ความสุขที่บุคลากรในองค์กรธุรกิจได้รับจากเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมนั้น เป็นความสุขที่มีความละเอียดลึกซึ้งกว่าความสุขที่ได้รับจากสินค้าหรือบริการ

        จากการสำรวจข้อมูลสถานการณ์ CSR ในประเทศไทย  เมื่อปี 2549 ของนิตยสาร Positioning มีจำนวนความถี่ในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมเพื่อสังคมซึ่งผูกโยง กับ การส่งเสริมการตลาดมากถึง 149 ครั้ง  ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มธุรกิจ  ด้านอาหาร  โทรคมนาคม และไอที  ซึ่งตื่นตัวตามกระแส CSR สูง   แนวทางการบริจาคในรูปแบบต่างๆ (Corporate Philanthropy) และการอาสาสมัครทำงานช่วยเหลือชุมชน (Community Volunteering) เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงสุด   เป็นการรับผิดชอบต่อสังคมด้วยความเอื้อเฟื้อขององค์กรธุรกิจโดยเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นด้วยการบริจาคเงิน  สิ่งของหรือสินค้าให้กับสังคม หรือ ผู้ด้อยโอกาส ในขณะที่กิจกรรมอาสาสมัครของพนักงานเป็นวิธีการที่สร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานจากความรับผิดชอบต่อสังคม  ด้วยการให้และแบ่งปันทรัพยากรต่างๆทั้งในรูปของเวลา  ความรู้  เงิน  สิ่งของ  หรือสินค้าร่วมกันระหว่างนายจ้าง ผู้บริหาร-ลูกจ้าง  แก่ชุมชนที่อยู่รอบบริเวณบริษัทฯและสังคมวงกว้าง  อีกทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน  และการสร้างสิ่งแวดล้อมในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอีกทางหนึ่ง  ก่อให้เกิดประโยชน์ตน(องค์กรธุรกิจ)และประโยชน์ท่าน(สังคม)ไปพร้อมกัน    แสดงให้เห็นชัดเจนว่ากิจกรรมอาสาสมัครพนักงานมิได้จำกัดเฉพาะการสร้างกิจกรรมที่ดีต่อสังคมเท่านั้น  แต่ยังก่อให้เกิดประโยชน์ให้กับผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะของพนักงาน  เพราะการพัฒนาทรัพยากรเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาองค์กร  ประโยชน์ที่เกิดขึ้นในตัวพนักงานจากการทำกิจกรรมอาสาสมัครล้วนก่อให้เกิดแรงจูงใจภายในอันเป็นแรงขับเคลื่อนในการนำศักยภาพภายในของบุคคลได้ดีกว่าแรงจูงใจภายนอก   มีบริษัทหนึ่งที่ทำกิจกรรมช่วยเหลือเด็กที่อยู่ในโปรแกรมบำบัดการติดยา   มีพนักงานคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำตาว่า ลูกชายของเขาเคยได้รับการบำบัดจากโครงการนี้ เธอดีใจเหลือเกินที่ได้มีโอกาสเข้ามาตอบแทนความดีงามที่คนกลุ่มนี้ได้ให้กับครอบครัวเธอ และที่สำคัญเป็นโอกาสที่บริษัทของเธอเป็นผู้มอบให้   

อีกท่านหนึ่งที่ยอมรับว่า  เธอไม่เคยรู้สึกว่าภูมิใจในองค์กรมาก่อนเลย  แต่เมื่อองค์กรได้สนับสนุนให้เกิดกิจกรรมเพื่อสังคมในหลายรูปแบบ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  การเปิดโอกาสให้พนักงานอย่างเธอได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการทำความดีเพื่อสังคม  เธอจึงเกิดความภูมิใจในองค์กรที่มิได้มุ่งเฉพาะกำไร(กลับคืนบริษัทแม่ในต่างประเทศ) แต่ยังได้ทำสิ่งดีงามเพื่อตอบแทนสังคมไทยในเวลาเดียวกัน  สิ่งเหล่านี้คงเกิดขึ้นได้ยากยิ่งท่ามกลางการดำเนินธุรกิจหรือดำเนินชีวิตตามปกติ

        ความสุขที่บุคลากรในองค์กรธุรกิจได้รับจากเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมนั้น  เป็นความสุขที่มีความละเอียดลึกซึ้งกว่าความสุขที่ได้รับจากสินค้าหรือบริการ  เช่น  การรับประทานอาหารอร่อย  หรือจากการดูภาพยนตร์และฟังเพลง  ซึ่งเป็นความสุขที่อิงอาศัยสิ่งภายนอก  หากไม่มีอาหารหรือภาพยนตร์หรือเพลง  ความสุขเหล่านั้นก็ไม่เกิด  แต่ความสุขที่ได้รับจากการทำความดีกลับเป็นความสุขที่ไม่ต้องอิงอาศัยสิ่งภายนอก  เพราะเกิดจากการกระทำของเขาเอง  และเมื่อเขาได้ช่วยเหลือผู้คนในสังคมมากยิ่งขึ้น  ความสุขที่ได้รับก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น

        การช่วยเหลือเกื้อกูลกันยังดำรงอยู่ในวิถีชีวิต  เป็นวัฒนธรรมที่ดีงามของสังคมไทย และมิได้เป็นเพียงการแสดงออกภายนอกเท่านั้น  แต่สะท้อนความรู้สึกที่มาจากจิตใจภายในที่อยากช่วยเหลือ  ภาษาไทยจึงใช้คำว่า ใจ  อย่างกว้างขวาง   จิตอาสา หรือ อาสาสมัคร(ใจ) จึงเล็งถึงจิตใจที่ดีงามที่อยากช่วยเหลือและพร้อมที่จะแสงดออกหากมีความพร้อมทางด้านเงื่อนไขและเหตุปัจจัย   ปกติองค์กรธุรกิจจะจัดสรรเวลาและงบประมาณในการพัฒนาบุคลากรและช่วยเหลือชุมชนและสังคมอยู่แล้ว  หากองค์กรตระหนักถึงกิจกรรมอาสาพนักงานจะประสานสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน เช่น แทนที่จะจัดอบรมพนักงานเรื่องการสร้างทีมด้วยวิทยากรภายนอก  ก็จัดกิจกรรมให้พนักงานไปช่วยเหลือชุมชน  หรือการสังสรรค์ประจำปีของบริษัท  แทนที่จะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยการจัดเลี้ยงในโรงแรม  ก็อาจเปลี่ยนไปจัดร่วมกับชุมชนที่มีการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และได้เรียนรู้ชุมชนเข้มแข็ง ไปในเวลาเดียวกัน