ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหาร

บทที่  2

ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี และนวัตกรรมการบริหาร

 

ในยุคของการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำอย่างรวดเร็ว  เครื่องมือเครื่องใช้อุปกรณ์ที่เป็นวัตถุต่างได้รับการพัฒนากันอย่างมากมายจนหลายคนอาจปรับตัวตามไม่ทัน  เช่นโทรศัพท์มือถือ ที่ปัจจุบันมีทั้งภาพและเสียงซึ่งในอดีตคงน้อยคนนักที่จะเชื่อว่าจะเป็นจริงได้ แต่เมื่อเรามองย้อนกลับมาในมิติที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการองค์กรในหลายทศวรรษที่ผ่านมา องค์การภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน หรือสถาบันการศึกษา มีการพัฒนากันอย่างมากเช่นกัน คงเป็นเพราะสังคมโลกที่เป็นยุคโลกาภิวัตน์  (Globalization) โดยวัฒนธรรมต่างๆได้หลั่งไหล      จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งอย่างง่ายดายผ่านการสื่อสารที่ไร้พรมแดน มิได้ยกเว้นแม้แต่วิธีการทางด้านการบริหารจัดการที่ได้หลั่งไหลจากประเทศทางตะวันตกมายังประเทศทางตะวันออก    อย่างกว้างขวาง ตัวอย่างเช่นในอดีต  ยี่สิบกว่าปีก่อนประเทศไทยได้รับอิทธิพลเรื่อง QCC           หรือเรียกกันสั้นๆว่า QC ที่ แพร่หลายอย่างยิ่งในองค์กรต่างๆทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มีการนำเสนอผลงาน QC กันอย่างกว้างขวาง แต่แล้วกลับกลายเป็นการสร้างภาพเพื่อการประกวดและต้องการคว้ารางวัล โดยหน่วยงานบางแห่งไม่ได้มีการนำไปใช้แก้ปัญหาจริง เพียงแต่จัดทำข้อมูลเพื่อการนำเสนอเท่านั้น 

ต่อมาก็มีแนวคิดทางการบริหารจัดการมาใช้กันอย่างต่อเนื่อง เช่น Re-engineering เครื่องมือเพื่อการปรับยกเครื่องทั้งองค์กร และ ISO หรือระบบคุณภาพซึ่งเริ่มตั้งแต่ ISO9001 จนถึง 14001 ซึ่งเป็นเครื่องมือที่วงการการบริหารจัดการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจที่ได้รับอิทธิพลจากกระแสการแข่งขันอันรุนแรง เช่นในธุรกิจส่งออกที่เผชิญกับการกีดกันทางการค้ามักให้ความสำคัญและนำมาใช้กับองค์กรกันทั่วไป  แม้ในภาครัฐ สถาบันการศึกษาก็ตามต่างมุ่งทำISOกันอย่างกว้างขวางเพื่อประกันคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชนให้มีมาตรฐานมากที่สุด            

 ในยุคปัจจุบันเครื่องมือที่ได้รับการกล่าวถึงและเป็นที่ยอมรับว่าสามารถช่วยองค์กรให้พัฒนาได้คือ Balanced scorecard หรือ BSC ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เชื่องโยงแผนกลยุทธ์ (Strategic plan) ไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและใช้เครื่องมือวัดอย่างKPI (Key Performance Indicator) มาเสริมด้วย   จึงทำให้เครื่องมือนี้โดดเด่นและเป็นผลให้นำไปประยุกต์เป็นแนวคิดในการปฏิรูประบบราชการ โดยสาระสำคัญของBSC คือการวัดผลการดำเนินขององค์กร (Performance Measurement) ในสี่มุมมองคือ ด้านการเงิน (Financial) ด้านลูกค้า (Customer) ด้านกระบวนการภายใน (Internal business process) และด้านการเรียนรู้และเติบโต (Learning &Growth) ทั้งนี้ เครื่องมือนี้ได้รับการนำไปปฏิบัติกัน              อย่างกว้างขวางในหลายภาคส่วนทั้งราชการ เอกชน สถาบันการศึกษา และแม้กระทั้งองค์กรพัฒนาเอกชนหรือ NGO และยังมีเครื่องมืออีกหลายตัวที่ได้มีการนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง เช่น ขีดความสามารถ(Competency) การจัดการความรู้(Knowledge Management) คือการนำความรู้ในตัวบุคลากรแต่ละคน (Tacit knowledge) มาอยู่ในรูปเอกสาร (Explicit knowledge) เพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันในองค์กร และองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning organization)         ซึ่งเป็นสถานภาพขององค์กรที่ต้องการความสำเร็จอันยั่งยืนจากบุคลากร ซึ่งต้องเน้นการสร้างวินัยทั้ง 5 ประการให้กับบุคลากรในองค์กรเองคือ ความรอบรู้แห่งตน (Personal Mastery) การคิดอย่างเป็นระบบ (System thinking) การแบ่งปันวิสัยทัศน์ (Share vision) การเรียนรู้เป็นทีม      (Team learning) และการสร้างกรอบความคิด (Mental model)

การบริหารจัดการได้รับการพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับเครื่องมือทางด้านวัตถุ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าเมื่อมีการใช้คำเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับวัตถุ ย่อมน่าจะมีการใช้เทคโนโลยีด้านการบริหารได้เช่นกัน   ดังนั้นองค์กรและนักบริหารที่แสวงหาความสำเร็จและต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่คงต้องให้ความสนใจเทคโนโลยีการบริหาร                   ติดตามความก้าวหน้าและเรียนรู้เครื่องมือต่างๆ อีกทั้งต้องรู้จักเลือกและประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม  กับองค์กร หรือวิธีการบริหาร หรือความถนัดของตนเอง และในที่สุดคงต้องสามารถ                คิดค้นเทคโนโลยีที่เป็นของตนเองได้ ทั้งนี้เพื่อความยั่งยืนในการใช้เทคโนโลยีการบริหาร             ในระยะยาวต่อไป

 

ความหมายของเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหาร

จากแนวคิดและพัฒนาการข้างต้น น่าจะสรุปความหมายของเทคโนโลยีและนวัตกรรม   การบริหารได้ว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหาร เป็นกระบวนการต่าง ๆที่มีการบูรณาการอย่างเป็นระบบ อันเกี่ยวข้องกับคน กระบวนการ ความคิด กลยุทธ์ เทคนิค เครื่องมือ และองค์การ เพื่อการปรับปรุง และเพิ่มมูลค่าในการบริหารจัดการของผู้บริหารให้มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อความ        เป็นระบบ การออกแบบตัวแบบใหม่ และการประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการเพื่อตอบสนอง   ความต้องการของผู้บริโภค

 

ลักษณะการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารมาใช้ในองค์การ [2]

เทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารสามารถนำมาใช้ในองค์การได้ 2 ลักษณะ คือ

1.             เทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารในการบริหารงานองค์การ

เป็นกระบวนการบริหาร หรือกระบวนการดำเนินงานของนักบริหาร ได้แก่

§  การกำหนดนโยบาย (Policy Formulating)

§  การวางแผน (Planning)

§  การจัดองค์การ (Organizing)

§  การจัดบุคลากร (Staffing / Personal)

§  การอำนวยการ (Directing)

§  การประสานงาน (Coordinating)

§  การควบคุม (Controlling)

§  การรายงาน (Reporting)

§  การงบประมาณ (Budgeting)

§  การประเมินผล (Evaluating)

                            2.             เทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริหารในการปฏิบัติงานขององค์การ

เป็นภารกิจ หรืองาน (Tasks) ด้านต่าง ๆขององค์การ เช่น

§  งานประชาสัมพันธ์ (Public Relation

§  งานการผลิต (Production)

§  งานการจัดจำหน่าย (Distribution)



[1]อำนาจ  วัดจินดา, เทคโนโลยีการบริหาร: เครื่องมือเพื่อการพัฒนาองค์กร, (http://www.hrcenter.co.th/hrknow.asp)

 

[2]  วิพร เกตุแก้ว, เทคโนโลยีการบริหาร, (เอกสารประกอบการบรรยายวิชา PA 321  เทคโนโลยีการบริหาร คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง), หน้า 5.