ฉันไม่อยากขัดจังหวะความสุขของใคร แม้ว่าจะเป็นคนที่ไม่ถูกใจกันก็ตาม

เช้าวันหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้

ขณะที่ฉันกำลังเตรียมตัวพาหมาไปอึ เติมปุ๋ยให้สวนหย่อมในหมู่บ้านจัดสรรที่ฉันอาศัยอยู่

สายตาเหลือบไปเห็นคนข้างบ้าน ซึ่งมีความสัมพันธ์ต่อกันไม่ราบรื่นนัก พูดง่าย ๆ คือไม่ค่อยถูกกันนั่นเอง

ที่ผ่านมาฉันใช้วิธีนิ่งเฉย ไม่ทักทาย ไม่ด่าทอ

บ้านฉันและบ้านเขามีเรื่องกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย เรื่องราวเหล่านั้นก็จบไปแล้ว

เมื่อสื่อสารกันได้ไม่ดีนัก ฉันคิดว่าการนิ่งเฉยน่าจะดีที่สุด

ขณะนั้นคนข้างบ้านเขากำลังนั่งกินขนม ทอดสายตามองวิวหน้าบ้าน ท่าทางกำลังมีความสุข

ฉันหยุดชะงัก..

คิดว่า หากเขาเห็นฉันเดินจูงหมาออกไป คงหมดอารมณ์จะสุนทรีย์ต่อไป

ฉันเดินถอยหลังมาเอนกายกายลงบนโซฟา รอให้เวลาผ่านไป

ฉันไม่อยากขัดจังหวะความสุขของใคร แม้ว่าจะเป็นคนที่ไม่ถูกใจกันก็ตาม

ความรู้สึกของฉันในขณะนั้นนับว่าแปลก..

ฉันรู้สึกมีความสุข และยินดีกับความสุขเล็ก ๆ ของคนข้างบ้าน จะเรียกว่าปีติก็คงได้

ฉันคงทำได้เท่านี้แหละ จะให้ยิ้มหวานเข้าไปทักทายคงไม่ได้ ไม่อยากทำอย่างนั้นโดยไม่จริงใจ

ฉันไม่ได้เกลียดเขา แต่ไม่สามารถสื่อสารกันได้ดีนัก ไม่อยากฝืนใจตัวเอง

หลังจากนั้นฉันก็จูงหมาออกไปผลิตปุ๋ยอย่างมีความสุข ส่วนคนข้างบ้านหายไปไหนตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

ฉันเชื่อว่าหากคนเราสามารถมีความสุขเล็ก ๆ ง่าย ๆ ในชีวิตได้ โดยไม่ทำอะไรกระทบกระทั่งใคร โลกนี้คงเป็นสุขมากขึ้น

และฉันก็เชื่อว่าขณะที่คนมีความสุขอย่างที่เหมาะที่ควร คงไม่ไปสร้างความทุกข์ให้ใครต่อใคร  แถมยังเผื่อแผ่รังสีความสุขออกมาให้คนรอบข้างด้วย เหมือนอย่างที่ฉันได้รับความสุขจากคนข้างบ้านไง..