ประสบการณ์ที่เข้ามาอยู่ในกระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพ
ในที่นี้มีเพื่อนใหม่ มีความรัก มีมิตรภาพ
ถามว่ารู้สึกอย่างไร
มันบอกความรู้สึกไม่ถูก..รู้แต่ว่าตัวเองโชคดี
ที่มีโอกาสมากกว่าอีกหลายๆคน ตลอด1ปี ปฏิเสธงานอบรมต่างจังหวัดทุกเรื่อง ..แต่ไม่เคยขาดการอบรมหลักสูตรวิจัยเชิงคุณภาพแม้แต่วันเดียว
อยู่ครบกระบวนการทุกครั้ง และทุกวัน
มันเป็นความรู้สึกที่อยากเรียนรู้ มันเป็นการเปลี่ยนแปลงความคิด
จากที่คิดว่าตัวเองเก่ง..กลายเป็นมีอะไรมากมายเหลือเกินที่เราต้องก้าวออกจากกรอบความคิดเก่าๆ
ที่คิดว่าตนเองเก่งความคิดที่เห็นปัญหาแล้วคิดเอง
อยากแก้ปัญหาเอง โดยไม่สนใจค้นหารากเหง้าของปัญหา
และศึกษาบริบทให้ดีพอ ขอบคุณสำหรับสิ่งดี ๆ
ทีเข้ามาในชีวิต
จินตนา แสงจันทร์
โรงพยาบาลเชียงกลาง จ.น่าน
เกือบ…เสียโอกาส
คุณเพ็ญศรีจากเชียงใหม่โทรมาหาเรา..
บอกว่าพี่ยา (คุณ จรรยาวัฒน์
ทับจันทร์)
ให้มาเลือกชวนคนที่พอมีผลงานเด่นๆให้เห็นไปอบรมงานวิจัย ..โดยจะเลือกคนมาจาก4
ภาคเลย พอได้ยินคำว่าวิจัยรู้สึกไม่ชอบ
เพราะมันน่ากลัวเหลือเกิน จึงปฏิเสธไปว่า..
คงไม่ไหวหรอกงานวิจัยเคยไปอบรมมาแล้วไม่เห็นเอามาทำอะไรได้เลย
คุณเพ็ญศรีพูดต่อว่า “
เค้าเลือกคนนะพี่ไม่ใช่ว่าใครก็ได้ที่จะเข้าอบรม”
หนูเห็นพี่มีผลงานในชุมชนหนูเลยชวน
คำว่า “เค้าเลือกคนนะพี่“ ทำให้ตกปากรับคำ .. นึกในใจว่าลองดูอีกครั้งก็ได้ ไปดูก่อน
ถ้าไม่ชอบจริงๆ ก็ไม่เห็นเป็นไร ไม่เสียอะไร
มีคนออกทุนให้เรียน
วันแรกทีโคราชรีสอร์ท อาจารย์ทวีศักดิ์
บอกความแตกต่างชนิดงานวิจัย
บอกเป้าหมายการอบรมครั้งนี้ว่าเพื่อ “
พัฒนาระบบสุขภาพโดยใช้งานวิจัยเชิงคุณภาพเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างมีประสิทธิภาพในระดับพื้นที่
เริ่มหูผึ่ง…แต่ไม่อยากเชื่องานวิจัยนะหรือ
จะสามารถพัฒนาระบบสุขภาพ หรือ
ทำเพื่อแก้ไขปัญหางานในพื้นที่ที่ทำอยู่ได้ (นึกในใจว่า…ทำได้จริงเหรอ
เห็นคนทำวิจัยเค้าก็ทำแบบสอบถามแจกไป
เสร็จแล้วรวบรวบข้อมูลโดยใช้สถิติทียาก ๆ
แล้วทำปกสวยๆ…เสร็จแล้วก็เอาวางโชว์บนหิ้ง
ไม่เห็นใครทำแล้วเอาแก้ปัญหางานที่ทำอยู่…แอบนึกเถียงในใจว่า..
