สวัสดีครับ ท่านจอมยุทธแห่งอีสาน ท่านทั้งหลายล้วนเป็นผู้นำชุมชน ถ้าเราคิดและมองถึงภาระหน้าที่จะเห็นโจทย์ที่ว่า สภาพชุมชนท้องถิ่นทั่วไปของเรากำลังโยกคลอนด้วยกระแสปั่นป่วนต่างๆ ทุกคนทุกฝ่ายพยายามช่วยเหลือการพัฒนาชนบท แต่พวกเราก็อ่อนแอพึ่งตนเองไม่ได้มากขึ้นๆ พูดภาษาชาวบ้านเรียกว่า

เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ

ถ้าเรามองดูตัวเอง ที่อาสาเข้ามาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาหมู่บ้านของเรา ถ้าเราทำอะไรไม่ได้ผลเท่าที่ควร เราก็จะเป็นผู้นำลูกบ้านที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อนั่นเอง ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เราจึงต้องมากินมานอนคุยกันในประเด็นนี้ด้วย

ในการอบรมอะไรก็ตาม เดี๋ยวนี้พวกเราไม่ค่อยใส่ใจที่จะเรียนรู้ แต่ก็ไม่ได้โทษท่านฝ่ายเดียวหรอกนะ บางที่ผู้จัดหรือโครงการอบรมต่างๆก็จัดห่วยแตกแบบขอไปที ไม่น่าสนใจ ไม่รับผิดชอบ ไม่เข้าเค้าเข้าถึง ไม่ศึกษาให้รู้ถึงปัญหาและความต้องการที่ถูกที่ควรของชุมชน ส่วนมากจะเอาเงินมาล่อ ได้เบี้ยเลี้ยงได้ค่ารถได้กินเที่ยว เฮฮาแล้วก็กลับไปด้วยสำนึกที่ว่างเปล่า เอาไปนินทาลับหลัง

มันก็ไอ้แค่นั้นแหละ ไอ้พวกจัดอบรม

ถ้าโดนข้อครหานี้ ผมก็คงหนีไม่พ้นไอ้พวกเหยียบขี้ไก่ฝ่อเช่นเดียวกัน

  

ในฐานะท่านเป็นผู้นำ เป็นพ่อแม่คน เป็นคนที่ชาวบ้านเคารพนับถือ ไม่มีเหตุผลว่า เราจะมาอบรมกันเล่นๆเพื่ออะไร เราไม่ใช่เด็กแล้วนะ และเราก็ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่เหลวไหลใช่ไหม? ดังนั้นถ้าเราไม่ร่วมใจอบรมให้เกิดประสิทธิภาพ เราก็จะแก่แต่อายุ ส่วนสำนึกรับผิดชอบคงอยู่ระดับเด็กอมมือ!!

ถามว่า 4-5 วันนี้ เราจะทำอะไรกัน

ขอตอบว่า เราจะมาทำบุญครั้งยิ่งใหญ่

ทำบุญให้ตัวเอง ให้ลูกหลาน ให้ชุมชน ให้หน่วยงานที่สนับสนุน และถวายประชาอาสา บูชาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันที่เคารพรักยิ่งของเรา

ถ้าใครทำจริง ตั้งใจจริงก็จะได้บุญ บุญที่ได้ก็คือ การนำพาตัวเองสู่โลกความคิด ความรู้ ความจริง ได้ใช้สติปัญญาแห่งตนทบทวนวิธีที่จะดำเนินชีวิตและสังคมตามแนวทางพระราชดำริ ถ้าทุ่มเทอย่างจริงจัง สิ่งที่ได้ที่เกิดจะส่งผลไปถึงความดีงามที่ปรากฎ ว่าแตกต่างกว่าที่คิดและทำตามใบสั่งอย่างไร ตระหนักได้ด้วยตัวเองว่าอันไหนคือคำตอบ ที่กาเครื่องหมายถูก และกาเครื่องหมายผิด

ถ้าใครทำไม่จริง ก็จะบาป บาปก็คือเสียเวลา เสียงบประมาณ เสียปัจจัยทุกฝ่ายที่เขาส่งเสริมและสนับสนุนเรา เสียโอกาสของตัวเอง ที่จะนำความรู้ที่ถูกที่ควรไปชวนลูกหลานคิดใหม่ทำใหม่ ที่ซ้ำร้ายคือเสียสันดานในการที่จะเรียนรู้ เป็นพวกมนุษย์อีแอบ ลับๆล่อๆ ดึงเอาชีวิตและสังคมลงเหว

เรื่องต้นไม้น่าจะเป็นจุดตั้งต้นที่ดี ที่จะเอามาเป็นจุดคิดเพื่อการพัฒนา ทราบว่าเมื่อคืนนี้ลมร้อนบุกอำเภอขุขันธ์ พายุพัดบ้านเรื่องกระจุยไป300หลังคาเรือน ..จะมีใครคิดบ้างไหมว่า ถ้าเราปลูกต้นไม้ยืนต้นมากๆ กำแพงธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยบรรเทาพายุหน้าร้อนได้อย่างนี้ นี่เป็นเพียงเรื่องที่กระทบเห็นๆสดๆร้อนๆ ประโยชน์และคุณค่าของป่าไม้มีคุณค่าอเนกอนันต์

แต่ผมแปลกใจว่า ทำไม

พวกเราชาวบ้าน

องค์กรชุมชน

หน่วยงานต่างๆ

ถึงไม่ตระหนักในคุณค่าและพลังจากธรรมชาติอย่างจริงจัง

โจทย์ ในการอบรมจึงขอเน้นเรื่องการทำความรู้จักธรรมชาติในระดับชุมชน ว่าพวกเราจะสามารถทำอะไรได้บ้าง ในระยะต้น ระยะกลาง และระยะยาว ช่วยกันคิด ช่วยกันสะท้อน เรื่องพวกนี้มีอยู่ในใจของทุกท่านอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้ออกมาเสวนากันอย่างเทหัวใจ ขอได้ไหม? มีความรู้เท่าไหร่ หยิบออกมากองกัน

สถานที่นี้ มีเรื่องราวมากมาย มีต้นไม้ ป่าไม้ สัตว์เลี้ยง ผักหญ้าต่างๆ แม้แต่อาคารที่อยู่นี้ก็เป็นตัวอธิบายเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงได้อยู่แล้ว เพราะเราสร้างเอง อัดอิฐดินซีเมนต์เอง ไม้ที่เรานำมาก่อสร้าง ก็มาจากการปลูกเองเมื่อ20-30 ปีที่แล้ว และขอกระซิบว่าที่นี่มีเทพจ้องดูเราอยู่

ท่านชื่อว่าฤๅษีตาไฟ!

ไม่เชื่อก็ได้นะ แต่ไม่ควรลบหลู่

ออกจากห้องนี้ไปชวนกันหาดอกไม้ไปกราบท่านเสีย

เพี๊ยง! อย่าให้ลูกช้างตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเลยเจ้าประคุณ สมัยนี้ พริกมันแพง ! !