ธรรมะเป็นสภาวะธรรมชาติที่เกิดขึ้น เปลี่ยนแปลงและดับสูญ
ธรรมะเป็นสภาวะธรรมชาติที่เกิดขึ้น เปลี่ยนแปลงและดับสูญหากเราเข้าใจสภาวะเหล่านี้ได้ถ่องแท้ เราจะกำกับสติของเราได้ฉับไวทันรับกับสถานการณ์ทางด้านอารมณ์ได้ดีขึ้น เมื่อได้รับสัมผัสกับสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน
ธรรมะช่วยให้เราสามารถพิจารณานำปัญญามาใช้ได้เร็ว ถูกต้องเหมาะสม และเข้าใจผลที่เกิดขึ้นหากไม่เป็นไปดังคาดหวังก็ไม่ผิดหวังมากมาย คือสามารถทำใจได้ในระดับหนึ่ง เหมือนมีเกราะป้องกัน เกราะนี้ต้องสร้างด้วยการฝึกฝนตนเอง ทั้งทางกาย อารมณ์ สังคม คือขณะที่เราดำเนินชีวิตไปตามปกติธรรมดา เราก็พยายามฝึกไปด้วย แบบฝึกหัดของเราคือปัญหาหรือทุกข์ หากเราผ่านพ้นทุกข์ได้
ในแต่ละครั้งก็คือการผ่านโจทย์นั้นไปแล้วก็จะมีโจทย์ใหม่มาให้เราฝึกเรื่อยๆ ไป ซึ่งบางครั้งบางหนจิตเราก็เพลิดไปบ้าง เห็นผิดเป็นชอบบ้าง บางทีก็เห็นชอบทั้งๆ ที่รู้ว่าผิด ทำให้ทุกข์ซ้ำซ้อนหรือปัญหาเพิ่มมากทับถมเข้าไปอีก
นั่นคือโจทย์ใหม่ที่เราต้องวิเคราะห์แยกแยะและแก้ไขให้ผ่านพ้นอีกครั้งหนีง
พระพุทธองค์ท่านทรงสั่งสอนเหล่าเวไนยสัตว์ว่า "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" ธรรมะเป็นเรื่องเฉพาะตัวสอนบอกกันได้หากมีจิตใจปรารถนาดีต่อกัน แต่สุดท้ายเข้าต้องแก้โจทย์ชีวิตของเขาเองถึงจะหลุดเพราะการปฏิบัติธรรมะทำแทนกันไม่ได้
ไม่ว่ากรณีใดใดก็ตามเขาต้องทำด้วยตนเอง เหมือนการทานข้าวใครทานใครอิ่ม
ดังนั้นแม้พระพุทธองค์จะมีน้ำพระทัยทรงโปรดเมตตากรุณาปวงสัตว์โลกเพียงใด ก็คงได้แต่เพียงทรงเทศนาสั่งสอน ด้วยวิธีการต่างๆ มากมายหลากหลายวิธี ตามหลักฐานในพระไตรปิฎก ทรงอุทิศชีวิตตลอดพระชนม์ชีพเพื่อสั่งสอนชาวโลก
ให้รู้แจ้งเห็นจริงในหลักธรรม ซึ่งก็มีบุคคลมากมายที่ดวงตาเห็นธรรมและตรัสรู้ตาม
ด้วยน้ำพระทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ พระปัญญาธิคุณ พระองค์ท่านทรงชี้แจงแก่บรรดาศิษย์ว่า การเข้าถึงพระสัทธรรมนั้นจะต้องศึกษาธรรมเข้าใจ
และปฏิบัติธรรมเท่านั้น ส่วนคนที่ไม่ศึกษาและปฏิบัติแม้จะยึดเกาะชายผ้าเหลืองของท่านไว
้ตลอดเวลาก็ไม่อาจรู้แจ้งธรรมะได้