ความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบ 5E
รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5 E (Inquiry Cycle) หรือกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญดังนี้ (สสวท. 2546 : 219 – 220)
1) ขั้นสร้างความสนใจ (engagement) เป็นการนำเข้าสู่บทเรียนหรือเรื่องที่สนใจ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเองจากความสงสัย หรืออาจเริ่มจากความสนใจของตัวนักเรียนเองหรือเกิดจากการอภิปรายภายในกลุ่ม เรื่องที่น่าสนใจอาจมาจากเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในช่วงเวลานั้น หรือเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับความรู้เดิมที่เพิ่งเรียนรู้มาแล้ว เป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนสร้างคำถาม กำหนดประเด็นที่จะศึกษาในกรณีที่ยังไม่มีประเด็นใดที่น่าสนใจ ครูอาจให้ศึกษาจากสื่อต่าง ๆ หรือเป็นผู้กระตุ้นด้วยการเสนอประเด็นขึ้นมาก่อน แต่ไม่ควรบังคับให้นักเรียนยอมรับประเด็นหรือคำถามที่ครูกำลัง
สนใจเป็นเรื่องที่จะใช้ศึกษา
เมื่อมีคำถามที่น่าสนใจและนักเรียนส่วนใหญ่ยอมรับให้เป็นประเด็นที่ต้องการศึกษาจึงร่วมกันกำหนดขอบเขตและแจกแจงรายละเอียดของเรื่องที่จะศึกษาให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น อาจรวมทั้งการรวบรวมความรู้ประสบการณ์เดิม หรือความรู้จากแหล่งต่าง ๆ ที่จะช่วยให้นำไปสู่ความเข้าใจเรื่องหรือประเด็นที่จะศึกษามากขึ้น และมีแนวทางที่ใช้ในการสำรวจตรวจสอบอย่างหลากหลาย
2) ขั้นสำรวจและค้นหา (exploration) เมื่อทำความเข้าใจในประเด็นหรือคำถามที่สนใจจะศึกษาอย่างถ่องแท้แล้ว ก็มีการวางแผนกำหนดแนวทางการสำรวจตรวจสอบ ตั้งสมมติฐาน กำหนดทางเลือกที่เป็นไปได้ ลงมือปฏิบัติเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อสนเทศ หรือปรากฎการณ์ต่าง ๆ วิธีการตรวจสอบอาจทำได้หลายวิธี เช่น ทำการทดลอง ทำกิจกรรมภาคสนาม การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยสร้างสถานการณ์จำลอง(simulation) การศึกษาหาข้อมูลจากเอกสารอ้างอิงหรือจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลอย่างเพียงพอที่จะใช้ในขั้นต่อไป
3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป(explanation) เมื่อได้ข้อมูลอย่างเพียงพอจากการสำรวจตรวจสอบแล้ว จึงนำข้อมูล ข้อสนเทศที่ได้มาวิเคราะห์ แปลผล สรุปผลและนำเสนอผลที่ได้ในรูปต่าง ๆ เช่น บรรยายสรุป สร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ หรือรูปวาด สร้างตาราง ฯลฯ การค้นพบในขั้นนี้อาจเป็นไปได้หลายทาง เช่น สนับสนุนสมมติฐานที่ตั้งไว้ โต้แย้งกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ หรือไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ได้กำหนดไว้ แต่ผลที่ได้จะอยู่ในรูปใดก็สามารถสร้างความรู้และช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้
4) ขั้นขยายความรู้ (elaboration) เป็นการนำความรู้ที่สร้างขึ้นไปเชื่อมโยงกับความรู้เดิมหรือแนวคิดที่ได้ค้นคว้าเพิ่มเติมหรือนำแบบจำลองหรือข้อสรุปที่ได้ไปใช้อธิบายสถานการณ์หรือเหตุการณ์อื่น ๆ ถ้าใช้อธิบายเรื่องต่าง ๆ ได้มากก็แสดงว่าข้อจำกัดน้อย ซึ่งก็จะช่วยให้เชื่อมโยงกับเรื่องต่าง ๆ และทำให้เกิดความรู้กว้างขวางขึ้น
5) ขั้นประเมิน (evaluation) เป็นการประเมินการเรียนรู้ด้วยกระบวนการต่าง ๆ ว่านักเรียนมีความรู้อะไรบ้าง อย่างไร และมากน้อยเพียงใด จากขั้นนี้จะนำไปสู่การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่น ๆ
