วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นวิทยานิพนธ์ในเชิงนิติศาสตร์ จึงจำเป็นต้องทราบถึงตัวบทกฎหมายที่มีผลใช้บังคับในเรื่องสิทธิในการทำงานของคนลาวในประเทศไทยและด้วยเรื่องสิทธิในการทำงานของคนลาวในประเทศไทย ผู้ทรงสิทธิเป็นบุคคลที่มีสัญชาติลาวที่มิใช่สัญชาติไทย และ นิติสัมพันธ์ของเอกชนตามกฎหมายมหาชนที่มีลักษณะระหว่างประเทศ กล่าวคือเป็นนิติสัมพันธ์ระหว่างเอกชนลาว(ต่างด้าว)กับรัฐไทย ผลย่อมตกอยู่ภายใต้กฎหมาย กฎหมายมหาชนภายในของรัฐนั้น เหตุผลในการให้สิทธิในการทำงานของคนลาวในประเทศไทยมีด้วยกันหลายประการ อาทิความต้องการด้านแรงงาน วิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี มูลเหตุจูงใจด้านอื่นๆที่ทำให้ชาวลาวเข้ามาทำงาน และเข้ามาลงทุน ในนั้นการเข้ามาทำงานของคนลาวมีทั้งแรงงานถูกกฎหมายและแรงงานที่ไม่ถูกกฎหมาย หรือแม้กระทั่งด้วยเหตุผลทางด้านมนุษยธรรมก็ตาม ซึ่งการออกกฎหมายบังคับใช้เกี่ยวกับการกำหนดสิทธิในการทำงานของคนในประเทศไทยจะต้องคำนึงถึงพันธกรณีที่ประเทศไทยผูกพันเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย เพราะในทางระหว่างประเทศ การไม่เคารพหรือไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีที่มี จะมีผลกระทบต่อประเทศไทยในลักษณะของหลักการปฏิบัติต่างตอบแทนหรือการถูกตัดความสัมพันธ์ทางการทูตจากบรรดาประเทศสมาชิกด้วย
การศึกษาในบทนี้ เป็นการศึกษากฎหมายระหว่างประเทศอันเป็นบ่อเกิดหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรับรองสิทธิในการทำงาน โดยผลการศึกษาในบทนี้จะนำไปสู่การวิเคราะห์ถึงกฎหมายไทยที่เกี่ยวกับสิทธิในการทำงานของคนลาวว่าสอดคล้องกับพันธกรณีตามกฎหมายระหว่าประเทศที่ประเทศไทยผูกพันหรือไม่ อย่างไร และตลอดถึงบทบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐ ประชาธิปไตย ประชาชนลาว เกี่ยวกับความร่วมมือด้านแรงงานว่าปฏิบัติได้หรือไม่
ผลจากการศึกษาพบว่า ประเทศไทยได้ทำความตกลงได้เข้าร่วมกับนานาประเทศ ในเรื่องของการรับรองสิทธิในการทำงานของคนลาว ทั้งในระดับพหุภาคี และระดับทวิภาคี ซึ่งสามรถจำแนกได้ดังต่อไปนี้
1. กฎหมายที่รับรองสิทธิในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน ( Right to work access )
ในส่วนนี้ผู้เขียนจะได้ศึกษาถึงกฎหมายต่างๆภายใต้ในกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในของรัฐ เกี่ยวข้องกับการรับรองสิทธิในการที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานตลอดถึงนโยบายของรัฐและบทบันทึกความเข้าใจสองฝ่ายที่ประเทศไทยและประเทศลาวได้ลงนามและมีผลผูกพันแล้วและทั้งสามกรณีที่กล่าวมานั้นสามารถให้สิทธิและคุ้มครองแรงลาวในประเทศไทยได้หรืไม่ เพียงใด ซึ่งผู้เขียนจะได้ทำการศึกษาเป็นกรณีดังต่อไปนี้