ไม่น่าเป็นไปได้)
แค่คิดคำว่า “วิจัย” ก็เครียดแล้ว
แต่ชอบวิธีการสอนของอาจารย์ เพราะให้นอนฟังได้ด้วย ชอบมาก ๆ
ตรงที่อาจารย์บอกว่า ท่านใคร่นั่ง
ๆ อยากจะนอนก็นอน อยากพิงฝาก็ได้
เหยียดเท้าก็ตามชอบใจ เทคนิคนี้
ทำให้เราผ่อนคลายนะ..เริ่มรู้สึกดีขึ้น โชคดีที่เราเรียน
เทคนิคการ CSL
มาและได้ทำหน้าที่นี้อยู่บ้าง
จึงไม่ยากในการฝึกฝนกิจกรรมพื้นฐานในการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ
เช่นการสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์เชิงลึก
ฯลฯ และแล้ว 5วันก็ผ่านไปจบขั้นตอนที่1 ความรู้สึกเริ่มเปลี่ยนไปบ้าง
รู้สึกเหมือนว่าเราน่าจะทำได้
ไม่น่าจะยากเท่าไร (ยังไม่ค่อยมั่นใจว่าจะทำได้…แต่ใจนึกอยากทำ)
ตรงนี้ทำให้เรียนรู้ว่า การสื่อสารเรื่องหนักๆ
หากสร้างบรรยากาศให้ดูสบาย ๆ ผ่อนคลาย
มันทำให้เข้าใจง่ายขึ้น มันค่อยๆ ซึมลึก
นักเรียน..ร้อนวิชา
ในช่วงนั้น เป็นช่วงเดียวกับที่ตนเองกำลังคิดจะทำโครงการแก้ปัญหาคนอ้วนพอดี เพราะนั่งดูรายการผู้หญิงๆช่อง3อยู่ วันนั้นเห็นคนอ้วนออกทีวี เล่าให้ฟังถึงความทุกข์ใจของคนอ้วน.. และเล่าประสบการณ์การลดน้ำหนักเค้าสามารถลดน้ำหนัก 36 กิโลกรัม ใน 7 เดือนทำให้เราทึ่งมาก จากนั้นเราก็บ้าซื้อหนังสือ จะซื้อหนังสือเกี่ยวกับเรื่องอ้วน5-6เล่มมานั่งอ่าน นอนอ่าน คิดอยากแก้ปัญหาโรคที่เป็นปัญหาสุขภาพ 10 อันดับของเชียงกลาง พอดีมีข้อมูลคนอ้วนเขตรับผิดชอบอยู่15% อ่านหนังสือ/เอกสารวิชาการทุกเล่มบอกว่าอ้วนทำให้เกิด HT , DM ได้ง่าย ก็เริ่มแก้ตรงโรคอ้วนนี่แหละเพราะอยากทำมันมันน่าจะสนุกดี หลังอบรมกลับมารีบสรุปเทคนิคการสนทนากลุ่ม ( Focus group discussion ) ทันที เรียกน้องในฝ่ายมาสอน รอครบทุกคนก็ไม่พร้อมกันซักที ว่างอยู่4คน…..สอน4คนนี่แหล่ะ ไปอบรมช่วงสิงหาคม 2546 พอเดือนกันยายน 2546 เราเริ่มโครงการเลย หลังจากเปิดรับสมัครคนอ้วนเข้าโครงการแล้วก็ลุยเลย สาธิตการทำสนทนากลุ่มครั้งแรกเราสาธิตให้น้องดูก่อน ให้น้องฝึกเป็นผู้จดบันทึก ต่อมาก็สลับกับ เออ…สนุกดีเหมือนกัน เราก็สอนน้องเหมือนอาจารย์ ที่เน้นว่า ผู้บันทึก สำคัญมากหากจดไม่ดี ข้อมูลจะกลายเป็นขยะมากมายเก็บอะไรไม่ได้ “ต้องพยายามเก็บสาระ เก็บคำพูดที่เป็นคำพูดสำคัญออกมาให้ได้ “ ภาษาอังกฤษเรียกว่า (Quotation)หรือพูดย่อๆว่าQuote คำพูด อีกหน้าที่หนึ่งที่สำคัญคือ ผู้อำนวยความสะดวก ต้องดูแลเรื่องจัดสิ่งแวดล้อมให้มีการรบกวน น้อยที่สุด และช่วยแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า ไม่ให้มีใครมาสร้างความรำคาญกับวงสนทนา ในช่วงนั้นก็ทำงานไปก็เขียน Concept paper ส่งเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากชมรมฯ รู้สึกเราจะเป็นศิษย์คนแรกของอาจารย์หรือเปล่านะ..ที่เรียนแล้วร้อนวิชามาก รีบลงมือเลย (แต่ช่วงนี้ยังกลัวๆ กล้าๆอยู่นะ เอ๊ะเราจะทำได้ดีหรือเปล่า) แต่ปลอบใจตัวเองว่า งานของเราชิ้นเล็กๆ คงทำได้น่า
เรียนรู้เป็นขั้น..เป็นตอน
25-29พ.ย. 2546 ก็นำ Concept paper
มาปรับปรุงเป็นโครงร่างงานวิจัย
ทีพัฒนาขึ้น (Proposal Development)
ที่โรงแรมเฟริสท์ ที่กทม. หลังจากนั้น
ทุกคนก็ได้ลงมือปฏิบัติจริง(Field Work) ที่
อ.แก้งสนามนาง จ.โคราช การ
อบรมภาคสนามทำให้เรียนรู้กระบวนการทำงาน ต้องยืดหยุ่นจริงๆ
ต้องแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา
แต่เราก็รู้สึกได้ว่า
ในพื้นที่จริงๆของเราต้องไม่ยากหรอกเพราะเรารู้จักบริบทชุมชนดีกว่า
จากนั้น 29มี.ค. - 2เม.ย.47 ก็มา