การนำความรู้หรือแบบจำลองไปใช้อธิบายหรือประยุกต์ใช้กับเหตุการณ์หรือเรื่องอื่น ๆ จะนำไปสู่ข้อโต้แย้งหรือข้อจำกัดซึ่งจะก่อให้เป็นประเด็นหรือคำถาม หรือปัญหาที่จะต้องสำรวจตรวจสอบต่อไป ทำให้เกิดเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ จึงเรียกว่า Inquiry Cycle กระบวนการสืบเสาะหาความรู้จึงช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ทั้งเนื้อหาหลักและหลักการ ทฤษฎี ตลอดจนการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้ได้ความรู้ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ต่อไป
วิชาสุขศึกษาเป็นอีกวิชาหนึ่งที่ควรใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ทั้ง 5 ขั้นตอน เพื่อพัฒนาผู้เรียนรอบด้าน
ตัวอย่างการนำกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ 5E ไปใช้ในวิชาสุขศึกษา เช่น
แผนการจัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สุขภาพดีชีวีมีสุข หน่วยย่อยที่ 1 ความสำคัญของอาหาร แผนการเรียนรู้ที่ 13 เรื่อง อาหารหลัก 5 หมู่ เวลา 1 ชั่วโมง
สอนโดย นางวีณา มิตรยอดวงศ์ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
สาระที่ 4 : การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกันโรค
มาตรฐาน พ 4.1 เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดำรงสุขภาพ
การป้องกันโรค และการสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ
1. สาระสำคัญ
อาหารที่เรารับประทานทั้งที่ปรุงจากพืชหรือสัตว์ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกาย เราสามารถแบ่งอาหารออกเป็น 5 กลุ่ม ตามสารอาหารที่มีอยู่ในอาหาร ทุก ๆ มื้อเราความรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ จึงจะครบตามความต้องการสารอาหารของร่างกาย ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งอาจเกิดความบกพร่องต่อร่างกายได้
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 นักเรียนสามารถบอกคุณค่าของอาหารในแต่ละหมู่ได้
2.2 เมื่อกำหนดรายการอาหารให้นักเรียนสามารถจำแนกส่วนประกอบของอาหารตามประเภทของสารอาหาร 5 หมู่ได้
2.3 นักเรียนเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ในแต่ละวันได้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 อาหารหลัก 5 หมู่
- หมู่ที่ 1 โปรตีน ได้จาก เนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว นม ฯลฯ
- หมู่ที่ 2 คาร์โบไฮเดรต ได้จาก ข้าว แป้ง เผือก มัน น้ำตาล
- หมู่ที่ 3 วิตามิน ได้จาก ผักต่าง ๆ
- หมู่ที่ 4 เกลือแร่ ได้จาก ผลไม้ต่าง ๆ
- หมู่ที่ 5 ไขมัน ได้จาก ไขมันพืช ไขมันสัตว์
3.2 คุณค่าของอาหารหลักทั้ง 5 หมู่
4. กระบวนการจัดการเรียนรู้
นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ครูตรวจและแจ้งผลคะแนนให้นักเรียนทราบ โดยที่ยัง ไม่ต้องเฉลย และบันทึกผล ลงในแบบบันทึกพฤติกรรมและผลงานรายบุคคลลงในแบบบันทึก
4.1 ขั้นปลุกเร้าความสนใจ(กระตุ้นสมอง)
4.1.1 สนทนาซักถามนักเรียนในเรื่องการับประทานอาหารของนักเรียน
- ก่อนมาโรงเรียนนักเรียนได้รับประทานอาหารเช้าหรือไม่
(ครูแนะนำให้นักเรียนได้เห็นความสำคัญของอาหารเช้าที่มีผลต่อพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกายและสมอง)
- อาหารเช้าของนักเรียนมีอะไรบ้าง
- ในแต่ละวันนักเรียนรับประทานอาหารกี่มื้อ
- นักเรียนชอบรับประทานอะไรมากที่สุด
4.1.2 ร่วมกันร้องเพลง “มากินข้าวสิ”
เพลง “มากินข้าวสิ”
มากินข้าวสิ มากินข้าวสิ กับดี ๆ กับดี ๆ มีทั้งแกงและต้มยำ ๆ อำ อ่ำ อำ ๆ
พร้อมกับทำท่าประกอบ
4.2 ขั้นสำรวจและแสวงหาคำตอบ
4.2.1 ครูนำอาหารหลาย ๆ อย่าง เช่น ข้าว ผัก ผลไม้ มันหมู ฯลฯ และอาหารจานเดียว (ครูควรเลือกอาหารตามฤดูกาล อาหารพื้นบ้าน เน้นให้รู้จักประหยัด) สนทนาซักถาม
