knowledge to work.
ข้อความอังกฤษข้างต้นข้าพเจ้ามิได้เขียนเอง..แต่นำมาจากหนังสือ"Thinking About Quality"(1994).
น่าจะถึงเวลาแล้วที่สภามหาวิทยาลัยของไทยต้องตื่นตัวเรื่องคุณภาพการศึกษาหรือ Quality Management. หากไม่เป็นเช่นนั้นประเทศไทยยุคนี้ย่อมมีสภาพ"นักปราชญ์ต่ำต้อย"เช่นเพลงยาวอยุทธยา
เพราะ Knowledge นั้นมันไร้ค่าจริงๆ หากไม่มี Know-how