อบรม การวิเคราะห์ข้อมูล (Data
analysis)ที่หนองคาย ช่วง17-21 พ.ค.47 มาฝึกการนำเสนอข้อมูล และ(Data
Presentation) และฝึกการทำ แผนเชิง
กลยุทธ เป็นอันจบขบวนการเรียนการสอน
ระหว่างเรียนเราทำงานไปตามปกติ ติดตามกลุ่มอ้วนไปทุกเดือน
ทุกเดือน เก็บข้อมูลไป นำไปเรียนถามอาจารย์เป็นระยะๆ
มันคงเพิ่มความมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ ว่า เราคงทำได้ (แต่ยังไม่เต็ม100อยู่ดี)
คำใหม่สำหรับเรา ..จากวิจัยเชิงคุณภาพ
การแกะรอย (Tracking) การล้วงข้อมูลสำคัญ ความในใจ(Probe) จะได้ใช้มากเพื่อให้ได้ข้อมูลลึกๆ ไม่ใช่เปลือกนอกหรือพูดคุยกันธรรมดา อีกคำคือเทคนิควิเคราะห์แบบสามเส้า (Triangulation) ยกตัวอย่างเช่นเวลาสนทนากลุ่มคนอ้วน
พี่ผายเล่าว่า ” เดี๋ยวนี้พี่ตื่นวิ่งตอนตี4 ทุกวัน” เพื่อนในกลุ่มก็หัวเราะและเสริมว่า “เห็นหมาเห่าและวิ่งตามพี่ผายทุกเช้าเลย” นี่คือการยันข้อมูลนะ(ภาษาวิจัยเรียกว่าสอบทานเพื่อลดความอคติ) คนจดต้องจดละเอียดไม่อย่างนั้นข้อมูลทีจะมาใช้ยันกันจะไม่มี เรื่องนี้สอนเราว่าอย่าเชื่อข้อมูลทันที ที่รู้เพราะหากแค่เพียงมีคนบอกอะไรเรา เราเชื่อเลยทันทีมันอาจไม่จริงก็ได้ …การทำวิจัยสอนให้เราต้องสอบทานก่อน อย่าเชื่อข้อมูล หรือข่าวทันที มันอาจทำให้เราตัดสินใจผิดพลาดได้
ชีวิตสุขสบาย…จนน้ำตาหยด
ในระหว่างกระบวนการเรียนรู้จำไม่ได้ว่ารอบไหนมีเรื่องต้องเสียน้ำตา
ต้อง
ขอย้อนเล่าความเป็นมาของเรื่องราวก่อน ตัวเองเริ่มทำงานปี
ไปอยู่ฝ่ายการพยาบาลขึ้นเวรบ่าย-ดึก ทำงานซ้ำๆ น่าเบื่อ ไม่ชอบไม่มีความสุขกับการทำงาน ครบ1ปีขอย้ายกลับบ้านเกิดคือ อ.เชียงกลาง จ.น่าน มาอยู่ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ รู้เลยว่านี่แหล่ะ ตัวฉัน ใช่เลยต้องงานแบบนี้สนุกและมีความสุขมากกับงาน ตั้งแต่ทำงานส่งเสริมฯ มา17ปี เปลี่ยนผู้อำนวยการโรงพยาบาลไป ประมาณ 4-5 คน ตลอดชีวิตการทำงาน ยังไม่เคยมี ผอ.คนไหน ไม่อนุมัติในทุกๆเรื่องทีเราขออนุมัติ มีแต่สนับสนุนส่งเสริม เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ พวกเราเริ่มรู้จัก และคุ้นเคยคำว่ากระบวนการมีส่วนร่วม , Empowerment , การทำงานเป็นทีม และ พัฒนาศักยภาพ มาตั้งแต่ปี
2541ก็ใช้มันมาตลอดกับระบบการทำงานจนปัจจุบัน เรื่องก็มีอยู่ว่า….วันนั้นพี่อ้อย
(คุณรุจิวรรณ )
พี่สาวที่คนน่ารักมากๆ
บอกให้ไปช่วยเป็นพิธีกรแทนหน่อย ก็ตกลง พี่ขอทั้งที
ก็ทำไปหน้าที่แทนพี่อ้อย..
ในกิจกรรมก็มีการเปิดใจให้เล่าความรู้สึก ความในใจ
สิ่งที่ได้รับจากการเข้ามาร่วมเรียนรู้งานวิจัยเชิงคุณภาพ ของเพื่อนๆ
รุ่น1
จำได้ว่าเพื่อนจาก หนองบัวลำภู
เค้าเล่าถึงความมุ่งมั่นตั้งใจอยากทำงานแก้ปัญหาประชาชน
ทำมาหลายอย่างแต่ไม่สำเร็จ ก็หาหนทางหลายอย่าง “พอมาพบงานวิจัยเชิงคุณภาพแล้ว
รู้ว่ามันเป็นการค้นหารากเง้าของปัญหา”
คิดว่าสามารถแก้ปัญหาในงานได้แน่นอน
คำตอบที่ค้างคาใจว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรสดใสมาทันตา
คงปิ๊งไอเดียกระมัง
แต่……..ฟ้าไม่เปิด
ผู้ใหญ่ไม่ให้ความสำคัญ
ดูเหมือนจะขัดขวางด้วยซ้ำจนบางครั้งเพื่อนต้องใช้วันลาของตนเองลามาพัฒนาศักยภาพ
เพื่อไปแก้ปัญหาอันใหญ่โตของประเทศชาติ ….โอย
ๆ ๆ ฟังแล้วปวดใจ
ผู้ใหญ่วิสัยทัศน์แคบจะมีเหลือขัดขวางความเจริญของชาติมากไหมเนี๊ย..อะไรชีวิตจะรันทดขนาดนั้นฟังไปก็อิน
นั่งฟังไปเราก็กลับมานึกถึงตนเองชีวิตการทำงานของตนเองทำไมสุขสบายจัง..
อยู่ในระบบงานที่ดี มีทีมงานดี ..
