GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ชีวิตต้องการอะไร

Don't take valuable things in your life for granted.

คำว่า Take something/someone for granted หมายถึง คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้คิดถึงคุณค่า

วันนี้อยู่เวร ตอนลงผลแล็บได้เห็นชื่อคนไข้คนหนึ่งที่จำได้ว่าเห็นมาตั้งแต่ก่อนจะไปเรียน ตอนนี้เป็นนายแล้ว (อายุ 16) พอย้อนดูประวัติก็เห็นว่า เค้าเข้าออกร.พ.มาตั้งแต่ปี 1997 ต้องถ่ายเลือดมาตั้งแต่ตอนนั้น แล้วทุกเดือนก็จะต้องมาร.พ. ถึงตอนนี้ก็เกือบ 10 ปีแล้ว นึกถึงว่าพวกเราๆที่มีสุขภาพดี มีลูก มีพี่ มีน้อง มีคนรอบๆตัวที่สบายกาย สบายใจ เท่านี้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่เราต้องการแล้ว ถ้าเรามองเห็นคุณค่าสิ่งเหล่านี้ ไม่ต้องกอบโกยอะไรให้มากเกินไป ชีวิตก็น่าจะมีความสุขแล้ว

เมื่อวานไม่สบาย ทำให้หยุดคิดด้วยว่า สิ่งที่เราต้องการที่สุดเพื่อการมีชีวิตอยู่ก็คือ สุขภาพที่ดี เพราะเมื่อขาดสิ่งนี้แล้ว ไม่มีอะไรที่เราจะทำได้เลย

สงสัยจังว่า คนที่กำลังโดนไล่อยู่ตอนนี้ เขา take อะไร for granted

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 17698
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 9
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (9)

เคยไปเยี่ยมคนไข้ วันแรกยังยกมือรับไหว้ พอคุยกับเราได้ อีกประมาณ 10 วันเสียชีวิต ก็รู้สึกว่า การไม่เจ็บป่วยหรือไม่สบาย ไม่เป็นโรคอะไร ดีที่สุดแล้ว
"ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐค่ะ"
He take "his honour" for granted
(เขาละทิ้งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตัวเอง  ปล่อยให้ชีวิตทั้งชีวิตตกอยู่ใต้อำนาจเงิน)
ส่วนเรื่องสุขภาพดี ต้องดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตนะจ๊ะ 
มันเป็นเรื่องหน้าเศร้าทุกคนมักนึกถึงแต่ตัวเอง บางครั้งถ้าเกิดอะไรกับเรานั่นหน่ะเจ็บบ้างทุกข์บ้างจึงทำให้เรารู้ถึงความทุกข์ของคนอื่น โลกนี้มีความยุติธรรมเสมอ
พี่โอ๋ มีเรื่องดีๆมาฝากเสมอๆนะครับ ชีวิตคนเราไม่แน่นอนเลยนะครับ การมีสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งที่ดีมากอยู่แล้ว...ขอให้เราทำความดีให้ได้มากที่สุด ช่วยเหลือคนอื่นให้ดีที่สุดก็พอแล้ว...อยากฝากว่า การไม่เป็นหนี้เป็นลาภอันประเสริฐด้วยครับ...

กลับมาเพื่อ..ทบทวน "ตน"

และได้มา "พบ"

ครั้งหนึ่งเคยถาม "ตน" เช่นกัน

"เกิดมาเพื่อเหตุผลใด"

และ "เรา"

ได้ทบทวนชีวิต...ไม่

 

 

