อิมซังอ๊ก:The Hero(ตอนที่๑)


 

หากใครได้ชมละครเกาหลี เรื่องนี้  “อิมซังอ๊ก ยอดพ่อค้าหัวใจทระนง ที่เพิ่งอวสานไปเร็วๆนี้

ผมยังคิดว่าท่านต้องได้ข้อคิดดีๆอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในกระแสโลกแบบทุนนิยม

ที่เป็นบริโภคนิยมอย่างเต็มพิกัด

ผมจะขอนำบางส่วนบางตอนมานำเสนอ เพื่อเก็บเป็นข้อคิดไว้เป็นเกราะป้องกันชีวิต

ที่ต้องเดินวนเวียนอยู่ในกระแสหลัก แห่งปัจจุบันกาล ครับ

อิมซังอ๊ก ได้รับปฐมบทการเรียนรู้ชีวิต ด้วยคำสอนของไต้ซือ ที่วัดแห่งหนึ่ง หลังจากเมื่อเขาและพ่อของเขา ถูกปาร์กจูมุง พ่อค้าทรงอิทธิพลแห่งกลุ่ม "ซงซาน" หักหลัง ทำให้พ่อของซังอ๊กต้องอาญาประหารชีวิต เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ซังอ๊กสูญเสียทั้งพ่อและความฝันที่จะเป็นล่ามหลวง พร้อมกับความแค้นที่เจ็บลึกต่อนายห้างปาร์กจูมง โดยคำสอนที่ลึกซึ้งของไต้ซือกล่าวไว้ว่า

1จงละทิ้งดาบที่จะใช้ฆ่าคนเล่มหนึ่งนี้ไปเสีย และจงเริ่มใช้ดาบหนึ่งพันเล่มเพื่อช่วยคนเถิด

โดยความเข้าใจแล้ว ไต้ซือหวังไว้ว่าความแค้นที่สุมในอก จะสลายตัวไปได้ จากการแปรเปลี่ยนไปเป็นการช่วยเหลือผู้อื่น

อิมซังอ๊ก ได้รับบทเรียนที่สอง จาก นายห้างฮุงต๊อกจูแห่งกลุ่ม "กังซาน" หลังเริ่มเข้ามาเป็นคนงานในร้านขายเครื่องโลหะ ด้วยคำสอนที่พ่อค้าน้อยคนนักจะยึดถือ ว่า

2 หัวใจของการทำการค้านั้น มีหลักที่สำคัญที่ต้องยึดมั่นเอาไว้คือ กำไรจากการค้า ไม่ใช่เม็ดเงิน

หากคือการได้ครองใจคน

โดยความเข้าใจแล้ว การได้ครองใจคนย่อมหมายถึงการอุทิศชีวิต เพื่ออุดมการณ์ ที่เปี่ยมไปด้วย ความเสียสละต่อผู้อื่น มีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งแม้ไม่ร่ำรวยก็มีความสุข

ตรงกับแนวคิด CSR(Corporate Social Responsibility) แต่ไม่ใช่ CSR แบบทำ แคมเปญเป็นครั้งคราวนะครับ แต่อยู่ในพันธกิจขององค์กร อยู่ในเนื้อในตัวของคนในองค์กรด้วยครับ

อิมซังอ๊ก ได้รับบทเรียนที่สาม จาก นายห้างฮุงต๊อกจูอีกครั้ง คราวนี้หลังจากเริ่มรับตำแหน่งเลขานุการของนายห้าง และอยู่ในช่วงที่ กลุ่มกังซานประสบกับภาวะการขาดสภาพคล่องทางการเงิน อย่างรุนแรง และอยู่ในช่วงที่ มีโอกาสขายผ้าไหมให้กับคนของกรมวัง แต่มีเงื่อนไขแลกเปลี่ยน ว่าต้องติดสินบนให้กับคนของกรมวัง แต่นายห้างฮุงต๊อกจู ประกาศดังลั่น ให้คนของกลุ่มกังซานที่เริ่มเห็นด้วยกับการติดสินบน เพื่อความอยู่รอด ขณะนั้นอิมซังอ๊ก ก็อยู่ด้วยและเริ่มจะคล้อยตาม โดยทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าขอครั้งนี้ครั้งเดียวก็พอเพื่อความอยู่รอดขององค์กร(ห้างกังซาน) การประกาศดังลั่นเป็นคำสอนที่ว่า

3 เมื่อเจอปัญหาทีไร ก็จะละทิ้งอุดมการณ์ แล้วจะเรียกว่าอุดมการณ์ได้อย่างไร? แล้วตะคอกด้วยเสียงอันดังอีกว่า ทำ(ผิด)แม้แต่เพียงครั้งเดียวก็ถือว่าเกินพอแล้ว

อิมซังอ๊ก ได้รับบทเรียนที่สี่จากตนเอง เมื่อครั้งที่เดินทางไปค้าขายพร้อมกับเฒ่าแก่ร้านเครื่องโลหะ(ซามฟู) และถูกเฒ่าแก่ลากเข้าไปเที่ยวในหอนางโลม โดยไปพบกับนางโลมที่ถูกหลอกมาขาย จนต้องนำเงิน ๒๐๐ ตำลึงจีน ไถ่ตัวออกมาและคืนชีวิตอิสระให้กับนาง  เมื่อกลับถึงห้าง จึงถูกสอบสวนการใช้เงินดังกล่าวที่ถึงแม้จะเป็นเงินที่ได้จากความสามารถของตนเอง และได้มาโดยเสน่หา จากพ่อค้าชาวจีนที่ชอบในไหวพริบและความรอบรู้ของ ซังอ๊ก ไม่ใช่การขายของๆห้างแต่อย่างใด แต่เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายในห้าง จึงทำให้ต้องมีการสอบสวน โดยนายห้างฮุงต๊อกจูพยายามจะฟังเหตุผลและข้อแก้ตัวของซังอ๊กแต่ซังอ๊กไม่ปริปากแก้ตัวเลย พร้อมๆกับกล่าวอย่างมั่นใจ แม้อาจมีโทษถึงถูกขับออกจากห้างก็ตาม ว่า

4 สิ่งที่ตนเองได้ทำลงไปนั้น ทำไปด้วยดาบที่ใช้ช่วยคน แม้ต้องเสียเงินเสียทองจำนวนมาก และเสี่ยงต่อการหมดอนาคต จากการถูกขับออกจากห้าง

โดยกล่าวว่า แม้...มีเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นอีก

เขาก็จะทำ(สิ่งที่ดี)เช่นนี้อีกเหมือนเดิม (โดยไม่เกรงกลัวต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตนเองเลย)

สุดท้ายก่อนจบ(ตอนที่๑)(ของผม)นี้ มีเสียงจากแม่ของซังอ๊ก ที่พูดขึ้นหลังจากผ่านชีวิตลำเค็ญมานานและเริ่มลืมตาอ้าปากได้จากกิจการโรงเตี๊ยม ว่า

5 อำนาจของ เงิน(MONEY) ต้องระวังให้ดี เพราะ ทำให้คน(บางคน) หูหนวก ตาบอด และบางครั้งอาจถึงกับ

ทำให้ ใจพิการ ได้เลยทีเดียว

น่าคิดนะครับ!

ขอเพียง 5 ข้อคิดก่อนนะครับ

แต่ยังมีอีกมากมาย แล้วจะได้มาขยายความต่อใน(ตอนที่๒)ครับ

หากท่านได้ดู ก็ขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาด้วยนะครับ

สวัสดีครับ!

Sirikasem Sirilak,MD.

April 24, 2008