ผู้ใหญ่วิสัยทัศน์กว้างไกล
ว่าแล้วน้ำตาก็รินไหล…มันบอกความรู้สึกไม่ถูก
ไม่ได้ร้องไห้นะแต่น้ำตามันไม่หยุดไหลเอง
เราเงียบไปสักครู่พี่อ้อยหันมาเรียก .. จิน ๆ
ดำเนินการต่อซิ …น้ำตาเราก็ไหลไม่หยุด
พูดก็ไม่ออก พี่อ้อยพี่ยาก็มาทำหน้าที่แทน พูดไปพี่ๆ
ก็น้าตาไหลอีก เราก็เข้าใจนะ พี่ยา
กับพี่อ้อย
ต้องทำงานในหน้าที่ในหน่วยงานให้ดีที่สุด
แล้วยังต้องแบกภาระยิ่งใหญ่ระดับชาติ
ให้พยาบาลทั่วประเทศอีก
วันนั้นน้ำตาเลยท่วมห้อง….ประชุม
อยากฝากถึงท่านผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจทั้งหลายด้วยว่า “ ศักยภาพคนมีอยู่เหลือล้น”
มองให้เห็นคุณลองให้โอกาสคนเหล่านั้นซิ….ให้เค้าได้พัฒนาตนเองเถิด
เมื่อคนพัฒนาตนเองแล้วเค้าต้องนำศักยภาพมาพัฒนางานแน่นอน
ฝากตะโกนดังๆถึงท่านผู้ใหญ่ด้วย ..นะคะ
พรสวรรค์..หรือ..พรแสวง
พี่ยาโทรมาว่าจะให้เป็นพิธีกรงานประชุมวิชาการ 8-9พ.ย.47
ทีแอมบาสเดอร์ กทม.
เราก็ถามพี่ยาและอ้อยว่ามั่นใจแล้วหรืองานมันใหญ่นะ (กลัวทำงานเค้าไม่ดี)
เสนอชื่อคนเก่งๆ พี่ยาก็ไม่เอา ได้แต่บอกว่า
จินนะแหล่ะ จินทำได้ เฮ้อ!!
ทำได้แต่กลัวว่าจะไม่ดีนะสิ
ช่วงนั้นงานที่โรงพยาบาลยุ่งมากต้องรีบเคลียตัวเอง
แต่ทีไม่ลืมคือหยิบหนังสือคู่มีการเป็นพิธีกรติดไปด้วย 2 เล่ม ออกเดินทางจาเชียงกลาง
วันที่
พ.ย.47 พอ10โมงวันที่6 พ.ย. ก็เริ่มงานกันเลย เครียดนะเนี้ย .. วิทยากรเปลี่ยน ไปเปลี่ยน มา ประธานก็เปลี่ยนจนวินาทีสุดท้าย เคยแต่ทำหน้าทีพิธีกรรายการแสดงในงานส้มสีทองซุ้มสาธารณสุข กับงานโรงพยาบาลบ้างนิดหน่อย ทำในช่วงที่เด็กใหม่ไม่เกิด พอมีคนทำเป็นเราก็ทิ้งมามาเป็น10ปีแล้ว พี่ๆและน้องๆ ในทีมวิจัยพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จินตนาทำได้ เอ้าได้ก็ได้ ทำสคริบท่องทั้งคืน ท่องซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยเฉพาะคำว่า รัฐประศาสนศาตร์ ต้องวงเล็บเป็นคำอ่าน (รัด-ทะ-ประ-สา-สะ-นะ-สาด) กลัวพูดไม่ได้ (ขำตัวเองเหมือนกัน) โดยเฉพาะแนะนำพันเอก นายแพทย์ ทวีศักดิ์ นพเกษร อาจารย์เราเราต้องท่องสคริบให้เนียน เพื่อทำให้คนได้ทราบประวัติอาจารย์ ที่เราภาคภูมิใจนำเสนอ ซึ่งท่านจบ จากคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ได้รับวุฒิบัตร สาขา โสต นาสิก ลาริงซ์ จบหลักสูตร Inter-nation Epidemiological Intelligent Service Course ประสบการณ์
:การเป็นผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษา
งานระดับโลกคือ
ป้องกันโรคเอดส์ มณฑลยูนนาน
WHO : โครงการให้ความช่วยเหลือการป้องกันโรคเอดส์ กองทัพกัมพูชา
UNDP : ประเมินโครงการ Peer Education ในการควบคุมป้องกันโรค
เอดส์กองทัพกัมพูชา
UN – AIDS : โครงการประเมินความเสี่ยง การแพร่กระจายเชื้อเอดส์ ใน
เจ้าหน้าที่ สหประชาชาติ และกองกำลังรักษาสันติภาพ
ติมอร์ ตะวันออก