สร้างสุขภาพ เพื่อสุขภาวะ ผมทำงานอยู่ รพ. ก็เห็นและเรียนรู้กับคนมากมาย ทั้งคนไข้ และเจ้าหน้าที่ เห็นอะไรมากมายที่ต้องนำมาคิด เห็นผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคซ้ำๆกัน ป่วยโรคเรื้อรัง และโรคเครียด ที่ส่งผลต่อสุขภาพกายหลายอย่าง ที่น่าสนใจก็คือ บุคลากรสาธารณสุขเอง หลายๆท่านก็ไม่ได้เป็นตัวอย่างทางสุขภาพที่ดีเท่าไหร่ คนจน สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเขา ก็คือ "ไม่ป่วย" นี่แหละครับ
เห็นด้วยครับ..
ผมว่าชิวิตต้องการอะไรเป็นคำถามที่ดีมากครับ ทุกคนควรถามตนเองเสมอ ผมเห็นว่าความต้องการส่วนมากคงจะเป็นไปตามลำดับขั้น คนที่ลำบากอยู่ ก็คงต้องการเรื่องพื้นฐาน คือ ปัจจัย 4 ส่วนคนที่มีพร้อมแล้ว พอแล้วก็คิดว่าน่าจะต้องการ เกียรติ อำนาจ และ สุด ท้าย ความอิสระและ ปัญญาที่จะเข้าใจสรรพสิ่ง มีเรื่องเล่า ตรงข้ามกันสองเรื่องครับคือ 1.มีตาคนหนึ่ง ต้องอยู่คนเดียว อายุ 67 แร่ร่อน อยู่ในหมู่บ้านไกล้ๆ โรงพยาบาล ตาเล่าให้หมอฟังว่า เคยมีครอบครัว มีบ้านแต่เลิกกันไป นานแล้ว ญาติก็ไม่มี(อาจมีแต่เขาไม่สนใจ) ตาต้องหากินมื้อต่อมื่อ ผมถามว่าตาทำอย่างไร ตาตอบว่า ต้องไปกวาดหน้าบ้านให้ชาวบ้านคน อื่นแล้วเขาก็ให้ข้าวกิน หรือ ช่วยงานคนอื่นๆเล็กน้อยๆ สถานที่ตาอยู่ก็ เพิงชั่วคราว ข้าวของเครื่องใช่ก็ไม่กี่อย่าง เเบบเรียบง่ายๆ ความสุขของมนุษย์คนนี้ชั่งเล็กน้อยและน้อยนิดจริงๆครับ 2.มีคนหน้าไม่กลมท่านหนึ่ง เกิดในตระกูลที่ฐานะดีมาก มีการศึกษา ที่ดีจบถึง Dr. มีครอบครัวที่อบอุ่น ทำธุรกิจมา จนท้ายที่สุดมีค่า เกือบแสนล้าน ชีวิตน่าจะพอ น่าจะมีความสุข แต่กลับวุ่นวายเพราะ ลำดับการพัฒนาความต้องการชีวิตของตนน่าจะหยุดชะงักที่ เรื่องของ ความร่ำรวย เรื่องอำนาจ และเกียรติยศ หลายครั้งเราอาจจะได้ยินจาก ปากของท่านว่าพอแล้ว ได้ยินธรรมะที่ท่านพูดออกมา แต่ทุกอย่าง ล้วนเป็นเพียงภาพและฉากที่นำไปสู่ความต้องการที่หยุดชะงักนั้น น่าเสียดาย ที่ตอนนี้ หรือชาตินี้ท่านก็อาจจะไม่เคยสัมผัสถึง ความงามแห่งจิตใจ จิตที่เปี่ยมจริยธรรม จิตที่เปี่ยมด้วยความเสียสละ และความดีงามที่ไม่ต้องเจือปนด้วยอำนาจ หรือเงินตราก็ได้ แต่ว่าก็อาจเป็นไปได้ถ้าท่านออกมาจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆทั้งหมด อาจารย์ประเวศแนะนำว่าท่านควรออกบวช ผมเห็นด้วยครับ สุดท้ายผมคิดว่าคงจะดีถ้าเป้าหมายชีวิตของทุกคนในสงคมคือความ สงบ ความพอเพียง และความเติบโตทางสติปัญญา

เผอิญหลุดเข้ามาบันทึกนี้เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 2 ปีแล้ว เข้ากับอะไรๆที่กำลังพูดถึงอยู่บ่อยๆช่วง 2-3 วันนี้พอดีเลยค่ะ