การขัดภาชนะทองเหลือง

         หยุดการทำงานเนื่องจากเทศกาลสงกรานต์เสียหลายวัน   แต่ก็ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย  เพราะอากาศร้อนมากจนไม่อยากออกบ้านไปไหน  นอกจากไปร่วมงานตามประเพณีทั้งทำบุญ  ตักบาตร  รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ที่เคารพ  สังเกตดูประเพณีที่ค่อย ๆ  เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี  อีกไม่นานรูปลักษณ์ของงานสงกรานต์แบบดั้งเดิมคงไม่มีให้เห็นมากน้ก  เด็ก ๆ  สมัยนี้สนใจแต่การเล่นสาดน้ำและกินเลี้ยงฉลองงานสงกรานต์เท่านั้น  ไปทำบุญที่วัดก็มีแต่คนเฒ่าคนแก่จริง  ๆ   คนที่ยังไม่ค่อยจะแก่ หรือเด็ก ๆ  มีให้เห็นน้อยมาก  ตามปกติประเพณีพื้นบ้านจะมีการสรงน้ำพระ  นำรถยนต์ไปให้พระปะพรมน้ำมนต์ในวันพญาวัน (วันที่ 15  เมษายน) ดังนั้นในวันที่ 15  รถยนต์จะแน่นขนัดเต็มลานวัด  ในวันนั้นรถโดยสารประจำหมู่บ้านจะไม่วิ่งรับคนโดยสาร  แม่ค้าที่นำของมาขายก็จะหยุดทำการ แต่ปีนี้ที่วัดมีรถพอนับจำนวนได้ที่นำไปให้พระปะพรมน้ำมนต์  รถโดยสารยังคงวิ่งตามปกติ แม่ค้าก็ยังคงค้าขายตามปกติ หากแต่กับข้าวแพงได้ใจจริง ๆ  เพราะกำลังซื้อที่มีมากขึ้น  เรื่องของปากท้องทำให้ประเพณีค่อย ๆ  เปลี่ยนไป  สังเกตดูพอไปรดน้ำดำหัวคนเฒ่าคนแก่ก็จะไม่มีการนำด้ายมามัดข้อมือกันแล้ว  เพราะพ่ออุ้ยแม่อุ้ยที่แก่เฒ่าก็ไม่มีแรงจะดึงด้ายให้ขาดแล้ว  คนที่ไม่พอจะแก่มากก็ไม่สามารถให้ศีลให้พรผูกข้อไม้ข้อมือได้เหมือนคนเก่า ๆ  ปีนี้ข้อมือเราก็เลยดูโล่ง ๆ  ไปไม่เหมือนปีที่ผ่านมา

        ก่อนงานสงกรานต์เราก็เตรียมเก็บกวาดบ้านช่อง  นำขันทองเหลือง  พานทองเหลืองมาเตรียมทำความสะอาดไว้ใช้  เตรียมแช่มะขามเปียกไว้ขัดขันตามที่เคยทำ  แต่ดูปริมาณมะขามเปียกทีมีในบ้านแล้วคงไม่พอ ต้องออกไปหาซื้อซึ่งร้านค้าในหมู่บ้านก็ไม่มีขายเพราะทุกบ้านมีมะขามเปียกไว้ใช้ของตนเองไม่ต้องซื้อ  เพื่อนบ้านถามว่าจะเอามะขามเปียกไปทำอะไร  พอบอกว่าจะเอาไปขัดขันกับพาน  ก็ได้รับการบอกเล่าว่าให้เอาผงชูรสขัดแทน  เราก็เลยซื้อผงชูรสมาห่อใหญ่ (ตามชนบทหาซื้อได้ง่ายกว่ามะขามเปียก) เอาฟองน้ำชุบน้ำพอหมาด ๆ  โรยผงชูรสลงไป  แล้วลงมือขัดขันและพาน  ในช่วงเวลาไม่นานนัก  ขันทองเหลืองและพานก็เงาวับราวกับของใหม่  ไม่น่าเชื่อจริง ๆ  ใครจะขัดภาชนะทองเหลืองก็ลองดูนะคะ  รับรองไม่ผิดหวัง