เพราะความไม่ค่อยชอบเป็นพิธีกร ยอมรับว่าเครียดกว่าเตรียมนำเสนองานวิจัยตัวเองอีก แต่เมื่อมันเป็นหน้าที่เราบอกตัวเองว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด สิ่งหนึ่งที่อยากบอกคือ ที่ผลงานท่านเห็นรับรองได้ว่าเป็น “พรแสวง” ทุกอย่างคือการที่ต้องท่องสคริบ ท่อง ๆ ๆ หลายรอบมาก ลองประเมินผลจาก พี่ๆ น้องๆ ว่าบทบาทพิธีกรในครั้งนี้เป็นอย่างไรทุกคนบอกว่า “ ก็ดี ทำได้ดีแล้ว ” น่าจะสอบผ่าน หากถามตัวเองก็ยังไม่พอใจมันยังติดๆขัดๆ จากเหตุการณ์ครั้งนี้บอกได้ว่า การทำอะไรก็ตามถึงแม้จะไม่ถนัดหาก ฝึกบ่อยๆ ตั้งใจมากๆ ทุกคนต้องทำได้ (จะดีมาก หรือดีน้อยเท่านั้นเอง) ส่วนเราถ้าจะให้เลือกอยู่เบื้องหลังจะถนัดกว่า ..มีความสุขกว่า
Lunch
Brief
ประสบการณ์การทำงานวิจัยในที่ทำงานจริง
ชีวิตจริงทุกคนก็งานล้นมือ
หาเวทีคุยกันยากมากๆ
เวทีสุดท้ายทีเก็บข้อมูลก็มีการสนทนากลุ่มปิดโครงการ
ให้ทีมเป็นผู้จดบันทึก 3-4คน / ครั้ง มีคนนำสนทนา 1คน ทำกลุ่มอยู่2คืน
ที่นี้ก็แบ่งกันไปเอาข้อมูลที่แต่ละคนได้มอบให้2 คนไปดูแล้ว
เอาข้อมูลของแต่ละคนมาเชื่อมต่อกัน จากนั้นก็ฝึกใส่ Code
ตอนจัดชุดข้อมูลเราทำไม่เป็นต้องอาศัยทีมงานที่เก่ง (หน.ฝ่ายการ) ได้ชุดข้อมูลก็แจกกันไปลองใส่ Code และฝึกตีความกัน
ช่วงนั้นเตรียมรับการเยี่ยมสำรวจจาก พรพ.
งานจะยุ่งกันถ้วนหน้า เราจึงใช้วิธี
นัดเลี้ยงข้าวกลางวันและพูดคุยข้อมูลงานวิจัยช่วงกินข้าวนี่เอง
ยอมรับว่ารับความรู้จากอาจารย์มา ซัก50% เวลานำมาถ่ายทอดคิดดูก็แล้วกัน
จะเหลือกี่%
แต่อย่างน้อยทีม7-8คนก็ได้ร่วมในกระบวนการ
ได้รู้ได้เห็นบ้าง
เข้าใจงานวิจัยขึ้นบ้าง
มีส่วนร่วมมากบ้างน้อยบ้าง
บางคนก็แค่เพียงฟังความก้าวหน้างาน
ลองให้ทุกคนประเมินผลดูก็ดีนะ …..
ทุกคนเห็นดีเห็นงามด้วย (แต่จะเข้าใจมากน้อยไม่รู้เหมือนกันกัน) รู้แต่ว่าทุกคนบอกว่าดี
วันที่8-9 พ.ย
ที่ผ่านมาพาทีมงานที่คัดเลือกแล้วว่าเก็บประเด็นเก่งมาให้ดูบรรยากาศ
พอเสร็จประชุมถามว่ารู้สึกอย่างไร น้อง2
คนบอกว่า ตื่นเต้นมาก ๆ อยากรีบกลับไปทำวิจัย
น้องทีมงานพูดว่า.. “
ฟังมา2วัน
อยากทำวิจัยหลายเรื่อง…
เราต้องทำได้
พี่เรียนอะไรมาหนูอยากอ่านเอามาให้หนูอ่านด้วย” เฮ้อ..มิเสียแรง ความสำเร็จที่ได้
ในตอนนี้คือ มีทีมงาน2คน ตื่นเต้น
ๆ แค่นี้ก็สุขใจมากพอแล้ว พี่ยารอรับ Concept paper จากเชียงกลางอีก 2-3 ชิ้นแน่นอนค่ะ
ความรู้สึก…กับผลงานวิจัยชิ้นแรกในชีวิต
คำชมจากอาจารย์ผู้วิพากษ์ที่เวทีระดับชาติ (แอมบาสเดอร์)
ที่บอกว่า..งานวิจัยเราคือองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน
ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น
ผู้วิพากษ์ฝากให้ถอดบทเรียนให้ละเอียดนะ
จะได้เป็นข้อมูลเพื่อการเรียนรู้แก่ตัวเองและผู้อื่น
เฮ้อดูเหมือนเราจะสอบผ่านนะเนี้ย
แต่เหนือสิ่งอื่นใดความสุขที่อิ่มเอมอยู่ในใจ
ก็คือรอยยิ้มของคนที่เค้าลดความอ้วนได้
เห็นเค้ายิ้มอย่างมีความหวังเราก็สุขใจ
ถามถึงความมั่นใจการทำวิจัยเชิงคุณภาพก็ยังไม่เต็ม100%อยู่ดี
มันต้องมีชิ้นต่อไปเพื่อความมั่นใจยิ่งขึ้น
สิ่งที่เหลือคือ 31 ธ.ค.47
ต้องมีผลงานวิชาการที่เป็นรูปเล่มนำเสนอ บอก
ตัวเองว่าต้องพยายามให้มากขึ้น ๆ
เพื่อจะได้ไม่เสียชื่อลูกศิษย์ อาจารย์
ทวีศักดิ์ นพเกษร อาจารย์พี่เลี้ยง อาจารย์ นิวัต
อุณฑพันธุ์ รศ.สมมาตร
พรมภักดี อาจารย์อดุลย์ ที่ปรึกษาภาคสนาม
และขอบคุณเครือข่ายชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทยผู้ให้โอกาสเรา
