เกิดทั้งน้ำตาไม่น่าอาย ..แต่อย่าตายทั้งนำตาก็แล้วกัน

ได้รับสิ่งแบ่งปันดีๆ จาก "น้องฐา" เป็นแผ่นซีดี ณ มรณา ซึ่งเป็นการรวมเรื่องสั้นของ ดังตฤณ ที่จัดทำเพื่อเผยแพร่โดยเครือข่ายพุทธิกา สำหรับคนที่มีเวลาในการเตรียมตัวตาย โดยมีเวลาเตรียมตัว อย่างน้อย 1 วัน 1 คืน ฟังแล้วรู้สึกเข้าใจมากขึ้น จากคำถามที่เรามักจะถามตัวเอง และคนอื่นๆ อยู่เสมอ ว่าทำไมต้องเตรียมตัวตาย และจะเตรียมอย่างไร การตายเกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลาและอยู่ใกล้ชิดกับเรามากๆ เหมือนเราได้สมัครสอบไว้แล้ว แต่กำหนดการสอบจะมาเมื่อไรอาจจะยังไม่ทราบ หากเรามีการเตรียมที่ดีจะทำให้เราสามารถเผชิญความตายได้อย่างสงบ จึงขอนำในส่วนที่เป็นคำนำเพื่อให้ทุกท่านลองอ่านดูค่ะ หากสนใจเขามี pdf ให้ load เป็นหนังสือและมี CD เผยแพร่ ค่ะ

ปากประตูแห่งความตาย
ความตายสำหรับคนที่ยังรักชีวิตคือจุดจบที่น่ากลัว
ความตายสำหรับคนที่ยังห่วงใยญาติมิตร….คือการจากไปที่น่ากังวล
ความตายสำหรับคนที่ยังติดใจในกามคือการออกจากฝันดีที่น่าเสียดาย
ความตายสำหรับคนที่เบื่อโลกคือจุดจบที่น่าปรารถนา
ความตายสำหรับคนที่น้อยใจคนรอบข้างคือการจากไปที่น่าสะใจ
ความตายสำหรับคนที่ผิดหวังในกามคือการออกจากฝันร้ายที่ขมขื่นเสียที
คนเราตายเหมือนกันแต่รูปแบบการตายต่างกันความเชื่อเกี่ยวกับความตายก็ต่างกัน
การมีชีวิตอยู่อีกนานทำให้ความตายกลายเป็นเรื่องไกลตัวแต่ความตายที่กำลังรออยู่ตรงหน้า
ทำให้การมีชีวิตอยู่ที่ผ่านมากลายเป็นเพียงความฝันเหลวไหล
ที่กำลังจะเลือนหายไปจนหมดสิ้นศาสนาต่างๆพูดถึงความตายต่างกันแต่พูดเป็นเสียงเดียวกัน
ว่าควรตายอย่างสงบสุขแม้คนไม่เชื่อเรื่องชาติหน้าก็ต้องการตายอย่างสงบสุขเช่นกัน
พุทธเราเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งคือบอกว่าอย่าตายเปล่าอย่าเอาแค่ตายด้วยความเป็นสุข
ถึงแม้ตายขณะจิตเป็นสมาธิขั้นฌาน ก็นับว่าน้อยไปไม่คุ้มกับการมีโอกาสเป็นมนุษย์
พุทธเราขอให้ตายอย่างเข้าใจเข้าใจว่าที่ตายไม่ใช่เราแม้ที่เกิดมาก็ไม่ใช่เราตัวเราเป็นแค่ความเข้าใจผิด
คิดว่ากายใจอันเกิดจากกรรมเป็นอัตตาตัวตนที่แท้จริงถ้าเข้าใจให้ถูกต้องกล่าวว่ากายใจเป็นแค่ที่ตั้งของความเข้าใจผิดเห็นอยู่ชัดๆว่ามันปรวนแปรไปก็ยังอุตส่าห์อยากให้มันเหมือนเดิม
เห็นอยู่ชัดๆว่ามันก้าวสู่ความแตกดับก็ยังอุตส่าห์หวังให้มันคงอยู่
อาการที่จิตยึดเหนี่ยวกายใจอย่างเหนียวแน่นสะท้อนถึงความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับกายใจมาตลอด
ภาวะใกล้ตายนับเป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะทำความเข้าใจเสียใหม่ให้ถูกต้อง
หากทำได้...
ช่วงสุดท้ายนับว่ามีค่ากว่าทุกช่วงที่ผ่านมาทั้งหมด!

ดังตฤณ
พฤศจิกายน๕๐

 

เห็นคนตาย ก็หมายรู้เดี๋ยวกูด้วย              อีกไม่ช้าชราป่วยแล้วม้วยสูญ

ศพวางนอนอย่างขอนไม้คล้ายอิฐปูน          รอขึ้นเผาให้เอาศูนย์มานับกาย

เหลือเพียงชื่อให้ลือจำทำไมเล่า                 เขาก็รอคอขึ้นเขียงเรียงจากหาย

เหมือนกับเราเฝ้าจดจำแล้วกลับตาย          ชื่อก็วายกายก็วางว่างหมดกัน

ทางนฤพาน

 ขอขอบคุณที่นำพาสิ่งดีๆ มาให้เรียนรู้ค่ะ