- มีอาหารอะไรบ้าง
- อาหารแต่ละอย่างมีส่วนประกอบอะไรบ้าง
- นักเรียนชอบรับประทานอาหารอะไรบ้าง
4.2.2 นักเรียนแบ่งกลุ่ม ออกเป็นกลุ่มละ 4-5 คน โดยให้แต่ละกลุ่มประกอบไปด้วยนักเรียนที่มีศักยภาพการเรียนรู้สูง ปานกลาง ต่ำ ให้แต่ละกลุ่มเลือกประธานกลุ่ม รองประธานกลุ่ม และเลขานุการ โดยไม่ซ้ำคนเดิม
4.2.3 แต่ละกลุ่มรับชุดกิจกรรม เรื่อง อาหารหลัก 5 หมู่ ซึ่งในชุดกิจกรรมจะประกอบด้วย ใบความรู้และใบงานเพื่อฝึกปฏิบัติกิจกรรม
4.2.4 นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามหัวข้อที่กำหนดให้ และทำแบบฝึกกิจกรรมในแต่ละชุดทีละแบบฝึกกิจกรรม เสร็จแล้วครูเฉลยไปให้สมาชิกภายในกลุ่มแลกเปลี่ยนกันตรวจแบบฝึกแต่ละชุด ประธานกลุ่มบันทึกผลคะแนนการทำแบบฝึกเสริมทักษะของสมาชิกแต่ละคนลงในแบบบันทึกคะแนนรายบุคคล
(ครูช่วยเหลือในการอ่านใบความรู้และอธิบายคำสั่งต่าง ๆ ในใบงาน เพราะนักเรียนยังอ่านไม่คล่อง)
4.3 อภิปรายและลงข้อสรุป
4.3.1 ร่วมกันสรุปการปฏิบัติงานและร่วมกันสร้างองค์ความรู้ ครูสรุปเพิ่มเติมได้ข้อสรุปว่า“อาหารหลัก ๕ หมู่ หมายถึงอาหารที่กินเข้าไปแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยทำให้ร่างกายเจริญเติบโตและแข็งแรง ดังนั้นเราจึงควรกินอาหารทุกวันอย่างน้อยวันละ ๓ มื้อ คือ มื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อเย็น โดยคำนึงถึงอาหารหลัก ๕ หมู่ เป็นสำคัญด้วย”
4.4 ขยายความรู้/มโนทัศน์
4.4.1 นักเรียนร่วมกันอ่านหนังสือส่งเสริมการอ่าน เรื่อง อาหารหลัก 5 หมู่ แล้วช่วยกันสรุปเรื่องที่อ่าน
4.4.2 นำอาหารจานเดียว(ข้าวผัด)มาให้นักเรียนดูและช่วยกันแยกแยะว่าส่วนประกอบแต่ละส่วนจัดเป็นอาหารในหมู่ไหนบ้าง มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง
4.4.3 ฝึกอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากบัตรคำ เช่น rice(ข้าว) ,fried rice(ข้าวผัด) ฯลฯ
4.5 ประเมินและการนำไปใช้
4.5.1 สนทนาซักถามเกี่ยวกับการนำความรู้ในเรื่องอาหารหลัก 5 หมู่ไปใช้ในชีวิตประจำวันของนักเรียน ว่าจะเลือกรับประทานอาหารอย่างไรจึงจะทำให้ได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่
4.5.2 นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนโดยใช้แบบทดสอบแบบปรนัยชนิด
3 ตัวเลือกจำนวน 10 ข้อ เพื่อประมวลผลการเรียนรู้และเปรียบเทียบผลคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อทราบผลการพัฒนา
5. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้
5.1 เพลง “มากินข้าวสิ”
5.2 อาหารหลาย ๆ อย่าง เช่น ข้าว ผัก ผลไม้ มันหมู ฯลฯ และอาหารจานเดียว
5.3 ชุดกิจกรรม เรื่อง อาหารหลัก 5 หมู่
5.4 หนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง อาหารหลัก 5 หมู่
6. การวัดผลประเมินผล
|
วิธีการวัดผล/ประเมินผล |
เครื่องมือที่ใช้ |
เกณฑ์การวัด |
|
1. ทดสอบก่อน/หลังเรียน - ความรู้ความเข้าใจ
2. สังเกต - การพูดแสดงความคิดเห็น - การพูดอภิปราย - การตอบคำถามปากเปล่า - การช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน - ความสนใจใฝ่รู้ใฝ่เรียน 3. ตรวจผลงาน - ความถูกต้องสมบูรณ์ของเนื้อหา |
- แบบทดสอบก่อน/หลังเรียน แบบทดสอบแบบปรนัย ชนิด 3 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ - แบบสังเกตพฤติกรรม 4 ระดับ ดีมาก ระดับ 4 ดี ระดับ 3 พอใช้ ระดับ 2 ปรับปรุง ระดับ 1 - แบบประเมินผลงาน 4 ระดับ ดีมาก ระดับ 4 |
ได้คะแนนคิดเป็นร้อยละ 70 และมีผลการพัฒนาเป็น +
มีพฤติกรรม > ระดับ 3
มีผลงาน |
ขอบคุณค่ะ ขออนุญาตนำไปเป็นตัวอย่างในรายงานเรื่องการสอนแบบ 5Es นะคะ
ขอบพระคุณค่ะ ขออนุญาตนำไปเป็นตัวอย่าง ในการทำแผน 5E เรื่อง ยาเสพติด นะคะ