ขอบคุณทุกท่านที่ทำให้มิตรภาพอันงดงามระหว่างกระบวนการเรียนรู้ใน1ปีทีผ่านมา
เป็นช่วงเวลา
ที่มีค่ามากมายเหลือเกิน ได้พบคำว่าเพื่อน กับคำว่ามิตรภาพ
และองค์ความรู้ …มันเกินคำบรรยายจริง
ๆคำชมจากอาจารย์ผู้วิพากษ์ที่เวทีระดับชาติ
แอมบาสเดอร์ที่บอกว่างานวิจัยเราคือองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน
ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น
ผู้วิพากษ์ฝากให้ถอดบทเรียนให้ละเอียดนะ
จะได้เป็นข้อมูลเพื่อการเรียนรู้แก่ตัวเองและผู้อื่น
เฮ้อดูเหมือนเราจะสอบผ่านนะเนี้ย
แต่เหนือสิ่งอื่นใดความสุขที่อิ่มเอมอยู่ในใจ
ก็คือรอยยิ้มของคนที่เค้าลดความอ้วนได้
เห็นเค้ายิ้มอย่างมีความหวังเราก็สุขใจ
ถามถึงความมั่นใจการทำวิจัยเชิงคุณภาพก็ยังไม่เต็มอยู่ดี
มันต้องมีชิ้นต่อไปเพื่อความมั่นใจยิ่งขึ้น สิ่งที่เหลือคือ
ธคต้องมีผลงานวิชาการที่เป็นรูปเล่มนำเสนอ
บอกตัวเองว่าต้องพยายามให้มากขึ้น ๆ
เพื่อจะได้ไม่เสียชื่อลูกศิษย์ อาจารย์ ทวีศักดิ์ นพเกษร
อาจารย์พี่เลี้ยง อาจารย์ นิวัต อุณฑพันธุ์
รศสมมาตร พรมภักดี อาจารย์อดุลย์ ที่ปรึกษาภาคสนาม
และขอบคุณเครือข่ายชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทยผู้ให้โอกาสเรา
ขอบคุณทุกท่านที่ทำให้มิตรภาพอันงดงามระหว่างกระบวนการเรียนรู้ในปีทีผ่านมา
เป็นช่วงเวลาที่มีค่ามากมายเหลือเกิน ได้พบคำว่าเพื่อน
กับคำว่ามิตรภาพ และองค์ความรู้ …มันเกินคำบรรยายจริง ๆ
คำชมจากอาจารย์ผู้วิพากษ์ที่เวทีระดับชาติ แอมบาสเดอร์ที่บอกว่างานวิจัยเราคือองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น ผู้วิพากษ์ฝากให้ถอดบทเรียนให้ละเอียดนะ จะได้เป็นข้อมูลเพื่อการเรียนรู้แก่ตัวเองและผู้อื่น เฮ้อดูเหมือนเราจะสอบผ่านนะเนี้ย แต่เหนือสิ่งอื่นใดความสุขที่อิ่มเอมอยู่ในใจ ก็คือรอยยิ้มของคนที่เค้าลดความอ้วนได้ เห็นเค้ายิ้มอย่างมีความหวังเราก็สุขใจ ถามถึงความมั่นใจการทำวิจัยเชิงคุณภาพก็ยังไม่เต็มอยู่ดี มันต้องมีชิ้นต่อไปเพื่อความมั่นใจยิ่งขึ้น สิ่งที่เหลือคือ ธคต้องมีผลงานวิชาการที่เป็นรูปเล่มนำเสนอ บอกตัวเองว่าต้องพยายามให้มากขึ้น ๆ เพื่อจะได้ไม่เสียชื่อลูกศิษย์ อาจารย์ ทวีศักดิ์ นพเกษร อาจารย์พี่เลี้ยง อาจารย์ นิวัต อุณฑพันธุ์ รศสมมาตร พรมภักดี อาจารย์อดุลย์ ที่ปรึกษาภาคสนาม และขอบคุณเครือข่ายชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทยผู้ให้โอกาสเรา ขอบคุณทุกท่านที่ทำให้มิตรภาพอันงดงามระหว่างกระบวนการเรียนรู้ในปีทีผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่มีค่ามากมายเหลือเกิน ได้พบคำว่าเพื่อน กับคำว่ามิตรภาพ และองค์ความรู้ …มันเกินคำบรรยายจริง ๆ
