สงกรานต์ปีนี้ ใครไปไหนกันบ้าง คงได้เห็น (รูป) ได้อ่าน (เรื่อง) กันบ้างแล้ว

สำหรับฉัน ฉันไป 3 จังหวัด...ภาคใต้  แน่นอน เพราะฉันเป็นคนถิ่นนั้น  ฉันออกเดินทางด้วยเครื่องบินตั้งแต่วันที่ 11 บ่าย ออกเดินทางประหนึ่งว่าฉันต้องรอนแรมข้ามวันข้ามคืน ไปให้ทันสมทบกับพ่อ แม่ น้า ทั้งๆ ที่ใช้เวลาบินแค่ชัวโมงกว่าๆ เท่านั้นเอง  แต่เชื่อไหม กี่ครั้ง กี่ครา ที่ฉันกลับบ้าน ยังมิทันที่เครื่องจะ take off จากดอนเมือง วัย(ไม่)รุ่น สองคนที่บ้านก็ออกเดินทางมารับฉันแล้วเช่นกัน เรื่องอย่างนี้ห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เพราะใจของท่านล่วงหน้าไปถึงสนามบินตั้งนานแล้ว

ครั้งนี้ฉันหอบหิ้วหนังสือมากมายทั้งประเภทและจำนวน  ที่หาซื้อตาม order จากงานสัปดาห์หนังสือ เหมือนว่าพี่ น้า และเพื่อนฉันจะกลัวฉันไม่คุ้มค่ารถ BTS ค่ารถ MRT และค่ารถเมล์ งั้นแหละ

ไม่นับเสื้อผ้า ข้าวของ ที่หยิบยืมพี่ น้า ตอนไปเที่ยวเวียตนามปลายเดือนกุมภา แล้วยังไม่ได้คืน รวมๆ แล้วฉัน load ของลงใต้ท้องนกยักษ์ไป 19 กิโล แหม ลุ้นแทบแย่ เพราะเขาให้ไม่เกิน 20 กิโล  ในจำนวนนั้น มีสมบัติของฉันไม่เกิน 2 กิโล หรอก  

วันที่ 12 เรารอสมาชิกร่วมเดินทางอีกหนึ่งคน ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่ชายคนโตของฉันเอง ออกเดินทางจาก กทม. ด้วยรถทัวร์เสริม ตอน 2 ทุ่ม โดยปกติน่าจะมาถึงไม่เกินตี 8 (ภาษาบ้านฉัน) แต่เนื่องจากเป็นช่วงไม่ปกติ พี่ชายเลยมาถึงตอนตี 11 อุแม่เจ้า แล้วนี่เราจะต้องไปหาดทรายแก้วอีกนะ เราจะไปถึงกันกี่โมงละเนี่ยะ

กริ๊ง กริ๊ง เสียงโทรศัพท์จากแดนไกล โทรมาถามว่าเราเดินทางมาถึงไหนแล้ว ฉันยิ้ม แม้เขาจะไม่เห็น แล้วตอบไปว่า ยังไม่ออกจากบ้านเลย แล้วเราก็ได้ยินเสียงหัวเราะ ราวกับจะเยาะเย้ยเราแว่วเข้ามา ว่าตอนนี้ซ้อมเปตองรอแล้วนะ แพ้กันไปหลายคู่แล้ว มีหรือเราจะยอม จึงมีเสียงตอบว่า รีบซ้อม รีบแพ้ เพราะกลัวเราละสิ นั่น เรื่องแบบนี้ยอมกันได้ที่ไหน

บ่ายสองกว่าๆ เราไปถึงหาดทรายแก้ว (ระหว่างทางเราผ่านสะพานเอกชัย และ  ม.ทักษิณ ด้วยละ) รับกุญแจแล้วก็เอากระเป๋าเสื้อผ้าเก็บในห้อง ส่วนมะพร้าวน้ำหอม กล้วย หม้อดิน ไม้ตีหม้อ ข้าวมันไก่ ฯลฯ ทิ้งไว้ท้ายรถ  รีบไปซ้อมเปตองดีกว่า กติกาคือ ทีมละ 3 คน ปีก่อนๆ เราแบ่งตามครอบครัว ปีนี้เราเปลี่ยนใจ ให้จัดทีมได้ตามอัธยาศัย ฉันได้ร่วมทีมกับน้าและลูกชายของน้า ไม่น่าเชื่อว่าทีมเราจะมีศักยภาพอะไรอย่างนั้น เราชนะมาตลอด สุดท้ายได้รางวัลมา 900 บาท แบ่งกัน 3 คน คนละ 300 บาท อย่างน้อยก็ได้ค่าน้ำมันเครื่องบินละว้า

 

 

กิจกรรมกลางคืนเด็ดกว่านั้น พ่อฉันเอง เป็นคนดำเนินการ แบ่งหลานยาย หลานย่า ออกมานั่งแยกจากครอบครัว แล้วก็อารัมภบทไปหลายนาที สุดท้ายคำถามคือ ให้หลานแต่ละคน เขียนปี พ.ศ. เกิดของ พ่อแม่ตัวเอง แค่นั้นแหละ เลข 4 หลัก 2 ชุด แต่ทำไมฉันเห็นพี่ชายคนโตของฉันหยิบมือถือขึ้นมากด กด กด ซะงั้นแหละ 5555555

งานนี้มีทั้งตอบถูกและตอบผิดคละกันไป มีคนเข้ารอบสุดท้าย 5 คน ในจำนวนนั้นมีครอบครัวฉัน 2 คน เชียวนะ พูดแล้วจะว่าโม้ หลังจากเกมส์แรกใช้ความสามารถกันไปแล้ว เกมส์ตัดสินจะใช้ความสามารถน้อยกว่านั้นได้อย่างไร  เกมส์ตัดสินจึงเป็นเกมส์ ปิดตาตีหม้อ เสียงเชียร์สนั่นหาด ทั้งจริง ทั้งหลอก ไม่รู้จะฟังใครดี สุดท้าย ฉันก็ชนะอีกแล้ว ได้ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่มาหนึ่งผืน ฉันเอากลับมากรุงเทพฯ ด้วยนะ ถือว่าได้มาเพราะน้ำพักน้ำแรงของฉัน

ก่อนกลับเมืองหลวง แม่เตรียมข้าวปลาอาหารให้กลับมาด้วย ก็ไม่มากหรอก แค่เครื่องแกงครึ่งกิโล (เพื่อนฝากซื้อกลับไปเมืองนอก) ไก่ย่างเครื่อง 6 ไม้ (ฉันเรียกอย่างนี้ คนอื่นเรียกอะไรไม่รู้) น้ำพริกระกำ 1 ถุงใหญ่ คาดว่าจะกินไปได้ถึงสิ้นปี มะเขือไร้สาร เพราะปลูกเอง ปลาทูทอด 4 ตัว ที่แม่บอกว่ารสชาดยังสู้ปลาทูแม่กลองไม่ได้ เพราะไม่มัน (ภาษาบ้านฉันอีกแล้ว)

 เล่ามาตั้งยืดยาว มีใครรู้บ้าง ฉันไปจังหวัดอะไรมาบ้าง