ความสุขที่ได้แบ่งปันรอยยิ้มให้ใครบางคนที่เรามองไม่เห้นแต่ก็แฮปปี้สุดๆ
         ช่วงนี้ใกล้จะสอบแล้ว  แต่ดิฉันยังไม่มีสมาธิเลย  เวลาอ่านหนังสือก็น้อย  หรือเป็นเพราะว่าดิฉันแบ่งเวลาไม่เป็นกันแน่จึงนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อทำให้ตัวเองดูดี (อิอิ) 
         วันที่ 20  เมษายนที่จะถึงนี้จะเป็นวันที่เพื่อนพ้องน้องพี่ผู้ร่วมอุดมการวิชาชีพครู  ต้องไปวัดดวง  อุ้ย!! ต้องบอกว่าวัดความรู้  เพื่อสอบบรรจุเข้ารับราชการครูกรุงเทพมหานคร  เนื้อหาที่ออกข้อสอบก็จะมีวิชาความรู้ทั่วไป  ความรอบรู้/วิชาชีพ  และวิชาเอก  ซึ่งการจะเป็นครูที่ดีนั้นมันลำบากเหมือนกันนะคะ  ต้องรู้ทุกอย่างเลย  การเป็นคนใฝ่รู้จึงเป็นวิสัยที่ผู้ที่จะเป็นครูควรปฏิบัติ  ดิฉันคิดอย่างนั้น    
         พอถึงวันสอบดิฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะพร้อมหรือเปล่า  แต่ก็จะพยายามจนสุดความสามารถ  ไม่ใช่เพื่อใครหรอกค่ะ   แต่เพื่อตัวเอง   เพื่อนดิฉันบางคนบอกว่าต้องสอบให้ได้เพื่อคุณพ่อคุณแม่  แต่ดิฉันว่ามันเป็นข้ออ้างมากกว่า  การจะทำอะไรซักอย่างสิ่งสำคัญคือตัวเราเองมากกว่า  เพราะคนที่พยายามและทำก็คือตัวของเรา  แต่ไม่ใช่ว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่สำคัญนะคะ  สำคัญเหมือนกันเพราะท่านคือแรงผลักดันให้เราเดินทางไปให้ถึงจุดหมายนั้นต่างหาก......  
         ปีนี้จะดูดวงดีมั้ย  คำถามนี้เริ่มถามตัวเองและรอคอยกับคำตอบที่ตัวเองต้องตอบ  สุดท้ายคำตอบที่ได้รับคือ  ดูไปทำไม ดูหนังสือไม่ดีกว่าหรือ  แต่มันก็ขัดแย้งนะคะสำหรับคนที่ชอบดูดวงอย่างดิฉัน(คนมันชอบ  55555+)  เพื่อนๆชวนเหมือนกันแต่ขี้เกียจไปเพราะดูมาก็ต้องไม่สบายใจ  แล้วเรื่องอะไรจะไปดู (อิอิ...)   สุดท้ายก็เลยมานั่งเขียนบันทึกแก้เครียดดีกว่า   ได้ผลนะคะ  เพราะมันทำให้ดิฉันยิ้มออกและเริ่มนึกถึงอาจารย์พินิจ  คุณขจิต  และน้องจิสุดแสนจะน่ารักที่ทำให้โลกทั้งใบเป็นสีชมพู   ปลื้มมากคะ  ดิฉันชอบคนเก่งและอยากเป็นคนเก่งแบบบุคคลทั้งสาม  แต่มันยากจังเลย  แต่ก็จะพยายามให้ถึงที่สุดพร้อมกับบอกตัวเองว่าเราต้องสู้  และ สู้ สู้  จึงจะชนะตัวเอง  สำหรับวันนี้มีความสุขในระดับหนึ่ง   ความสุขที่ได้แบ่งปันรอยยิ้มให้ใครบางคนที่เรามองไม่เห้นแต่ก็แฮปปี้สุดๆ  แค่นี้ก็สุขใจแล้ว  บายนะคะ..........
          สุดท้ายของสุดท้าย  อิอิ... ขอความกรุณาเพื่อนนักอ่านทุกอ่านบอกเคล็ดลับการทำสมาธิเพื่อเป็นวิทยาทานแก่เด็กน้อยตาดำดำ  หุหุ  (ตาดำจริงนะคะ  แต่ตัวไม่น้อยแล้ว  อิอิ...) อีกอย่างนึงนะคะที่อยากจะขอก็คือ..  ขอเคล็ดลับวิธีการแบ่งเวลาในการทำงานและการอ่านหนังสือรวมทั้งการทำกิจกรรมต่างๆ เพราะทุกคนได้เวลามาเท่ากันแต่การแบ่งเวลาของแต่ละคนนั้นต่างกัน  ซึ่งหากดิฉันอยากได้เวลามากกว่าคนอื่นดิฉันก็จะตื่นแต่เช้าแล้วเพื่อนๆล่ะคะแบ่งเวลาอย่างไร    เผื่อดิฉันและเพื่อนๆในเศรษฐบุตรบำเพ็ญจะขอนำเคล็ดลับดีดีไปใช้บ้างก็อย่าว่ากันนะคะ