คำชมจากอาจารย์ผู้วิพากษ์ที่เวทีระดับชาติ แอมบาสเดอร์ที่บอกว่างานวิจัยเราคือองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น ผู้วิพากษ์ฝากให้ถอดบทเรียนให้ละเอียดนะ จะได้เป็นข้อมูลเพื่อการเรียนรู้แก่ตัวเองและผู้อื่น เฮ้อดูเหมือนเราจะสอบผ่านนะเนี้ย แต่เหนือสิ่งอื่นใดความสุขที่อิ่มเอมอยู่ในใจ ก็คือรอยยิ้มของคนที่เค้าลดความอ้วนได้ เห็นเค้ายิ้มอย่างมีความหวังเราก็สุขใจ ถามถึงความมั่นใจการทำวิจัยเชิงคุณภาพก็ยังไม่เต็มอยู่ดี มันต้องมีชิ้นต่อไปเพื่อความมั่นใจยิ่งขึ้น สิ่งที่เหลือคือ ธคต้องมีผลงานวิชาการที่เป็นรูปเล่มนำเสนอ บอกตัวเองว่าต้องพยายามให้มากขึ้น ๆ เพื่อจะได้ไม่เสียชื่อลูกศิษย์ อาจารย์ ทวีศักดิ์ นพเกษร อาจารย์พี่เลี้ยง อาจารย์ นิวัต อุณฑพันธุ์ รศสมมาตร พรมภักดี อาจารย์อดุลย์ ที่ปรึกษาภาคสนาม และขอบคุณเครือข่ายชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทยผู้ให้โอกาสเรา ขอบคุณทุกท่านที่ทำให้มิตรภาพอันงดงามระหว่างกระบวนการเรียนรู้ในปีทีผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่มีค่ามากมายเหลือเกิน ได้พบคำว่าเพื่อน กับคำว่ามิตรภาพ และองค์ความรู้ …มันเกินคำบรรยายจริง ๆ
ประสบการณ์การทำงานวิจัยในที่ทำงานจริง ชีวิตจริงทุกคนก็งานล้นมือ หาเวทีคุยกันยากมากๆ เวทีสุดท้ายทีเก็บข้อมูลก็มีการสนทนากลุ่มปิดโครงการ ให้ทีมเป็นผู้จดบันทึก คน ครั้ง มีคนนำสนทนา คน ทำกลุ่มอยู่คืน ที่นี้ก็แบ่งกันไปเอาข้อมูลที่แต่ละคนได้มอบให้คนไปดูแล้ว เอาข้อมูลของแต่ละคนมาเชื่อมต่อกัน จากนั้นก็ฝึกใส่ตอนจัดชุดข้อมูลเราทำไม่เป็นต้องอาศัยทีมงานที่เก่ง หนฝ่ายการได้ชุดข้อมูลก็แจกกันไปลองใส่ และฝึกตีความกัน ช่วงนั้นเตรียมรับการเยี่ยมสำรวจจาก พรพงานจะยุ่งกันถ้วนหน้า เราจึงใช้วิธี นัดเลี้ยงข้าวกลางวันและพูดคุยข้อมูลงานวิจัยช่วงกินข้าวนี่เอง ยอมรับว่ารับความรู้จากอาจารย์มา ซักเวลานำมาถ่ายทอดคิดดูก็แล้วกัน จะเหลือกี่แต่อย่างน้อยทีมคนก็ได้ร่วมในกระบวนการ ได้รู้ได้เห็นบ้าง เข้าใจงานวิจัยขึ้นบ้างมีส่วนร่วมมากบ้างน้อยบ้าง บางคนก็แค่เพียงฟังความก้าวหน้างาน ลองให้ทุกคนประเมินผลดูก็ดีนะ ทุกคนเห็นดีเห็นงามด้วย แต่จะเข้าใจมากน้อยไม่รู้เหมือนกันกันรู้แต่ว่าทุกคนบอกว่าดี วันที่พย ที่ผ่านมาพาทีมงานที่คัดเลือกแล้วว่าเก็บประเด็นเก่งมาให้ดูบรรยากาศ พอเสร็จประชุมถามว่ารู้สึกอย่างไร น้องคนบอกว่า ตื่นเต้นมาก ๆ อยากรีบกลับไปทำวิจัย น้องทีมงานพูดว่าเฮ้อมิเสียแรง ความสำเร็จที่ได้ในตอนนี้คือ มีทีมงานคน ตื่นเต้น ๆ แค่นี้ก็สุขใจมากพอแล้ว พี่ยารอรับ จากเชียงกลางอีก ชิ้นแน่นอนค่ะ
โครงการให้ความช่วยเหลือการทำแผนงานพหุภาคีควบคุมป้องกันโรคเอดส์ มณฑลยูนนานโครงการให้ความช่วยเหลือการป้องกันโรคเอดส์ กองทัพกัมพูชาประเมินโครงการ ในการควบคุมป้องกันโรคเอดส์กองทัพกัมพูชาโครงการประเมินความเสี่ยง การแพร่กระจายเชื้อเอดส์ ในเจ้าหน้าที่ สหประชาชาติ และกองกำลังรักษาสันติภาพ ติมอร์ ตะวันออก
พี่ยาโทรมาว่าจะให้เป็นพิธีกรงานประชุมวิชาการ พยทีแอมบาสเดอร์ กทมเราก็ถามพี่ยาและอ้อยว่ามั่นใจแล้วหรืองานมันใหญ่นะ กลัวทำงานเค้าไม่ดีเสนอชื่อคนเก่งๆ พี่ยาก็ไม่เอา ได้แต่บอกว่า จินนะแหล่ะ จินทำได้ เฮ้อทำได้แต่กลัวว่าจะไม่ดีนะสิ ช่วงนั้นงานที่โรงพยาบาลยุ่งมากต้องรีบเคลียตัวเอง แต่ทีไม่ลืมคือหยิบหนังสือคู่มีการเป็นพิธีกรติดไปด้วย เล่ม ออกเดินทางจาเชียงกลาง วันที่พยพอโมงวันที่พยก็เริ่มงานกันเลย เครียดนะเนี้ย วิทยากรเปลี่ยน ไปเปลี่ยน มา