ผมทบทวนงานวิจัยในหัวข้อ "พฤติกรรมสู่ทักษะ" และขอสรุปประเด็นที่น่าสนใจในบันทึกนี้ครับ
ผู้ปกครองและครูลองมองพฤติกรรมต่างๆ ให้เป็นเรื่องของพรสวรรค์ของเด็กออทิสติก อย่าคิดว่าเป็นปัญหามากจนเกินไป หลายครั้งที่เรามุ่งแก้ปัญหามากจนมองข้ามการฝึกฝนทักษะต่างๆ เพื่อการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต ลองมาศึกษาทักษะต่างๆ ที่จำเป็นต้องฝึกฝนเพื่อการดำรงชีวิตของเด็กกลุ่มนี้เมื่อเติบโตเป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่ ตัวอย่างเช่น การจำลองสถานการณ์เพื่อป้องกันตนเองหรือรู้จักทำให้ตนเองปลอดภัยหากมีเหตุการณ์ไฟไหม้หรือพายุรุนแรงในโรงเรียน การสอนรูปแบบต่างๆ ของอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงของระบบประสาทการรับความรู้สึกทางสรีรวิทยา โดยเน้นการเรียนรู้ทันทีว่าความตั้งใจให้แก่ผู้อื่น การแสดงออกทางอารมณ์ในระดับต่างๆ ทางสังคม และการสื่อสารทางสังคมพร้อมๆกับการควบคุมอารมณ์ของตนเอง
หลายครั้งที่เรากำหนดพฤติกรรมที่เหมาะสมเพื่อฝึกฝนเด็กออทิสติก แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมในระยะเวลาหนึ่งต้องมีลำดับขั้นตอนที่แน่นอนและปรับเปลี่ยนเพิ่มเวลาของการตั้งเงื่อนไข เช่น การฝึกความสนใจฟังคำสั่งเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม (ซึ่งในทางกิจกรรมบำบัด เราจะเน้นพฤติกรรมที่เรียนรู้สู่การพัฒนาทักษะในกิจกรรมต่างๆ) สลับกันการเล่นอย่างอิสระ มีการกำหนดเวลาและบันทึกการปรับเปลี่ยนด้วยความสนใจและรับรู้คำสั่งด้วยตนเอง (ไม่บังคับ)
ที่สำคัญเราต้องเข้าใจและค้นหาว่าเด็กออทิสติกปรารถนา จะใช้ชีวิตอย่างไรและมีความพอใจในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเขาอย่างไร เมื่อนักกิจกรรมบำบัดประเมินปัจจัยเหล่านี้แล้ว การให้ความรู้ ปรับทัศนคติ และการฝึกฝนทักษะในการจัดหากิจกรรมใดๆที่เด็กออทิสติกสามารถรู้สึกพอใจในการมีส่วนร่วมได้แม้ว่าจะต้องมีการใช้เวลาในการให้เด็กออทิสติกปรับตัวมากและน้อยต่างกันไป
ประเด็นสุดท้ายที่น่าสนใจ คือ ผู้ปกครองและครูผู้ดูแลเด็กออทิสติกต้องรู้จักการจัดการตนเองในเรื่อง ลดความเครียดกับปัญหาของเด็กออทิสติก สร้างแรงจูงใจ (คิดบวกและทำอย่างมีความสุข) ในการพัฒนาโปรแกรมการฝึกฝนความสามารถของเด็กออทิสติก สร้างทักษะชีวิตอย่างมีความหวังและความพึงพอใจให้แก่เด็กออทิสติก อย่าให้เด็กรู้สึกว่ามีส่วนร่วมทำกิจกรรมทักษะชีวิตด้วยความยากลำบากหรือถูกสั่งการเข้มงวดจนเกินพอดี เช่น โดนบังคับให้ทำกิจกรรมหนึ่งอย่างมีรูปแบบซ้ำๆ จนเกินไปหรือเกินกว่าที่เด็กต้องนำไปใช้ในชีวิต
อ้างอิงจาก
Dunn, W. (2001). The sensations of everyday life: Empirical, theoretical,
and pragmatic considerations, 2001 Eleanor Clarke Slagle lecture. American Journal of Occupational Therapy, 55, 608–620.
Laurent, A. C., & Rubin, E. (2004). Challenges in Emotional Regulation in Asperger Syndrome and High-Functioning Autism. Topics in Language Disorders, 24(4), 286–297.
Rocha, M.L., Schreibman, L., & Stahmer, A.C. (2007). Effectiveness of Training Parents to Teach Joint Attention in Children with Autism. Journal of Early Intervention, 29,154.
Self, T., Scudder, R. R., Weheba, G., & Crumrine, D. (2007). A Virtual Approach to Teaching Safety Skills to Children with Autism Spectrum Disorder. Topics in Language Disorders, 27(3), 242–253.
Werner DeGrace, B. (2004). The everyday occupation of families with children with autism. American Journal of
Occupational Therapy, 58, 543–550.
ลองสังเกตรูปภาพน่าสนใจข้างล่างครับ
การมุ่งให้ความรู้เพื่อพัฒนาความสามารถของเด็กออทิสติกด้านทักษะชีวิตที่จำเป็น จาก www.psychlife.netlife_skills.html

การสร้างศักยภาพน้อยกว่ามองปัญหาออทิสติกจนทำให้เด็กไม่มีความรู้สึกคิดใหม่ทำใหม่ จาก www.youthinkleft.comnewscat=1993

มาช่วยกันคิดใหม่ทำใหม่อย่างมีคุณค่าเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กออทิสติก รณรงค์สัปดาห์ Autism Awareness Week ด้วยริบบิ้นที่ประกอบด้วยส่วนประกอบที่จำเป็นต่อการพัฒนาทักษะชีวิตของเด็ก เน้นการมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขกับปัญหาออทิสติกครับ
