ชุมนท้องถิ่นเป็นฐานที่กว้างมาก โดยประมาณเพื่อให้จำได้ง่าย คือ ๗๖ จังหวัด ๗๖๐ อำเภอ ๗๖๐๐ ตำบล และ ๗๖๐๐๐ หมู่บ้าน
มีองค์กรท้องถิ่นประมาณ ๘๐๐๐ องค์กร ทั้ง อบต. เทศบาล และ อบจ.
องค์กรท้องถิ่นเหล่านี้เรียกว่าอยู่เต็มประเทศ อยู่ใกล้ชิดประชาชน มีหน้าที่ในการพัฒนาทุกด้าน ที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่กำลังดีวันดีคืน หากได้รับความเข้าใจ เห็นคุณค่า และได้รับการส่งเสริมสนับสนุนชุมชนและท้องถิ่นร่วมกัน ก็สามารถพัฒนาอย่างบูรณาการทุกด้านทั้งเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม การศึกษา และสุขภาพ
ชุมชนเข้มแข็งเกิดจากการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ จะหยุดยั้งความชั่วต่าง ๆ และเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ ของงานทุกเรื่อง
ประชาธิปไตยชุมชนนั้น นอกจากแก้ปัญหาต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นประชาธิปไตยที่สะอาดและสมานฉันท์ อันช่วยให้ประชาธิปไตยระดับชาติมีคุณภาพดีขึ้นด้วย
ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นจึงเป็นความหวังของประเทศ ที่ทุกฝ่ายควรเข้ามาสร้างความเข้าใจและมีส่วนร่วม อย่างจริงใจ
สวัสดีคะ
เห็นด้วยคะ ว่าความเข้มแข็งของชุมชน เป็น ความหวังของประเทศชาติ เพราะ เป็นเหมือนฐาน เจดีย์ ดั่งเช่น ท่านนายแพทย์ประเวศ วะสี ได้กล่าวไว้ว่า เจดีย์ จะตั้งสง่า และสวยงามได้นั้น ฐานเจดีย์ ต้องเข้มแข็ง และ ปัจจุบันนี้ ส่วนหนุนเสริมที่จะทำให้ฐานแข็งแรง ก็มีอยู่มาก เช่น กองทุนสุขภาพตำบล ที่จะลงไปยังชุมชน ในการดูแลสุขภาพของตนเอง ขอบคุณคะ
กลไกหนึ่งที่ถือว่าเป็นกลไกใหม่ เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ คือ กลไก "สมัชชาสุขภาพ" ที่ถือเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายอย่างมีส่วนร่วมและสมานฉันท์ องค์ประกอบของเวทีต้องมีตัวแทนจาก ๓ ภาคส่วน คือ ภาควิชาการ ภาคการเมือง และภาคประชาชน
กลไกนี้ สามารถนำไปใช้เพื่อการสร้างชุมชนให้เข้มแข็งได้ โดยภาควิชาการ อาจใช้นักวิชาการ หรือส่วนราชการที่มีข้อมูลจริงของชุมชน ภาคการเมืองก็คือผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งนายก อบต. หรือนายกเทศมนตรี ส่วนภาคประชาชน ก็คือแกนนำของชุมชน หรือเจ้าของธุรกิจในชุมชนนั้น มาร่วมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อสร้างสรรค์ชุมชนของตนเองตามข้อมูลจริง
กลไกนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กำลังขยายแนวคิดไปยังพื้นที่ต่าง ๆ โดยความร่วมมือกับ สสส. สปสช. และหน่วยงานอื่น ๆ เช่น พอช. กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นต้น