ประธานก็เปลี่ยนจนวินาทีสุดท้าย เคยแต่ทำหน้าทีพิธีกรรายการแสดงในงานส้มสีทองซุ้มสาธารณสุข กับงานโรงพยาบาลบ้างนิดหน่อย ทำในช่วงที่เด็กใหม่ไม่เกิด พอมีคนทำเป็นเราก็ทิ้งมามาเป็นปีแล้ว พี่ๆและน้องๆ ในทีมวิจัยพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จินตนาทำได้ เอ้าได้ก็ได้ ทำสคริบท่องทั้งคืน ท่องซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยเฉพาะคำว่า รัฐประศาสนศาตร์ต้องวงเล็บเป็นคำอ่าน รัดทะประสาสะนะสาดกลัวพูดไม่ได้ขำตัวเองเหมือนกันโดยเฉพาะแนะนำพันเอก นายแพทย์ ทวีศักดิ์ นพเกษร อาจารย์เราเราต้องท่องสคริบให้เนียน เพื่อทำให้คนได้ทราบประวัติอาจารย์ ที่เราภาคภูมิใจนำเสนอซึ่งท่านจบ จากคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ได้รับวุฒิบัตร สาขา โสต นาสิก ลาริงซ์ จบหลักสูตร ประสบการณ์ การเป็นผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษา งานระดับโลกคือโครงการให้ความช่วยเหลือการทำแผนงานพหุภาคีควบคุมป้องกันโรคเอดส์ มณฑลยูนนานโครงการให้ความช่วยเหลือการป้องกันโรคเอดส์ กองทัพกัมพูชาประเมินโครงการ ในการควบคุมป้องกันโรคเอดส์กองทัพกัมพูชาโครงการประเมินความเสี่ยง การแพร่กระจายเชื้อเอดส์ ในเจ้าหน้าที่ สหประชาชาติ และกองกำลังรักษาสันติภาพ ติมอร์ ตะวันออก พี่ยาโทรมาว่าจะให้เป็นพิธีกรงานประชุมวิชาการ พยทีแอมบาสเดอร์ กทมเราก็ถามพี่ยาและอ้อยว่ามั่นใจแล้วหรืองานมันใหญ่นะ กลัวทำงานเค้าไม่ดีเสนอชื่อคนเก่งๆ พี่ยาก็ไม่เอา ได้แต่บอกว่า จินนะแหล่ะ จินทำได้ เฮ้อทำได้แต่กลัวว่าจะไม่ดีนะสิ ช่วงนั้นงานที่โรงพยาบาลยุ่งมากต้องรีบเคลียตัวเอง แต่ทีไม่ลืมคือหยิบหนังสือคู่มีการเป็นพิธีกรติดไปด้วย เล่ม ออกเดินทางจาเชียงกลาง วันที่พยพอโมงวันที่พยก็เริ่มงานกันเลย เครียดนะเนี้ย วิทยากรเปลี่ยน ไปเปลี่ยน มา ประธานก็เปลี่ยนจนวินาทีสุดท้าย เคยแต่ทำหน้าทีพิธีกรรายการแสดงในงานส้มสีทองซุ้มสาธารณสุข กับงานโรงพยาบาลบ้างนิดหน่อย ทำในช่วงที่เด็กใหม่ไม่เกิด พอ
ยินดีด้วยครับ กับความภาคภูมิใจ (เขียนได้ดีนะ น่าติดตามอ่าน)
คิดถึงบรรยากาศเก่าๆจังเลยค้า ณ หนองวัวซอ กับงานวิจัยชิ้นแรกๆของพวกเราพยาบาลชุมชน :-)
ขอบคุณมาก ที่ติดตาม
เข้ามาอ่านแล้วพบว่า ตัวเองยังระลึกถึงบรรยากาศการเข้าร่วมการอบรมเสมอ เป็นการเข้าร่วมการอบรมที่มีความสุขที่สุด เหมือนการไปพบเพื่อน พี่ น้อง จริงๆ ยังเคยนึกเลยว่า เหมือนโต๊ะโต๊ะจังไปโรงเรียนโทโมเอ เลย เพราะตอนที่อาจารย์ปู่สอนแล้วทำให้รู้ซึ้งถึงคำว่า active learning เป็นอย่างไร
แล้วมีเรื่องขอถามพี่สุพัฒน์ ว่าตอนนี้มีคนอยากได้หนังสือ เกี่ยวกับงานวิจัยเชิงคุณภาพของอาจารย์ปู่ทั้ง 2 เล่มที่ชมรมยังมีอยู่ไหมคะ จะซื้อที่ไหนดี วานบอกหน่อยคะ
อ้อ webชมรมเข้าไม่ได้คะ
ขอขอบคุณล่วงหน้าคะ
ติดต่อผมได้ผ่าน Email ข้างต้นนะครับ ตอนนี้ชมรมจะจัดประชุมวิชาการ 19-21 มกราคม 2552 ที่ อมารีแอร์พอร์ต ดอนเมือง กรุงเทพ ส่วนหนังสือของอาจารย์มีขายที่ศูนย์หนังสือจุฬา หรือติดต่อผ่านพี่จรรยาวัฒน์ รพ.สูงเนิน นครราชสีมา ส่วนเวบไซต์ของชมรม ติดต่อที่ http://sites.google.com/site/thainurseclub/