วันนี้ผมพาทีมงานที่ มสช/มสส ไปเรียนรู้เรื่อง รพ ตำบล ที่มีอยู่แห่งเดียวในประเทศไทยที่ อำเภอหล่มสัก เพ็ชรบูรณ์ ไปเห็นแล้วก็อดมาเล่าต่อไม่ได้ เพราะคุณหมอ พงศ์พิชญ์ ผู้อำนวยการ รพ หล่มสัก ศิษย์รุ่นแรกของ คณะแพทย์ มอ ที่จบมากว่า 20 ปีแล้ว เธอเล่นมีนวัตกรรมอยู่ตลอดเวลา แม้ทำงาน รพ ชุมชนมากว่า 20 ปีแล้ว
แถมภรรยาคุณหมอเป็นสาธารณสุขอำเภอ ชื่อคุณเกษร ที่หลายคนอาจจะเคยเห็นเธอทางทีวีมาแล้วจากรายการคนค้นค้น ก็เป็นคนที่พลังเหลือหลายทั้งพลังในการคิด และพลังในการทำงาน
ทีมงานที่ รพ เองก็เต็มไปด้วยคนที่รักการเรียนรู้ และพยายามสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ไม่แพ้เจ้านาย
ส่วนทีมที่สถานีอนามัยที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น รพ ตำบลก็ทำงานจริงจัง ทั้งดูคนไข้ในที่ตั้ง และออกไปเยี่ยมเยียนถึงบ้าน ทราบว่าหลังจากทำมาแล้ว 7 ปี ตอนนี้ สถานีอนามัยทั้ง 31 แห่งที่ดูแลประชากรรวมๆกันถึง 1 แสน 6 หมื่นคน ได้แปลงสถาพเป็น รพ ตำบลไปหมดแล้ว เท่าที่ได้ไปดูมา 2 แห่ง ที่น้ำก้อ และ บุ่งคล้า ก็ต้องบอกว่าเป็น รพ ตำบลจริงๆนะ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อเอาเท้ห์ แม้จะเปิดทำการแค่ 5 วันต่อสัปดาห์ แถมปิดทำการหลัง 5 โมงเย็นของทุกวัน แต่ดูจะทำหน้าที่ได้ดี สังเกตจากการคุยกับ กำนัน และนายก อบต บุ่งคล้า และการที่ชาวบ้านยอมลงขันเพิ่มเงิน คนละ 2 บาทต่อเดือน มาดูแล รพ ตำบลมาต่อเนื่องกว่า 7 ปีแล้ว
แถมคนไข้ที่ รพ ตำบลก็เพิ่มขึ้น ในขณะที่ รพ หล่มสักเองก็ลดลงตามที่ตั้งใจไว้ (จากที่เคยสูงถึงวันละ 5-6 ร้อยคน เหลือเพียง 200 คน มีเวลามาดูี่คนไข้ในและคนไข้หนักที่เพิ่มขึ้น)
น่าสนใจใช่ไหมครับ คงต้องมาเล่าต่ออีกหลายตอน
มูลเหตุที่เป็นไปได้ และดีด้วย เพราะ..
- บุคคลากรทางแพทย์มีวินัย
- มีมิติสังคมในหัวใจ
- ไม่จัดฉาก แต่ละคนร่วมใจทำหน้าที่ บทบาท อย่างที่ควรจะเป็น
- คิดและทำ ๆๆๆๆ
- สิ่งที่ออกมาจึงไม่ใช่นิทรรศการ
- แต่เป็นความจริงที่นำไปสู่การไต่ระดับให้ดีขึ้นๆ
- ได้รับคำตอบมากขึ้น
- ได้เพื่อนมากขึ้น
- มีตัวช่วยมากขึ้น
- ได้รับความภูมิใจมากขึ้น
อ่านแล้วรู้สึกดีค่ะที่องค์กรภาครัฐทำงานแบบหุ้นส่วนไม่ใช่ทำงานแบบสงเคราะห์
เพราะเดี๋ยวนี้ชุมขนเขาเก่ง ทั้งเก่งและเข้มแข็ง ข้าราชการยุคนี้หากไม่ปรับวิธีคิด
วิธีทำงานเห็นท่าจะแย่แน่ๆ ยกตัวอย่างเรื่องการดูงาน หน่วยงานราชการไปดูงานตั้งมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่อนิจจากลับมา...ทำไม่ได้ !!!
แต่ชุมชนเขาทำได้ ขยายผลได้ทันที เช่นที่บ่านร่องลอย ดอกคำใต้ จ.พะเยา
กลับจากไปดูงานเกษตรชีวภาพ ก็มาลองทำ เริ่มจากบ้นผู้ใหญ่ บ้านแกนนำและบ้านที่อยากจะทำก่อน ปารกฏว่าป้าปุ๊ซึ่งเคยเป็นโรคผิวหนังปีละ 3-4 เดือนช่วงหน้านา ไปรพ.เป็นการประจำ พอเลิกใช้เคมีโรคผิวหนังก็หาย เดี๋ยวนี้เลิกใช้เคมีหลายครัวเรือน
ผู้ใหญ่จีรศักดิ์บอกว่าตอนนี้กำลังสนุกกับการทำปุ๋ยชีวภาพใช้เอง ใช้ไป ทำไป บางทีก็โทรไปถามผช.สมภาร บ้านดอนหัน ที่เขาไปดูงานกันมา
หลายๆชุมชนกำลังสนุกสนานกับการเรียนรู้ที่ผ่านการลงมือทำ แต่ราชการยังลังเล
ที่จะลงมือทำในงานที่ตนเองควรจะทำ...อายชาวบ้านเน๊าะ