AnthroCat-Thailand
นาย ปรัชญาณินทร์ วงศ์อทิติกุล

การจัดการทะเบียนการเกิดของบุคคลของกลุ่มผู้ลี้ภัยประเทศพม่าในประเทศไทย


ดังนั้น หน่วยงานนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงเป็นตัวอย่างของรูปแบบของการจัดการงานทะเบียนบุคคลที่สามารถจะกลายเป็นมาตรฐานที่ดีสำหรับป้องกันการเกิดขึ้นของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ เพราะไม่มีเอกสารพิสูจน์ตน

การเดินทางไปจังหวัดตากในครั้งนี้ ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยม คลินิกแม่ตาว เป็นครั้งแรก และได้รู้ได้เห็นถึงความทุกข์ยากของชาวพม่า (โดยไม่ขอแยกว่ากลุ่มชาติพันธุ์ใด) ที่ต่างเข้ามาขอรับความช่วยเหลือทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข เช่น เจ็บป่วย อุบัติเหตุ โรคด้านจิตใจ การคลอดบุตร หรืออื่น ๆ ที่เป็นการให้การรักษาพยาบาลแบบพื้นฐานทั่วไปไม่รวมการผ่าตัดใหญ่ เพราะทางคลินิกแม่ตาวไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สามารถทำการผ่าตัดใหญ่ได้

คลินิกแม่ตาว ก่อตั้งโดยคุณหมอหญิงนามว่า ดร. ซินเธีย หม่อง (Dr. Cynthia Maung) เธอเป็นชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในพม่า แต่ด้วยเหตุการณ์ทางการเมืองของประเทศพม่าที่เกิดความขัดแย้งและต่อสู้กันระหว่างรัฐบาลทหารพม่ากับกลุ่มนักศึกษา ทำให้คุณหมอจำต้องหนีออกนอกประเทศพม่าและมาอาศัยลี้ภัยทางการเมืองที่ประเทศไทยและได้ก่อตั้งคลินิกนี้ขึ้น เพื่อคอยให้การรักษาแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ทางการเมือง

การไปเยือนที่แห่งนี้ ทำให้ผมได้ทราบว่า คนไข้ที่เข้ามารับการรักษาเป็นชาวพม่าทั้งสิ้น ทั้งที่เป็นแรงงานอยู่ในจังหวัดตากและทั้งที่ผ่านด่านข้ามประเทศมาเพื่อเข้ารับการรักษาโดยตรง

ถึงแม้ว่ากลุ่มแรงงานชาวพม่าที่ทำงานอยู่ฝั่งประเทศไทยจะมีสวัสดิการตามกฎหมายแรงงานที่สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรัฐของประเทศไทยได้ก็ตาม แต่พวกเขากลับมุ่งมาที่คลินิกแห่งนี้มากกว่า เพราะการที่พวกเข้าพูดภาษาไทยไม่ได้ สื่อสารไม่รู้เรื่อง มักจะมีปัญหากับคุณหมอคนไทยที่ทำงานในโรงพยาบาลไทยอยู่เสมอ และรวมไปถึงต้องการหลีกหนีการดูถูกที่มีต่อ แรงงานพม่า อีกด้วย

ดังนั้น การมุ่งมารักษาตัวที่คลินิกแม่ตาวจึงเป็นทางเลือกทางเดียวที่จะได้รับการรักษาแบบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเห็นอกเห็นใจในความเป็นมนุษย์ด้วยกันเอง และที่สำคัญพูดคุยกันรู้เรื่อง เพราะเจ้าหน้าที่ในคลินิกส่วนมากเป็นชาวพม่า แต่ก็มีคนไทยที่เป็นอาสาสมัครทำงานในที่คลินิกแห่งนี้ด้วย

การดำเนินงานของคลินิกแม่ตาวเป็นการให้บริการและช่วยเหลือการแพทย์แบบไม่คิดค่าบริการ ฟรีทุกประการ (free of charge) จึงทำให้ทุกวันนี้ คลินิกแม่ตาวขาดแคลนเงินทุนในการดำเนินการอย่างมาก รายได้ที่ทางคลินิกได้รับ ก็ได้จากการบริจาคจากบุคคล บริษัท หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ  มหาวิทยาลัย จากทั่วโลกเป็นหลัก

                สำหรับท่านที่อ่านเรื่องมาถึงตรงนี้ แล้วเกิดนึกไปถึงเรื่องขยะทางการแพทย์ละก็ จากการสอบถาม ผมก็ได้คำตอบกลับมาว่า ขยะทางการแพทย์จะถูกส่งไปทำลายที่โรงพยาบาลแม่สอดโดยจ่ายเงินค่าจ้างสำหรับการทำลายขยะทางการแพทย์ที่ว่านี้ และคาดว่าที่คลินิกแม่ตาวน่าจะมีการจัดการเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อมด้วยเหมือนกัน นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือกันระหว่างคลินิกแม่ตาวกับโรงพยาบาลแม่สอดในด้านการจัดการสาธารณสุขและด้านการแพทย์อื่น ๆ อีกด้วย

