ใจที่เปี่ยมด้วยความเข้าใจโลกและชีวิต ย่อมใช้ชีวิตอย่างเกิดประโยชน์และเป็นสุข

 

 

 

 

                    ขณะที่พวกเรากำลังใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ  รับรู้ว่า เช้าแล้ว ค่ำแล้ว ไปทุกเมื่อเชื่อวัน  เคยอยากรู้กันบ้างไหมคะว่า ขณะนี้

  • เราเดินทางมาถึงหลักกิโลเมตรที่เท่าไรแล้วของชีวิต (ซึ่งผู้เขียนเชื่ออยู่ลึก ๆ ว่าคำตอบ คงมิได้แปรผันตรงกับอายุ ซะทีเดียวหรอกค่ะ)
  • ตลอดระยะเวลาที่เดินทางมานั้น  ได้อะไรติดไม้ติดมือกันมาบ้าง

                   ในขณะที่กำลังหาความหมายของชีวิตอยู่นั้น  ผู้เขียนไปสะดุดกับ "ความละเมียด"  ทางความคิดของท่านพี่ครูอึ่ง   dd_L ในขณะที่ท่านได้บันทึกความเห็นไว้ ที่นี่ ค่ะจึงขออนุญาตนำผลที่ได้จากการเรียนรู้ระหว่างทางเดินชีวิตของท่าน มาถ่ายทอดต่อเพื่อเป็นวิทยาทานค่ะ (โดยได้แจ้งขออนุญาตกับท่านแล้วค่ะ)

  • ใจที่พร้อมจะเรียนรู้  ย่อมจะยินดีรับฟังและคิดใคร่ครวญ ทั้งสิ่งที่เหมือนและแตกต่างจากสิ่งที่เคยรู้มาก่อน
  • ใจที่อ่อนน้อม  ย่อมพร้อมจะเรียนรู้จากทุกสรรพสิ่ง
  • ใจที่อ่อนโยน  ย่อมมองเห็นคุณค่าของทุกสรรพสิ่ง  และพร้อมจะชื่นชมยินดี ในความดีงาม  ทั้งของผู้อื่นและของตนเอง
  • ใจที่เพียงพอ  ย่อมพร้อมที่จะลดในส่วนของตน  เพื่อนเพิ่มในส่วนของผู้อื่น  ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน
  • ใจที่เปี่ยมด้วยความรัก  ย่อมพร้อมจะให้  พร้อมจะเข้าใจผู้อื่น
  • ใจที่เปี่ยมด้วยความเข้าใจโลกและชีวิต  ย่อมใช้ชีวิตอย่างเกิดประโยชน์และเป็นสุข
  • เชื่อว่า  "ใจ"  ที่มีคุณภาพเช่นนี้ สามารถจะเรียนรู้ และพัฒนาความรู้ได้ไม่รู้จบ  และจะเป็นความรู้ที่เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
  • เรื่องราวของชีวิต  คงยากจะหาคำตอบที่เป็นสูตรสำเร็จ  หรือมีคำตอบที่ถูกต้องสมบูรณ์เพียงหนึ่งเดียว  คำตอบของพี่  จึงเป็นเพียงอีกหนึ่งมุมมองของคน  ที่ยังอยู่ในระหว่างเส้นทางของการเรียนรู้เท่านั้นค่ะ

                    อ่านแล้วก็ต้องอ่านซ้ำอีกหลาย ๆ รอบ  อ่านจบหลายวันแล้ว  แต่ต้องขอเก็บไป "ขบ"  ให้ดีเสียก่อนจึงค่อยหาญกล้าที่จะเขียนบันทึกนี้  

                    และหากใครยังไม่ทราบว่า... จะทำอย่างไรกับเวลาที่เหลืออยู่... ผู้เขียนขอแนะนำให้  อ่าน  บันทึกนี้  โดยท่านอาจารย์  Handy  ค่ะ

                   ท้ายนี้  ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์พินิจ  พันธุ์ชื่น  ที่ช่วยชี้ทางใหม่ให้ใจสูง   และขอคารวะความคิดของ พี่ครูอึ่ง หรือ  dd_L  ที่ยังประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์  อย่างน้อยก็ช่วยเป็นเครื่องมือวัดระยะทางให้กับชีวิตของผู้เขียนได้คนหนึ่งหล่ะค่ะ 

ขอบคุณค่ะ