ผลิตภัณฑ์เหนือคำบรรยาย
เรียบเรียงโดย…นายวิโรจน์ แก้วเรือง
จากความทรงจำ ไหมได้รับสมญานามว่า “ราชินีแห่งเส้นใย” และเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วโลก ด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาการไหมได้นำมาใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะทางด้านการแพทย์ จนไหมได้รับการขนานนามว่า “เส้นใยสุขภาพ (Health Figer)”
ด้วยความเป็นเส้นใยจากธรรมชาติ ไหมจึงได้เปรียบเหนือกว่า ฝ้าย จากการทดลองพบว่า ไหมมีคุณสมบัติดีเยี่ยม ในการระบายอากาศ ดูดซับความร้อน ทำให้ร่างกายสบายมีการดูดซับน้ำ และระบายความชื้นได้ดี ไหมมีความสามารถดูดซับน้ำได้มากกว่าฝ้าย 1.5 เท่า แต่ระบายความชื้นออกเร็วกว่าถึง 50 % และดูดความร้อนไว้ได้สูงกว่า 13-21 % อุณหภูมิของร่างกายมนุษย์ปกติจะอยู่ระหว่าง 33.3-34.20 ซ. ที่บริเวณต้นขาและเต้านม เมื่อมีการสวมใส่เสื้อผ้าฝ้ายร่างกายจะมีอุณหภูมิถึง 35.20 ซ. ดังนั้นจะเห็นว่า การสวมใส่เสื้อผ้าไหมทำให้ผู้สวมใส่อบอุ่นในฤดูหนาว และเย็นสบายในฤดูร้อน ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะเวลาสวมใส่
เส้นไหมประกอบด้วย กรดอมิโนมากกว่า 10 ชนิด ซึ่งคล้ายคลึงกับของมนุษย์ การสวมใส่เสื้อผ้าไหมสามารถลดอาการของโรคผิวหนัง เช่น อาการแพ้ เป็นผื่นแดง อาการคัน ได้มากกว่า 80 % นอกจากนั้นไหมยังป้องกันอันตรายจากแสงอุลตร้าไวโอเลต เพราะผ้าไหมจะดูดซับรังสีไว้ และไม่ก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตย์ ไหมมีจุดติดไฟที่อุณหภูมิ 300-4000 ซ. ในขณะที่เส้นใยชนิดอื่น จะติดไฟที่ประมาณ 200 0 ซ. แม้ว่าไหมจะไหม้ไฟ ก็ไม่ก่อให้เกิดก๊าซที่เป็นอันตราย
แม้ว่าเส้นใยสังเคราะห์จะมีเป็นจำนวนมาก แต่ความต้องการเส้นใยไหมก็ยังคงมีอีกมาก ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
มนุษย์ โดยทั่วไปจะใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตประจำวันด้วยการนอน ดังนั้นการใช้จ่ายในการหาวัสดุที่เหมาะสมและทำให้ร่างกายสบาย เช่น ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ชุดนอน จึงทวีความสนใจและเอาใจใส่มากขึ้น ก่อนนั้นผ้าไหมมีราคาแพง ต่อมามีการพัฒนาการผลิตทำให้ไหมมีราคาถูกลง จนผลิตภัณฑ์จากไหมเข้าไปสู่ชีวิตประจำวันในครอบครัว ของประชาชนทั่วไป ไม่เพียงกษัตริย์ เศรษฐีหรือผู้สูงศักดิ์ เท่านั้น
ที่มา : A nonymous, Production lllustration,Zhenjiang Dongfang Silkworm Egg
Development Company of the Sericultural Research Institute of the Chinese
Academy of Agricultural Sciences,Jiangsu,2 pp
ตอบ คุณ sandysine
ขออภัยที่ตอบช้าครับ และขอขอบคุณมากครับ ด้วยกำลังใจของคุณ รัฐบาลเห็นความสำคัญ จึงยกฐานะจากสถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็น กรมหม่อนไหมแล้วครับ