ถึงแม้คลินิกแม่ตาวแห่งนี้จะมีสถานะเป็นคลินิกเถื่อน เพราะไม่ได้รับการรับรองให้จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย ทั้งที่ได้มีความพยายามมาหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่ในระดับเวทีโลก คลินิกแห่งนี้ กลับได้รับการรับรองและเป็นรับรู้อย่างกว้างขวางในฐานะเป็นสถานที่ที่ทำงานด้านมนุษยชน และมีนายแพทย์จากต่างประเทศ รวมทั้งอาสาสมัครในระดับต่าง ๆ ทั้งที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย กลุ่มเอ็นจีโอ มาลงพื้นที่ทำงานอยู่เสมอ ดังนั้น คลินิกแม่ตาว จึงเป็นที่รับรู้ของชาวต่างชาติมากกว่าที่คนไทยในประเทศจะรู้จัก

ประเด็นสำคัญตามชื่อของบันทึกที่ผมจะเล่าถึง ก็คือการจัดการทะเบียนการเกิดให้แก่เด็กทารกชาวพม่าที่คลอดในคลินิก เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า การที่บุคคลตกเป็นคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติก็เพราะขาดเอกสารพิสูจน์ตนว่าเป็นใคร เกิดจากพ่อแม่คนไหน เชื้อชาติ สัญชาติอะไร และเกิดที่ไหน ซึ่งสิ่งต่าง เหล่านี้สามารถรู้และพิสูจน์ได้หลักฐานที่เป็นเอกสารที่ออกโดยทางการหรือรัฐที่มีอำนาจเหนือบุคคล นั้น

วิธีการการจัดการทะเบียนด้วยการออกเอกสารการเกิดให้แก่ทารกและมอบไว้ให้พ่อแม่เก็บไว้เป็นหลักก็ไม่ได้มีความยุ่งยากอะไร ถ้าไม่มีการปฏิเสธหรือตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่า รัฐเป็นผู้ปฏิเสธที่จะรับรองบุคคลเหล่านั้นว่าเป็นคนชาติ (national) ของตนเองและไม่ปฏิเสธในเอกสารเหล่านั้น รวมทั้งการที่มองว่ากลุ่มคนใดนั้นอยู่ในฐานะ "ศัตรูของรัฐ" แล้วนำพาไปสู่การปฏิเสธดังกล่าว

การป้องกันการถูกปฏิเสธจากความเป็นคนชาติของผู้บริหารคลินิกแม่ตาว ก็โดยการจัดทำทะเบียนรับรองการเกิดที่ได้รับการปรับเปลี่ยนและคัดลอกจากเอกสารรับรองการเกิดที่คล้าย กับเอกสารที่ออกจากโรงพยาบาลไทยเกือบทุกประการ เป็นเอกสารที่พิมพ์ด้วยสองภาษาเป็นบรรทัดคู่กัน คือ ภาษาพม่าและภาษาอังกฤษ แต่ก็ยังขาดภาษาไทย (ซึ่งอาจมีความจำเป็นในอนาคตในการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลเจ้าของเอกสาร ถ้าหากมีการร่วมมือระหว่างประเทศในการดำเนินการอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับทะเบียนราษฎร)

ตัวของเอกสารเองย่อมมีความสำคัญในการให้ข้อเท็จจริงของเด็กที่คลอดออกมาเฉกเช่นเดียวกับเอกสารทางทะเบียนที่ได้รับรองจากประเทศพม่า ดังนั้น สิ่งที่ขาดไปก็เพียงแค่การรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็อาจเป็นแค่เอกสารที่ออกให้ตามระบบงานเวชระเบียนทั่วไป แต่อย่างไรก็ตาม เอกสารรับรองการเกิดที่ทำกันขึ้นมาเองนี้ จะมีความสำคัญอย่างมาก ถ้าหาก ณ วันหนึ่งในอนาคต เหตุการณ์การต่อสู้ขับไล่ซึ่งกันและกันของชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่ากับรัฐบาลทหารพม่ายุติลง แรงงานพม่า (คนพม่า) เหล่านี้ ก็คงกลับไปสู่ถิ่นฐานบ้านเกิดที่จากมา กลับไปทำมาหากินบนพื้นที่ดินที่นาของตนเอง กลับไปสู่ความสงบผาสุกและได้กลับเป็น พลเมืองของประเทศ ที่มีสิทธิแห่งความเป็นพลเมือง ทั้งในด้านสังคม ด้านการเมือง และด้านเศรษฐกิจอีกครั้งอย่างแน่นอน เพราะจากการที่ผมทราบมาอย่างคร่าวว่า กลุ่มชาวพม่าที่มาอยู่ในชายแดนไทยแถบจังหวัดตาก ต่างมีความพร้อมที่จะกลับประเทศของตนอย่างแน่นอน ถ้าเหตุการณ์ในประเทศสงบลง

เนื่องด้วยการที่ต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุนหนีตายข้ามมาฝั่งไทย ย่อมคงไม่มีเวลาในการเก็บหรือจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับบุคคลใด ๆ มาด้วย ลำพังแค่หอบหิ้วลูกเมีย ญาติพี่น้อง และพากันหนีให้รอดมีชีวิตอยู่ได้ ก็หนักหนาสาหัสแทบเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้ว เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึง ซึ่งได้ปรากฏว่ามีชาวพม่าจำนวนไม่น้อยที่กลายเป็นคนไร้เอกสารทางกฎหมาย (undocumented person) และผมเองก็ยังมีความสงสัยว่า กลุ่มคนเหล่านี้จะถูกถอนสัญชาติพม่าหรือไม่ เพราะอยู่ในฐานะศัตรูของรัฐบาล ถ้าหาถูกถอนสัญชาติพม่าจริง พวกเขาก็จะกลายเป็นคนไร้รัฐไร้สัญชาติไปในทันทีเมื่อกลับไปยังประเทศบ้านเกิด ดังนั้นการจะกลับเข้าสู่ความเป็นพลเมืองพม่าได้อีกครั้งคงจะเต็มไปด้วยความโกลาหลอย่างแน่นอน เพราะไม่มีเอกสารพิสูจน์ตนใด ๆ

ดังนั้น การที่คลินิกแม่ตาวได้จัดทำเอกสารรับรองการเกิดแก่เด็กทารกจึงเป็นหนทางป้องกันปัญหาที่ได้กล่าวมาข้างต้นและเป็นวิธีที่ได้ผลมากที่สุด ซึ่งเมื่อเด็กทารกคนหนึ่งคลอดออกมา ก็จะถูกชั่งน้ำหนัก วัดความสูง (ยาว-ขณะนอน) ประทับรอยฝ่าเท้า มีรายละเอียดวัน เดือน ปี สถานที่เกิด ประเทศขณะที่เกิด ชื่อพ่อ แม่ ว่าเป็นใคร ซึ่งมีรายละเอียดตามเวชระเบียนทุกประการ เมื่อพ่อแม่ได้เอกสารนี้ไปแล้ว ก็ได้เพียงแต่กำชับให้เก็บไว้เป็นหลักฐานให้ดีและอย่าทำสูญหาย เพื่อรอโอกาสแห่งชีวิตในวันข้างหน้าที่จะได้กลับไปอยู่ในประเทศของตนเอง แต่ไม่สามารถนำไปแจ้งเกิดต่อหน่วยงานรัฐทั้งของรัฐไทยหรือรัฐพม่าเพื่อออกใบสูติบัตรได้ นอกจากนี้ การนำเอกสารนี้ไปใช้โดยที่ไม่ระวัง ก็สามารถที่จะถูกจับกุมโดยตำรวจไทยได้ ในฐานะที่ใช้และมีเอกสารที่ไม่ได้รับการรับรองถูกต้องตามกฎหมายไทย และเอกสารเองก็ยังมีความหมายที่แฝงรวมอยู่ด้วย คือ เอกสารของคนต่างด้าวเข้าเมือง (เข้ามาแบบถูกหรือผิดก็ค่อยว่ากันอีกที)

เอกสารส่วนหนึ่ง มอบให้พ่อแม่เด็กเก็บเอาไว้ อีกส่วนหนึ่งก็จะเข้าสู่ระบบการทะเบียนราษฎรที่เรียกว่า Committee for Protection and Promotion for Children Rights (Burma): CPPCR  จึงจัดได้ว่าหน่วยงานนี้เป็น หน่วยงานเงาของหน่วยงานทะเบียนราษฎรของประเทศพม่า ที่ทำหน้าที่จัดเก็บเอกสารเหล่านี้เอาไว้อย่างเป็นระบบ ทำหน้าที่คล้ายหน่วยงานจริง แต่ไม่สามารถออกสูติบัตรได้อย่างถูกต้องเท่านั้น ดังนั้น หน่วยงานนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงเป็นตัวอย่างของรูปแบบของการจัดการงานทะเบียนบุคคลที่สามารถจะกลายเป็นมาตรฐานที่ดีสำหรับป้องกันการเกิดขึ้นของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ เพราะไม่มีเอกสารพิสูจน์ตน

หมายเลขบันทึก: 175614เขียนเมื่อ 6 เมษายน 2008 21:08 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 เมษายน 2012 02:07 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (3)

การที่ คลินิกแม่ตาวได้ออก หนังสือรับรองการเกิดของคนพม่าที่มาเกิดที่ คลินิกนั้นก็ถือว่าเป็นการช่วยทำให้เด็กนั้นอาจจะไม่ตกเป็นคนตกหล่นจากทะเบียนราษฎรพม่าในอนาคตได้ ซึ่งนั่นก็ถือได้ว่าเป็นการช่วยทำให้ปัญหานี้หมดไปได้ในอนาคต ครับ

เอารูปเอกสารรับรองการเกิดมาให้แล้วค่ะ http://gotoknow.org/file/archanwell/view/166652

 

ขอบพระคุณครับ อาจารย์

ใครอยากเห็นว่าใบรับรองที่ออกโดย คลินิกแม่ตาว เป็นอย่างไร ก็คลิกเข้าไปดู ตาม link ที่ อาจารย์แหวว ท่านได้กรุณานำมาโพสท์ไว้นะครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี